ตอนผมไปถึงห้องเรียนที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติของสิงคโปร์ เกือบจะได้เวลาเริ่มเรียนแล้่ว รู้สึกแปลกใจนิดหนึ่งเพราะเห็นคนที่อยู่ในห้องเป็นผู้หญิงล้วน เออ..ผู้ชายเขาไม่มาเรียนกันเลยรึนี่ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">         </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">เก็บความข้องใจไว้ก่อน เข้าไปทักทายเพื่อนร่วมห้องดีกว่า</p>  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">ถัดจากผม สักพักก็มีนักศึกษาทะยอยตามเข้ามา คราวนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จนกระทั่งเลยเวลา เริ่มสอนกันแล้ว ที่เดินเข้ามาเป็นชายทั้งนั้น ..คงไม่ต้องบอกว่าผมคิดอะไรอยู่นะครับ</p><p></p><p>รวมแล้วมีนักเรียน ๒๐ คน ชาย ๕ หญิง ๑๕ จากอินเดีย เนปาล พม่า จีน ไต้หวัน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ แล้วก็มีผมเป็นคนไทยคนเดียว ส่วนใหญ่เป็นหมอ มากกว่าพยาบาล และทำงานด้านนี้มาแล้วกันทั้งนั้น </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p><p>ชํ่วโมงแรกเป็นการทักทายกัน โดยให้จับคู่สองคน ถามคำถามที่กำหนดให้ แล้วแนะนำคู่ของเราให้กลุ่มใหญ่ฟัง คำถามมีดังนี้          </p><p>- เป็นใคร ทำงานอะไร          </p><p>- วันพุธที่แล้วทำอะไร (ทำไมต้องวันพุธด้วยก็ไม่รู้)         </p><p>- เวลามีเรื่องดีๆเกิดขึ้น ทำอะไรกัน          </p><p>- อาหารอะไรถูกใจสุดๆ          </p><p>- คาดหวังอะไรจากการมาเรียน </p><p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal"></p>ผมแนะนำหมอสาวจากเฉิงตู จีนแผ่นดินใหญ่ชื่อ ซูฮัน ให้คนอื่นฟังเป็นคนแรก เพราะผมนั่งอยู่ซ้ายมือสุดของวง ตามประสาคนมือซ้าย เธออยากให้ทุกคนเรียกเธอว่า เฮเลน เก๋มากเลยจากฮันเป็นเฮเลน ที่แปลกใจผมเพราะเธอเป็นหมอ endocrine หรือระบบต่อมไร้ท่อ แต่มาสนใจและทำงานด้านดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายได้ระยะหนึ่งแล้ว ที่แปลกใจเพราะส่วนใหญ่หมอที่มาเรียนไม่เป็นหมอมะเร็งอย่างผม ก็หมอดมยาระงับปวด หรือไม่ก็หมอครอบครัว ไม่ค่อยเห็นหมออายุรกรรมมาเรียนเท่าไร <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p>ส่วนผมก็เอาอย่างหมอเฮเลนบ้าง ให้เพื่อนเรียกผมว่า TEM ไม่ต้องเรียก TEMSAK เพราะกลัวคนจะคิดว่าผมเป็นอะไรกับบริษัทชื่อดังของสิงคโปร์ TEMASEK ตอนนี้ก็เลยกลายเป็น หมอติ๋ม หมอทิม หมอทิ่ม ไปพลางๆ  <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p>หลังจากหมอเฮเลนแนะนำผมแล้ว คนอื่นก็ทะยอยแนะนำคู่ของตัวเองไปเรื่อยๆ ผมเองเริ่มเครียดขึ้นมาทีละน้อยเพราะเริ่มฟังพวกที่มาจากอินเดียไม่ทัน เขารัวลิ้นกันมันมากๆ ฟังแล้วเหนื่อยจริงๆ บอกกับตัวเองว่า คงต้องปรับหูกันยกใหญ่เลยคราวนี้ <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p>ผมเป็นคนเดียวที่แต่งตัวเต็มยศ คือเสื้อแขนยาวผูกผ้าผูกคอแล้วใส่แจ๊กเก็ตอีกชั้น เนื่องจากเป็นวันแรกและรู้มาว่าห้องเรียนเย็นมาก มีชาวอินเดียฝ่ายหญิงที่พร้อมใจกันใส่สาหรี่เต็มยศมาเหมือนกัน คนอื่นแต่งตัวสบายแต่ก็ไม่มีเสื้อยืด เรื่องนี้เป็นเรื่องวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ผมยังค่อนข้างติดนิสัยให้ความสำคัญกับการแต่งตัวเรียบร้อยในการไปเรียนหริอดูงานโดยเฉพาะในวันแรก เป็นการให้เกียรติเจ้าของสถานที่หรือผู้สอน ไม่ว่าเขาจะสนใจหรือไม่ก็ตาม วันต่อๆไปก็ค่อยว่ากันอีกที <p style="margin: 0in 0in 0pt" class="MsoNormal">          </p>จากการทักทายและรู้จักกันวันนี้ ผมรู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ได้อยู่ในกลุ่มคนที่ทำงานด้านนี้ทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศ ทุกคนเป็นมิตร สนใจและรับฟังคนอื่น <p>มีความสุขครับ</p><p style="background-color: #ffffff"> << APHN Diploma of Palliative Care ๑: หลักสูตร</p><p style="background-color: #ffffff">APHN Diploma of Palliative Care ๓: เรียนกันอย่างไร >> </p>