สวัสดีครับคุณวงกลม

ก่อนอื่นยินดีที่มาเยี่ยมเยียนนะครับ

อืม... เรื่องนี้พูดยากจริงๆนะครับ เวลามีคนบอกว่าจริงๆแล้วคนไทยเป็นคนยังไง คนใต้เป็นคนยังไง คนเหนือ คนอีสาน คนอเมริกัน คนอังกฤษเป็นยังไง และน่าสนใจทีเดียวในแง่ผลกระทบของการที่เราพูดออกมา หรือคิดเช่นนั้น จนบางครั้งเราไม่แน่ใจเหมือนกันว่า ที่ว่าอะไรเกิดก่อนเกิดหลัง คือคนเหล่านี้เป็นยังงี้แล้วคอยมีคนตั้งข้อสังเกต หรือว่าเพราะเรา "พูดว่าเป็นยังงี้" แล้วเราเป็นอย่างที่เราพูด

เรื่องความกลัว ที่เป็นระดับสัญชาติญานนั้น คงจะเป็นประเภทกลัวความสูง กลัวเสียงดัง กลัวตาย ส่วนกลัวเรื่องอื่นๆนั้น มักจะเป็นจากการ "ปรุงแต่ง" ของเราเอง การปรุงแต่งเหล่านี้ค่อยๆเกิด ค่อยๆมีขึ้น บางทีเราก็ไม่รู้ตัวว่าไปยังไงมายังไงเหมือนกัน แต่เป็น "พยาธิสภาพ" คือ เมื่อถึงระดับหนึ่ง มันไม่ใช่ตามเหตุผลเท่าไร อาทิ บางคนมีเงินมากมายใช้ไม่รู้จักหมด ก็ยังกลัวจนอยู่ ต้องดิ้นรนไขว่คว้าหาเพิ่ม บางคนรู้ทั้งรู้ว่าคนเราเกิดมาแล้วต้องตาย ก็ยังดิ้นรนหายาวิเศษ ยาอมตะ บางคนก็จะกลัวการพรากจากจนกระทั่งไม่สามารถทำใจมีความสัมพันธ์กับใครได้เลย เพราะคิดว่าจะทนไม่ได้ถ้าไปไม่รอดก็มี

ข่าวดีคือ ความกลัวนั้นจำกัดได้!!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกลัวปรุงแต่งนั้น มาจากจิตที่ไหวหวั่นไปเอง เราสามารถฝึกปรือให้หายได้

การกลัวไม่เหมือนเพื่อน กลัวเขาว่า กลัวคนอื่นได้ดีกว่านั้น ผมมองไปมองมาดูเหมือนจะเป็นรากฐานเดียวกัน คือ insecurity หรือการมีอัตตาที่เปราะบางมากๆ ไม่มั่นใจในตัวเอง อาทิ กลัวไม่เหมือนเพื่อนนี่ก็เป็นการ "ฝาก" สิ่งที่ดีๆก็คือสิ่งที่เพื่อนมีและตนไม่มี เราเลยขอยืมเอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว กลัวเขาว่าก็เช่นกัน อะไรที่คนอื่นว่าไม่ดี แต่เราคิดว่าดี เรากลับเชื่อคนอื่น เพราะมี sense of inferiority หรืออะไรที่เราเป็นคนคิดไม่น่าจะดี กลัวคนอื่นได้ดีกว่าก็คล้ายๆอันแรกนั้นเอง ที่เขามีอะไร ต้องไม่มีเกินเรา

ข่าวดีอีกข้อหนึ่งก็คือ เมื่อเรา​ "มองเห็นความกลัว" ว่ามีอะไรบ้าง ตรงนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่หนทางที่จะหลุดจากกลัว เพราะมันยากตรงพยาธิกำเนิดนี่แหละครับ ถ้าเราหา the source หาตัวตน หาที่มาที่ไปของ "เรา" ได้ เราก็จะค่อยๆลด insecurity complex ลง จนหายไปในที่สุด