วันนี้ (10 ม.ค. 50) ท่าน ผอ.วิมล วัฒนา และรองฯ เกษร ธานีรัตน์ ได้นำทีม KM ศนจ.นศ. และงานการศึกษาตามอัธยาศัย งานการศึกษาสายอาชีพ และงานการเงิน เข้าพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และมอบแนวทางในการดำเนินงานในปี 2550 ณ ศบอ. นาบอน ในภาคเช้า และศบอ.ทุ่งใหญ่ ในภาคบ่ายสำหรับงาน KM ได้ให้แนวทางว่า ขณะนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า ศบอ. มีบทบาทที่สำคัญ อยู่ 2 บทบาท คือ
1. บทบาทตามนโยบายสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน ซึ่งเป็นภารกิจหลัก
2. เรื่องยุทธศาสตร์จังหวัด ซึ่งขณะนี้ต้องถือว่าเป็นงานประจำอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น ศบอ. ต้องนำทั้ง 2 บทบาทนี้มาบูรณาการร่วมกันให้ได้
ในส่วนงานที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมอบหมาย
1. เรื่องการจัดการความรู้ ปี 2549 จำนวน 400 หมู่บ้าน ปี 2550 จำนวน 600 หมู่บ้าน ซึ่งในปีนี้ต้องทำไปพร้อมๆ กัน ทั้งหมด คือ 1,000 หมู่บ้าน
2. เรื่องการขับเคลื่อนหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งจะทำพร้อมๆ กันไปทั้ง 1,000 หมู่บ้าน และวันที่ 5 ธันวาคม จะประกาศเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถวายในหลวง ซึ่งจะมี 4 หน่วยงานหลัก คือ กศน. พช. กษ. และสธ. เป็นเจ้าภาพคนละ 250 หมู่บ้าน
3. ให้ ศบอ. คัดเลือกหมู่บ้านตัวอย่างเป็นตัวแทนของอำเภอ อย่างน้อย 1 หมู่บ้าน หรืออาจจะเป็น 2 หรือ 3 หมู่บ้าน เพราะจะมีคนมาดูงานเรื่องการจัดการความรู้ของจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นจำนวนมาก และจะต้องบอกให้ได้ว่า ดีในด้านใด เข้มแข็งในเรื่องใด อย่างไร ต้องอธิบายได้ เพราะจังหวัดกำลังจะให้ท่านรายงานแน่นอน เพราะฉะนั้นก็ให้เตรียมตัวไว้
เรื่องของการลงพื้นที่ในการทำเวที
เนื่องจากปีที่แล้ว เราได้จัดการความรู้ ผ่านมาแล้วเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งผ่านประสบการณ์มามาก ให้นำเอาความสำเร็จ และความล้มเหลว มาเป็นบทเรียนในการพูดคุยกันก่อน เพื่อจะได้ปรับปรุงแก้ไข ก่อนลงพื้นที่ทำเวที คือ
1. ต้องมีการวางแผน อาจจะมีการตั้งทีม KM ภายในอำเภอมานั่งพูดคุย กำหนดหัวปลาว่าจะทำอะไร และจะต้องใช้วัสดุที่มีอยู่ในหมู่บ้านเพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
2. เตรียมทีมคุณอำนวย (กศน. ปลัดอำเภอ และ พช.) และในปีนี้จะเพิ่ม กษ. เพิ่มอีก 1 คน (เป็นมติของการประชุมวงเรียนรู้คุณเอื้อจังหวัด ณ ห้องรับรองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้) เพื่อกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบให้ชัดเจน ใครเป็นเจ้าภาพหลักหมู่บ้านไหน ใครเป็นวิทยากรกระบวนการ ใครเป็นคุณลิขิต และทำอย่างไร ให้ทั้ง 4 ท่านประสานเป็น หนึ่งเดียวในการทำงานให้ได้
การจัดเวที
1. ต้องสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง การจัดเวทีก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าจัดแบบห้องประชุมเป็นทางการเกินไป จะทำให้เกร็งไม่กล้าพูดคุย ควรจัดเป็นวงกลม หรือตัวยู เพื่อจะได้เห็นหน้าเห็นตากันทุกคน อาจจะนั่งกับพื้น หรือเก้าอี้ก็ได้ จะทำให้รู้สึกเป็นกันเอง อาจจะมีกิจกรรมเพื่อให้เกิดความสนิทสนมคุ้นเคย ความไว้เนื้อเชื่อใจ จนสามารถพูดคุยได้ กล้าเปิดใจ เปิดปากในการพูด
2. อย่าลืมเรื่องการกำหนดหัวปลา ว่าเวทีนี้ต้องการอะไร อาจใช้เรื่องเล่ามาเป็นเครื่องมือในการเดินเรื่อง บุคคลที่สำคัญในกิจกรรมนี้ คือคุณอำนวย และคุณลิขิต
คุณอำนวยมีหน้าที่ในการกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมเวทีเล่าเรื่องได้ตรงกรอบหัวปลาที่กำหนดไว้ เล่าให้เห็นลำดับขั้นตอน ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เน้นจากประสบการณ์ตรง และเป็นเรื่องจริงที่ปฏิบัติมาแล้ว บอกผลลัพท์ บอกปัจจัยสู่ความสำเร็จ เล่าแบบสะท้อนอารมณ์ และในท้ายที่สุดให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน มีการเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมเวทีซักถาม สมาชิกไม่ควรเกิน 10 คน และเล่าไม่เกินคนละ 10 นาที
และคนที่สำคัญที่สุดก็คือคุณลิขิต เพราะจะต้องตั้งใจฟัง ฟังอย่างลึกซึ้ง หูฟัง มือบันทึกเรื่องเล่า ซึ่งอาจจะสร้างแบบฟอร์มมาใช้ในการบันทึกด้วย เสร็จแล้วร่วมกันสกัดขุมความรู้ เพื่อจะได้นำไปเป็นคลังความรู้ ซึ่งในแต่ละเวทีอาจมีคุณลิขิตไม่ซ้ำกัน แต่ในภาพรวมของอำเภอต้องมีคุณลิขิตที่ทำหน้าที่ถอดความรู้ ทุกวงเรียนรู้รวมกันจำนวน 2 คน อาจจะซ้ำ หรือไม่กับคุณลิขิตหมู่บ้านก็ได้
สรุปหลักการเล่าเรื่อง ที่ ม.วลัยลักษณ์ คิดค้นขึ้นมา คือ Car Technque
C คือ Content = เนื้อหา สาระ ความหมาย ความสำคัญ
A คือ Action = การกระทำ การปฏิบัติ การดำเนินการ ขั้นตอน เหตุการณ์
R คือ Result = ผลลัพท์ ผลรวม ผลที่ตามมา
สรุปก็คือ เป็นการเล่าเรื่องที่มีขอบเขตเนื้อหาสาระเน้นการปฏิบัติอย่างมีขั้นตอน และท้ายที่สุดเกิดผลลัพท์ที่ตามมาเป็นอย่างไร
ในส่วนของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช
รับผิดชอบในการจัดวงเรียนรู้ 3 วง คือ
1. วงเรียนรู้คุณเอื้อจังหวัด จัดที่ห้องรับรองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทุกวันที่ 9 ของเดือน ถ้าตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันทำการถัดไป จำนวน 8 ครั้ง จำนวน 10 ท่าน
2. วงเรียนรู้คุณอำนวยอำเภอ จัด ณ ห้องประชุมศรีปราชญ์ (ชั้น 3) ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งในปี 2549 คุณอำนวยอำเภอ จะมีอำเภอละ 3 คน คือ กศน. ปลัดอำเภอ พช. ในปี 2550 มติของการประชุมวงเรียนรู้คุณเอื้อจังหวัด ณ ห้องรับรองท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวานนี้ ก็ให้เพิ่ม กษ. อีก 1 คน จึงรวมเป็นอำเภอละ 4 คน 23 อำเภอ รวม 92 คน จะประชุมทุกวันที่ 15 ของเดือน ถ้าตรงกับวันหยุดให้เลื่อนเป็นวันทำการถัดไป จำนวน 8 ครั้ง
3. วงเรียนรู้คุณกิจ จัด ณ ห้องประชุมศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอละ 2 คน 23 อำเภอ รวม 46 คน จะจัดจำนวน 2 ครั้ง คือวันที่ 19 ม.ค. 2550 และวันที่ 12 ก.พ. 2550
สำหรับวงเรียนรู้คุณอำนวยตำบล ให้คุณอำนวยอำเภอไปขยายผลต่อภายในอำเภอของตนเอง
งบประมาณ
ในปี 2550 กำหนดให้มีการจัดเวที 4 เวที ขณะนี้งบประมาณงวดแรกสามารถจัดได้ก่อน 2 เวที ใช้งบประมาณ เวทีละ 1,000 บาท หากไม่พอก็ให้นำงบปกติมาช่วยเสริม
แนวทางในการจัดเวที
เวทีที่ 1 ควรจะมีการทบทวนแผนชุมชน เนื่องจากบางหมู่บ้านมีแต่ข้อมูล แต่ยังไม่ได้จัดทำแผนชุมชน จึงควรนำมาวิเคราะห์ข้อมูลกันใหม่ คัดเลือกเรื่องที่จะนำมาพูดคุยกัน หากในเวทีไม่จบ ก็ให้นัดพูดคุยกันต่อจนเสร็จ และให้การบ้านว่าใน
เวทีที่ 2 ควรจะพูดคุยเรื่องอะไร
เวทีที่ 2 ต้องดูศักยภาพ ความพร้อมของหมู่บ้าน จัดลำดับความสำคัญว่าควรจะทำเรื่องใดก่อน ให้เน้นกิจกรรมเล็กๆ ก่อน เมื่อสำเร็จจะภูมิใจ และค่อยๆทำเรื่องที่ใหญ่ขึ้น
เวทีที่ 3 มีการ ลปรร. โดยการนำเรื่องเล่ามาใช้ เพราะเป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง มีการบันทึกความรู้ สกัดขุมความรู้
เวทีที่ 4 ก็จะเป็นการถอดบทเรียนร่วมกันกับชาวบ้าน
หลังจากนั้นก็มีการสรุปบทเรียนจากการถอดบทเรียนในภาพรวมของอำเภอ
ในปี 2550 ก็หวังว่าการขับเคลื่อน KM ของจังหวัดนครศรีธรรมราช จะสัมฤทธิ์ผลให้พี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช มีความเข้มแข็งยั่งยืน เป็นชุมชนอินทรีย์ บนพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง สมดังความคาดหวังตั้งใจของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายวิชม ทองสงค์ เอาใจช่วยจริงๆ ค่ะ
*******
แนวทางการทำ KM นครศรีธรรมราช ปี 2550
Car Technque
ชื่นชมครับ
CAR = Content + Action + Result
แถมครับ CAR Technique
ตัว T = Tacit มา ลปรร
ขอขอบคุณท่าน JJ อย่างสูงเลยนะคะ ที่กรุณา ลปรร. มาเติมเต็มให้ครบถ้วนสมบรูณ์ยิ่งขึ้น รู้สึกได้ยกระดับความรู้อีกแล้วค่ะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ โอกาสหน้าหวังว่าคงจะได้รับคำชี้แนะอีกนะคะ
ค่ะสวัสดีค่ะพี่เป้า เข้าเยี่ยมและทักทาย และมาอ่านบันทึกของพี่ทำให้ได้ทราบอะไรหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการจัดการความรู้ และสามารถดำเนินการอย่างไม่หลงทาง
HAPPY VALENTINES DAY
ขอบคุณน้องหนึ่งตะวันค่ะ ที่เข้ามา ลปรร. พี่อยาก ลปรร. ทุกวันแต่เวลาไม่อำนวยเลย ตอนนี้เน็ตที่บ้านก็เสีย วันนี้โอกาสดี ก็ขอให้น้องมีความสุขในวันแห่งความรักเช่นกันนะคะ ก็เลยถือโอกาสเริ่มเขียน Blog ในวันแห่งความรัก เพราะเป็นคนมีความรักมอบให้ทุกคนเลยจ๊ะ