ต่อจากบันทึกนี้ค่ะ จริง ๆ แล้วเมื่อผู้เขียนเห็นหัวข้อ "เคล็ดลับการทำงานอย่างไรให้มีความสุข" ก็มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ ! เราก็มีความสุขกับการทำงานอยู่แล้วน๊ะ (ไม่ต้องฟังก็ได้)

แต่จริง ๆแล้วยิ่งได้ฟังเรื่องเหล่านี้บ่อย  ๆ ก็เปรียบเสมือนการรดน้ำ เพิ่มปุ๋ยลงไปในจิตใจ ทำให้เมล็ดพันธุ์ ความสุขเจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นไม้อย่างแข็งแรง ประมาณว่า ทนแดด ทนฝน ทดอด เอ๊ย ! อดทนค่ะ สังเกตุว่ากลับมาจากสัมนา แม้อุปสรรคและปัญหาในการทำงานเยอะมาก แต่ผู้เขียนก็มองโลกในแง่ดี๊ แง่ดี และไม่ได้รู้สึกทุกข์(มาก) แต่อย่างใด พร้อมทั้งพยายามแบ่งปันสิ่งที่ได้รับมาให้เพื่อนร่วมงานที่สนใจฟัง (อิ อิ เข้าข้างตัวเองไปรึเปล่า??) ผู้เขียนขอสรุปอย่างสั้น ๆ แต่ไม่รู้จะได้ใจความรึเปล่า ? ดังนี้ค่ะ

 คุณกะปุ๋ม ให้เรียนรู้คล้ายกับ learning by doing มากกว่า ทำให้เข้าใจง่าย และสมมติตัวอย่างว่าให้น้องเอ็ม (ผู้โชคดี) แบกเก้าอี้ ไว้กับตัวตลอดขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะพูด ถาม คุยกับคนอื่น วิ่ง เดิน ฯ เป็นต้น เป็นที่สงสัยของพวกเรา เมื่อคุณกะปุ๋มมาเฉลยทีหลังว่า เปรียบเก้าอี้เป็นก้อนความทุกข์ ถ้าหากวางได้มั๊ย ? วางได้ แล้วสบายกว่ามั๊ย ?? สบายกว่ากันเยอะเลย (ก็ไม่รู้แบกไว้ทำไมน๊ะ ??)    <blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ใครที่หมั่นบ่มเพาะเมล็ดพันธ์แห่งความโกรธ (ความทุกข์) ก็จะเห็นอะไรขวางหู ขวางตา ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปซะหมด หรือบางคนมีเคล็ดลับความสุขเป็นร้อย เป็นพัน แต่ไม่รู้จักปล่อยวาง ก็ใช่ว่าจะหาความสุขได้ อีกทั้งถ้าเราบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความทุกข์บ่อย ๆ เข้า ต่อไปมันก็จะเจริญเติบโตและบดบังเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขในใจเรา และการสร้างความทุกข์ (ความโกรธ) ให้กับผู้อื่น เป็นการสร้างทุกข์ให้กับตัวเองเช่นกัน </p></blockquote> สรุปว่า เมื่อใดที่เจ้าเมล็ดพันธ์แห่งความทุกข์เข้ามา ก็ปล่อยวาง แล้วก็ ช่างมันเถอะ  <blockquote><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คุณกะปุ๋มบอกให้เราสังเกตุสัญญาณจิตค่ะ เพราะคนที่มีสัญญานจิตที่มีความสุข ก็จะ หลับสบาย ไม่ฝันร้าย ตื่นได้ง่าย ไม่ว้าวุ่นใจหรือหดหู่ สีหน้าผ่องใส+เปล่งปลั่ง และ เสมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะปกป้องเรา </p></blockquote>สิ่งที่ได้เรียนรู้มีอีกมากค่ะ เช่น <ul>

  • เมื่อใดที่เกิดความโกรธ ให้ละเว้นจากการพูดหรือกล่าว หรือกระทำในสิ่งที่อาจเลวร้ายลง และก็ไม่ต้องซ่อนเร้นความโกรธ ฝึกหายใจ ให้บอกเล่าความโกรธ และนัดหมายกันอย่างน้อยอีก 1 สัปดาห์
  • เมื่อใดที่ทำให้อีกฝ่ายโกรธ ให้เคารพความรู้สึกของอีกฝ่าย ไม่หัวเราะเยาะ ไม่บีบคั้นให้มีการพูดคุยหารือกัน ฝึกหายใจ ขอโทษทันที (ยังไม่ต้องเจรจา) รับนัดหมายหารือกัน อย่าพูดว่า "ฉันไม่โกรธ ไม่เป็นไร ไม่ทุกข์ ไม่มีอะไรน่าโกรธ แค่นี้ไม่อาจทำให้ฉันโกรธ" และเลื่อนนัดออกไปหายังรู้สึกไม่สงบพอ
  • </ul>ผู้เขียนได้ข้อคิดต่าง ๆ มากมาย ได้ฝึกสมองให้ใช้ความคิดอย่างสมดุล (ช่วงนี้พยายามมองดูก้อนเมฆ) และมีความสุขที่ได้หมั่นรดน้ำใส่ปุ๋ย ให้เมล็ดพันธุ์แห่งการเรียนรู้และความสุขเติบโตเพิ่มขึ้น ๆ  ๆ