วันนี้ช่วงเช้า อ.ขจิต กับออต คงจะกลับ เด็กๆไปอบรมที่กระทรวงICT. ที่บ้านอยู่กับยาย2คน คงจะเป็นวันที่ว่างสงบ จะทำอะไรดีละ อ้าว!มีการบ้านค้างอยู่.. ได้รับจดหมายจากรองศาสตราจารย์ประภาภัทร นิยม ผู้อำนวยการโรงเรียนรุ่งอรุณ ส่งสำเนาเอกสารปาฐกถาเมื่อคราวชวนชาวเฮฮาศาสตร์ไปร่วมงานครบรอบ10ปี โรงเรียนรุ่งอรุณ

วันนั้นพวกเราไปช่วยกันพูดเรื่อง หัวอกครูมีดร.ศักดิ์พงศ์ หอมหวน ดร.วรภัทร ภู่เจริญ และ กามนิตหนุ่ม ไปช่วยกันละเลงงานเขาแทบกระเจิง เสียรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรที่เขาเรียบร้อยมานาน เอกสารที่ได้รับเป็นคำถอดเทปปึกหนึ่ง ได้อ่านทวนแก้ไขคำผิดแล้วก็แปลกใจว่าเวลาช่วงสั้นๆ ทำไมเราไปพูดอะไรมากมายขนาดนั้น ทางโรงเรียนเขาจะจัดพิมพ์เป็นเอกสารรวบรวมงานปาฐกถาที่เชิญผู้อาวุโสหลายท่านไปพูดเป็นระยะๆตลอดปี เข้าใจว่าทีมเราคงจะอยู่ท้ายสุดแล้ว จึงต้องเร่งส่งงานในวันนี้ 

นอกจากนั้นก็ยังมี Power Point 2 เรื่อง ที่น่าจะรีบๆทำให้จบ เรื่องแรกเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ชุมชน ของกองนโยบายเทคโนโลยีเพื่อการเกษตรและเกษตรกรรมยั่งยืน สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เขาให้หัวข้อ แนวทางการพัฒนาความพร้อมในการเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงของเครือข่าย(ปราชญ์)ชาวบ้านที่มีศักยภาพ จะต้องนำไปเสนอที่จังหวัดขอนแก่นในวันที่18นี้ แต่คงไปนอนที่ขอนแก่นตั้งแต่คืนวันที่17แล้วละครับ วันที่19 .แสวงชวนอยู่ประชุมเรื่องการจัดการน้ำ วันที่20 หมอนัด ช่วงนี้จะไปเป็นหนุ่มขอนแก่นถึง3วัน อุบาสิกาท่านใดอยากจะเลี้ยงข้าวคนแก่ทุพลภาพก็ยินดีนะครับ นอนหาววอดๆอยู่ที่โรงแรมโฆษะ   

การบ้านอีกฉบับหนึ่ง ศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินโครงการ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติฉบับที่10 ไปสู่การปฏิบัติมาชวนให้ลงกรุงเทพ ไปบรรยายเชิงวิเคราะห์ ประกอบบทเรียนจากประสบการณ์ เขาจัดแยกให้วิทยากรคนละ1วัน มีเวลาให้เต็มที่ ช่วงเช้า9.00-12.00 ช่วงบ่าย13.00-16.00. ณ สำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มหาชีวาลัยอีสานได้รับหัวข้อ แนวทางการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผมตรวจดูเลขผานาทีแล้วก็ตกลงเลือกเอาวันที่8เดือนตุลาคม จะไปแอ่นแอ้นที่สภาพัฒฯละครับ 

เนื่องจากเขามีเวลาให้ทั้งวันอย่างนี้ จึงจำเป็นต้องศึกษาหาเรื่องราวต่างๆไปบรรยาย อนึ่ง สังขารยังไม่อำนวยเท่าที่ควร จึงจำเป็นต้องอาศัยเครื่องทุนแรง ฉาย Power Point สลับรายการ และถ้าจะให้ผ่อนแรงได้จริงก็จะบันทึกเสียงไว้ด้วยเลย เมื่อก่อนก็มีหนูกุ๊ก นักศึกษาจากจุฬาฯที่มาทำวิทยานิพนธ์ช่วยลงเสียงให้ ตอนนี้ไม่เหลือใครเลย ก็คงจะต้องบันทึกเสียงเองให้ตลอดรอดฝั่ง ถ้าพิจารณาเรื่องนี้ จะเห็นว่าในศูนย์เรียนรู้ชุมชนนั้นต้องการความช่วยเหลือจากภายนอกเช่นกัน ถ้ามหาวิทยาลัยส่งนิสิตฝึกงานกระจายทั่วประเทศ การศึกษาไทยก็จะเห็นช่องทางเรียนแบบเชิงรุกมากขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยถึงจะเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้

ผมนะหัวอกเดียวกันกับครูบาอาจารย์ทั่วประเทศนั่นแหละ ต้องทำการบ้านส่ง แต่ครูนอกระบบนี่แย่หน่อย ไม่มีเงินเดือน ไม่มีซี ไม่มีสวัสดิการ มีบัตรทองบางโรคบางเรื่องก็ใช้ไม่ได้ ที่บ่นนี่ไม่ใช่อะไรหรอก มีการบ้านก็ต้องทำส่งอยู่แล้ว อิอิ..