ปิ๊ง ปิ๊ง ปิ๊ง.......เสียง ไอเดียบรรเจิดที่มันดังแตกกระจายเต็มไปหมดในสมองของผม ในการไปฟัง ประชุมวิชาการ "ห้องสมุดเชิงรุก : การปรับตัวสู่การเป็นห้องสมุดในโลกไร้พรหมแดน [The Proactive Library : An Adaptation to Balance the Borderless Library]" ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2550 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ผ่านมา
|
และแล้วผมก็ทำตัวเป็นผู้บันทึกความรู้ที่ไม่ดีอีกแล้ว รู้ทั้งรู้อยู่ว่าเวลาปิ๊งไอเดีย อะไรขึ้นมาให้รีบบันทึก แต่ก็ปล่อยให้เวลาล่วงเลยมา 7 วัน แต่ผมก็ตั้งใจไว้แล้วว่า จะทยอยเขียนความรู้ที่ได้จากการไปเข้าร่วมประชุมมาเล่าสู่กันฟัง คิดเสียว่าเรามาเล่าเรื่องที่ได้ไปพบมา ถึงแม้ว่าอาจจะไม่เหมือนกับที่ได้ไปฟังการประชุมจริงๆ แต่ก็เป็นการสะท้อนความคิด เชิงเปรียบเทียความคิดที่ได้จากวิทยากร มาสู่ห้องสมุดของมอนอในบริบทสภาพความเป็นจริงก็แล้วกันนะครับ
ดังนั้นบันทึกเรื่องนี้จึงอาจมีทั้งโดน และไม่โดนความคิดเพราะเป็นแง่มุมของผู้เขียนด้วย
ผมกลัวว่าผมจะเขียนแล้วไม่ได้ประเด็นก็เลย ลองเขียนเป็นผังความคิดของการไปร่วมประชุมออกมาด้วย ซึ่งผมนำเรื่องผังความคิดไปใช้กับนิสิตปริญญาเอก ปรด.การศึกษา ให้การบ้านนิสิตไปเขียนแล้วอาจารย์เองไม่เขียนก็กะไรอยู่ก็เลยขอเขียนบ้าง ซึ่งพอลองเขียนแล้วรู้เลยว่ามัน มันดีกว่าใช้คอมแฮะ.....มันได้ระบายสี มันได้ระบายความคิดไปด้วย
ซึ่งวันก่อนในที่ประชุมที่ชาวห้องสมุด BAR เพื่อเตรียมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ ห้องสมุด กรมวิทยาศาสตร์บริการที่จะมาเยี่ยมเรา พูดคุยแลกเปลี่ยนความสำเร็จระหว่างกันเกี่ยวกับเรื่อง COP ของ ห้องสมุด ผมลองเอาแผนที่ความคิดนี้ให้ที่ประชุมดูว่าผมจะรายงานการไปราชการแบบนี้ให้กับ ผอ.หอสมุดรับทราบ ในที่ประชุม ผมจำไม่ได้ว่าต้อย เล่าให้ฟังว่า มีการวิจัยว่าสีช่วยให้ความสามารถในการจดจำของมนุษย์เพิ่มขึ้นถึง 70 %[มาจากโฆษณา ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสีและความจำ คลิก คลิก ]
ในงานนี้ผมได้เจอวิทยากรดีๆที่น่าสนใจหลายท่าน
- คนแรกเลย ก็คืออธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับห้องสมุดมากๆ นอกจากนี้ท่านยังมาเฉลยความนัยด้วยว่าตอนแรกท่านเอนทร้านมหาวิทยาลัย ท่านเรียนมาทางสายศิลป์ สาขาแรกที่ท่านเอ็นติดก็คือบรรณารักศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแ่ก่น
- คนต่อมา ผศ.นงนุช ภัทราคร ผอ.สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งท่านได้นำมุมมอง และแนวคิดในการสร้างห้องสมุดเชิงรุกของธนบุรีน่าสนใจหลายๆ เรื่องมาเล่าให้พวกเราฟังอย่างน่าสนใจ
- ส่วนคนนี้ขาประจำไปงาน ไหนๆ ก็เจอคนนี้ คือ รศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งงานนี้ อ.นำคำศัพท์ภาษาวัยรุ่น แอ๊บแบ๊ว มาเล่าให้พวกเราฟัง แม้....อินเทรนจัง
- ดร.ชัยสมพล ชาวประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บ.ไฮโพ เทรนนิ่ง คนนี้เป็นยอดนักคิด จริงๆ มององค์กร เป็นธุรกิจการค้า ต้องรุกเข้าหาลูกค้า ลูกค้าคือพระเจ้า ผมฟังไป ปิ๊ง ไอเดียไป จนคิดไปแม้กระทั่งว่าสงสัยทำตามนี้ต้องปรับองค์กร ห้องสมุด เป็น ฝ่ายการตลาด ฝ่ายผลิต ฝ่ายบริการ ฝ่ายบริหาร ไปซะแล้ว เคลิบเคลิ้มครับ เคลิบเคลิ้ม
- ไอเดียเก่า ยังไม่ทันถูกแปลงไปใช้เลย วิทยากรท่านใหม่เข้ามาอีกแล้ว นางเพ็ญสุวรรณ นาคะปรีชา ผอ.สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งจะเจอท่านได้ขึ้นเวทีเป็นวิทยากรอยู่เรื่อยๆ เก่งจริงๆ [จนผมแอบฝันลึกๆ มองว่า เมื่อไหร่นะเราจะได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีกับเขาบ้าง] ซึ่งงานนี้ คุณเพ็ญสุวรรณ อภิปรายเดี่ยวบนเวทีหมู่ คือขึ้นไป 3 คนแต่พูด ครั้งละคน กับ ดร.นงเยาว์ เปรมกมลเนตร ซึ่งเดิมเคยเป็นหัวหน้าฝ่ายบริการ สำนักหอสมุดพระจอมเกล้าธนบุรี แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นนักวิจัยที่ทำ เกี่ยวกับศูนย์ดรรชนีการอ้างอิงวารสารไทย โดยมี นางศรีจันทร์ จันทร์ชีวะ ผอ.สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
- ส่วนวิทยากรอีกท่านหนึ่งสมกับเป็นนักสถิติ นักคณิตศาสตร์ จริงๆ น.ส. สมสุณีย์ ดวงแข บรรยายจนอาหารว่างทำพิษ ผมง่วงเหงาหาวนอนไปหมด ด้วยความสามารถ เป็นเยี่ยม ฉายสไลด์เพียง 6 เฟรม เฟรมแรกเป็นหน้าปก เฟรมสุดท้ายเป็นสวัสดี ที่เหลือ 4 เฟรมกับเวลาอีก ชั่วโมงครึ่ง จะไหวเหรอพี่ ผมหันไปมองรอบห้องประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ หันไปเล่นเกมซ่อนตาดำกันซะเป็นส่วนใหญ่ จนวิทยากรต้องแซวว่า ถ้าอย่างไรให้เกาะเก้าอี้นั่งให้แน่นๆ เพราะที่นั่งสูงมาก[ห้องประชุมเล็กธรรมศาสตร์ใหญ่มากๆ ]
- ส่วนคนสุดท้าย ท้าทายมาก เพราะช่วงนี้หัวใจผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่จ่ออยู่ประตูทางออกแล้ว แต่ผมโชคดีหน่อย เครื่องออกสองทุ่มเลยยังพอใจเย็นได้ ซึ่งช่วงนี้ ดร.พจน์ ใจชาญสุขกิจ นายกรัฐมนตรี เอ๊ยไม่ใช่ นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย มาพูดเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และการตลาดเชิงรุก
ส่วนไอเดียความคิดนั้นผมจะค่อยๆ ทยอยเขียนเพิ่มเติมนะครับ
มาเยี่ยมยาม เรียนรู้ จาก ทีมคุณอำนวยแห่ง UKM ครับ
สวัสดีค่ะ อ. หนึ่ง อยากให้เปิดห้องสมุด เวลา 19.00-21.30 สำหรับคนทำงาน หลังจากเลิกงานจะได้แวะอ่าน ที่กรุงเทพไม่ค่อยมีห้องสมุดที่เปิดในเวลาดังกล่าว ที่ห้องสมุดจุฬาปิด 19.00 หรือ 19.30
ห้องสมุดมอนอ เปิดถึง สี่ทุ่มครับ ส่วนตอนนี้เปิดถึงเที่ยงคืนครับ
ขอบคุณทุกความคิดนะครับ
มีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมเช่นเดียวกับอาจารย์รุจิโรจน์เหมือนกันค่ะ อาจารย์ได้นั่งข้างๆ ซึ่งเคยได้ยินแก่นจังจะเล่าถึงอาจารย์รุจิโรจน์ให้ฟังเสมอและเป็นวิทยากรร่วมกันตอนอบรม blog ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับอาจารย์ อาจารย์เป็นกันเอง และตอนที่เห็นอาจารย์ครั้งแรกทำให้นึกถึง blog KM และที่เขินก็คือ ยังไม่ทันไรเราก็แอบง่วงซะแล้ว แต่มีที่มาก็คือ เพราะว่าดันตั้งนาฬิกาปลุกผิด จริงๆตั้ง 6 โมงเช้า แต่ดันไปตั้งตีห้า (สงสัยจะตื่นเต้นไปหน่อย) บวกกับทานอาหารเช้ามาซะอิ่มเลย รู้ตัวอีกที อาจารย์รุจิโรจน์ก็ย้ายที่นั่งไปเสียแล้ว
แต่การประชุมในครั้งนี้ที่ดิฉันได้คงจะเป็นความประทับใจครั้งแรกที่ได้มาประชุมที่นี่ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่ได้มา และรู้ว่าห้องสมุดปัจจุบันจะต้องเชิงรุกไม่ใช่เชิงรับ และเทคโลยีสารสนเทศต่างๆ ก็เข้ามามีบทบาทกับห้องสมุดอย่างมาก
และที่สำคัญวิทยากรแต่ละท่านล้วนแต่มีความสามารถทั้งสิ้น(ถึงแม้อาจจะแอบหลับไปบ้าง)
ห้องอ่านหนังสือฯ คณะนิติศาสตร์ ซึ่งเปิดมาในระยะเริ่มต้น ซึ่งอาจมีนิสิตบางคนอาจจะยังไม่ทราบ ได้ไอเดียทำเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์ และเชิงรุกกับนิสิตมากขึ้นโดยการแนะนำห้องอ่านหนังสือตอนที่นิสิตปฐมนิเทศ ถึงแม้มันจะดูไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่อย่างน้อยเราเองก็ดีใจที่ได้นำความรู้ที่ได้รับนำมาให้ประโยชน์ได้ไม่มากก็น้อย
ตอนอบรมวิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า "ถ้าเราอยากทำอะไรก็ทำไปเลย" ท่านบอกว่าสร้างบรรยากาศในแต่ละวัน โดยอาจจะจับเจ้าหน้าที่มาใส่ชุดการ์ตูน สร้างสีสันไปอีกแบบ (คิดแล้วก็อดขำไม่ได้)
นำ ชุมชนคน กศน.และ กศ.ตามอัธยาศัย มาฝากเพื่อการ ลปรร.ครับ
เป็นแค่ความคิดเห็นเล็กๆ ของน้อยนะค่ะอาจารย์ ถ้าจะทำห้องสมุดเชิงรุก ต้องเริ่มจากปัจจัยทั้ง 4 (นี่คือหัวใจเลยนะค่ะ) ถ้าไม่ตั้งรับให้ดี เราเองอาจจะถูกรุกฆาตจากผู้ใช้จน..จนมุมก็เป็นไปได้
ดีจ้า......เเต่ของpisakดีกว่า
kolokhhhhhh
พี่ต่อยมั้ย
สุดยอด
รัก อ. หนึ่ง ที่สุด