สวัสดีครับ อ.วรภัทร์
พึ่งอ่าน Servant-Leader Within ของ Greenleaf มีบทหนึ่งที่ว่าด้วย awareness
น่าสนใจที่เขาตั้งข้อสังเกตว่าการมี awareness ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง stillness ของ mind ซะทีเดียว ทว่ากลับตรงกันข้าม นั่นคืิอ awareness จะตื่นรู้ลุกโพลงรุกเร้าอยู่ตลอดเวลา เสมือนเปลวเทียนที่ดูเผินๆเหมือนนิ่ง แต่อากาศทั้งภายในและภายนอกเปลวไฟนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มีการ "เปลี่ยน" เกิดขึ้นทุกๆวินาที
นึกถึงบางที พวกเราต้องการความสงบทางใจ บ้างสู้อุตสาห์ไปปลีกวิเวก นั่งสมาธิ ตัดเสียง ตัดสิ่งอึกทึกครึกโครมออกจากสฬายตนะ จิตที่เคยวอกแวกก็บรรเทาลง เพราะ "สิ่งเร้าลดลง" แต่พอกลับจากวิเวกทีไร ก็ได้จิตพลุ่งพล่านเดิมคืนมาทุกครั้ง นี่น่าจะเป็นเพราะช่วงที่ได้ลดสิ่งเร้านั้น ไม่ได้ฝึกปรือตัวรับรู้ไปด้วย เพียงแค่พักร้อนมันเฉยๆ คงคล้ายๆกับเปลี่ยน being (temporary) แต่ไม่ได้ become เป็นอะไรเลย susceptibility to harm ยังเท่าเดิม
การพัฒนาองค์กรก็คงจะเช่นกัน สู้อุตส่าห์ทำนิเวศน์ สิ่งแวดล้อมให้ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าไม่ได้ทำอะไรกับคน กับจิต กับสมาธิ ก็คงจะเป็นเพียงแค่ลด harmful stimulation ลง พรวนดิน เตรียมน้ำ เตรียมท่า แต่ไม่ได้โปรยเมล็ดจิตลงไป มันก็คงจะไม่มีอะไรงอกขึ้นมา ไม่ได้เกิด becoming
หรือโปรยเมล็ดจิตลงไปก็จริง แต่เป็นเมล็ดที่ไม่ได้คัด ไม่ได้เลือก ไม่ได้ถึงเวลาที่จะงอก หรือที่ร้ายอาจจะเป็นเมล็ดที่เป็นโรค พาลทำให้เกิด resistance ต่อนิเวศน์ใหม่ เป็นเมล็ดที่มีภูมิคุ้มกันต่อสิ่งดีๆ ก็ยากที่จะผลิดอกออกผลตามที่คาดหวัง
สรุปแล้ว development ทีแท้ น่าจะอยู่ในคน มากกว่าในระบบ ในนิเวศน์ ซึ่งการที่มันมีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันหมด แปลว่าเราเตรียมดิน น้ำ ปุ๋ย หมดแล้ว เราก็ยังคงต้อง work กับคนไปด้วยอย่่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และการศึกษาคือการเปลี่ยนเปลง ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย ก็ยังไม่มีการเรียนรู้อะไรเกิดขึ้นกระมัง
ขอบคุณครับ