ปัญหาการผายลมเป็นเรื่องใหญ่จนวิทยาลัยแพทย์ทางเดินอาหารสหรัฐฯ ตีพิมพ์คำแนะนำ 10 ประการในการบริหารจัดการ "การผายลม"
|

...
เป็นที่ทราบกันดีว่า เราๆ ท่านๆ นั้นบางครั้งก็อดจะผายลม(ตด)ออกมาไม่ได้ โดยเฉพาะเวลาตื่นเต้นมากๆ หรืออยู่ในที่คับขัน เช่น ลิฟต์ ฯลฯ
ปัญหาการผายลมเป็นเรื่องใหญ่จนวิทยาลัยแพทย์ทางเดินอาหารสหรัฐฯ ตีพิมพ์คำแนะนำ 10 ประการในการบริหารจัดการ "การผายลม"
...
อาจารย์แพทย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดท่านนำมาเสริมเคล็ดไม่ลับเพิ่มเติม... จนได้เป็น "12 วิธี บริหารการผายลม(ตด) และลดท้องอืด" ตีพิมพ์ในจดหมายข่าวเฮลต์บีทออนไลน์ ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยเรียบเรียงใหม่เป็น 15 วิธีครับ
...
(1). ยอมรับความจริง...
-
"ผายลม(ตด)เป็นเรื่องธรรมดา" อาจารย์ท่านว่าไว้อย่างนี้
-
ผู้ใหญ่เกือบทุกคนผายลม(ตด)วันละ 10-20 ครั้ง
- การผายลมเพิ่มขึ้นมักจะเมื่อคนเราหันมากินอาหารสุขภาพใหม่ๆ เช่น ถั่ว บรอคโคลี ข้าวกล้อง ฯลฯ
...
(2). อย่ากินหรือดื่มเร็วเกิน...
-
เวลาคนเรากินอาหาร หรือดื่มน้ำ... คนเราจะกลืน "ลม(อากาศ)" เข้าไปด้วยเสมอ และจะกลืนลมมากขึ้นถ้ากินเร็ว ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มเร็ว
- วิธีง่ายๆ คือ กินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เวลาดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มก็ควรดื่มช้าๆ เช่นกัน
...
(3). เวลากินอย่าพูดมาก...
- ผู้เขียนขอเสริมข้อนี้หน่อยคือ เวลากินอย่าพูดมาก เพราะยิ่งพูดมากจะยิ่งกลืนลมเข้าไปมากขึ้น
...
(4). หลีกเลี่ยงอาหาร "เติมแก๊ส"
-
เครื่องดื่มหลายๆ อย่างมีแก๊สมาก เช่น เบียร์ โซดา น้ำอัดลม ฯลฯ ดื่มแล้วจะทำให้เรอมากขึ้น ผายลมมากขึ้น
- อาหารและขนมประเภทเบเกอรีหลายๆ อย่างมีการเติมฟองอากาศ(ลม)เข้าไป ทำให้นุ่มนิ่มแบบสุดๆ เช่น เค้กฟองน้ำ (sponge cake) นมปั่น (milk shakes) ฯลฯ
...
(5). งด-ลด-ละ-เลิกบุหรี่
- เวลาคนเราสูบบุหรี่ หรือยาสูบรูปแบบอื่นๆ จะสูบลม(อากาศ)เข้าไปด้วย ทำให้เสี่ยงต่อการผายลมเพิ่มขึ้น
...
(6). ลดอาหารที่มีกำมะถัน
-
อาหารหลายอย่างมีสารประกอบกำมะถันค่อนข้างมาก ซึ่งมักจะทำให้เกิดแก๊สชนิดมีกลิ่นเหม็น เช่น ไข่ เนื้อ กะหล่ำปลี ฯลฯ
- การกินพอประมาณ หรือทางสายกลางยังคงเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลเสมอ
...
(7). ลดถั่วและผักบางชนิด
- คนที่เริ่มกินถั่วและผักมากขึ้นในช่วงแรกๆ อาจมีปัญหาท้องอืด หรือผายลมมาก เนื่องจากถั่วสด ถั่วเมล็ดแห้ง และผักบางชนิดมีน้ำตาลที่ร่างกายย่อยไม่ได้
-
แบคทีเรียในลำไส้จะย่อยน้ำตาลที่คนเราย่อยไม่ได้ ทำให้เกิดแก๊ส
-
เรียนเสนอให้พวกเราที่สนใจจะกินถั่วและผักเพิ่มขึ้น ค่อยๆ เพิ่มทีละน้อย
-
ข่าวดีคือ การต้มถั่ว หรือนำถั่วไปแช่น้ำหลายๆ ชั่วโมงก่อนนำไปปรุงอาหาร และปรุงอาหารให้นานหน่อย ช่วยลดปัญหานี้ให้น้อยลงได้
- ผู้เขียนไปนมัสการสังเวชนียสถานอินเดีย-เนปาลหลายครั้ง สังเกตว่า คนอินเดีย-เนปาล ซึ่งกินถั่วต้มมาก เกือบไม่ผายลมเลย เข้าใจว่า คงจะเป็นเพราะท่านเหล่านี้กินถั่วต้มเป็นหลัก ส่วนผักสด ถั่วสดนี่... คนอินเดีย-เนปาลกินน้อยมาก
...
(8). ยาช่วยย่อย
-
การศึกษาวิจัยจากอิตาลีในปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 พบว่า ยาช่วยย่อยซึ่งมีเอนไซม์ช่วยย่อย (alpha-galactosidase) ขนาดปกติ ไม่ช่วยให้การย่อยอาหารดีขึ้น หรือผายลมน้อยลง ต้องใช้ขนาดสูงมากๆ จึงจะได้ผล
- ถ้าจะลองใช้ยาช่วยย่อยก็ได้ ทว่า... ถ้าไม่ได้ผลคงต้อง "ทำใจ"
...
(9). น้ำหวาน
- ทุกวันนี้อาหารและเครื่องดื่มสำเร็จรูปนิยมนำน้ำเชื่อมฟรัคโทส (fructose syrup) มาใช้ เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มเติมน้ำตาล ขนม ฯลฯ
-
การกินน้ำเชื่อมฟรัคโทสมากๆ อาจทำให้ท้องอืด หรือผายลมมากได้ เนื่องจากคนบางคนดูดซึมน้ำตาลชนิดนี้ได้ในปริมาณจำกัด
- เรื่องของหวานๆ นี้... ท่านว่า "น้อยไว้ละดี"
...
(10). ยาอื่นๆ
- ยาอื่นๆ เช่น ถ่านที่มีพื้นที่ผิวมาก (activated charcoal) ซึ่งกล่าวกันว่า ดูดซับแก๊สบางอย่างได้ ไซเมติโคน (simethicone) ซึ่งกล่าวกันว่า ช่วยลดการเกิดฟอง ทำให้การดูดซึมแก๊สเข้าสู่ผนังลำไส้ดีขึ้น ฯลฯ พบว่า ได้ผลไม่แน่นอน
...
(11). กางเกงในไฮเทค
- ดอกเตอร์ไมเคิล เลวิทท์ เมืองมินนีอาโพลิส สหรัฐฯ พัฒนากางเกงในที่ดูดซับกลิ่นผายลมแบบเหม็นได้
-
ท่านอ้างว่า กางเกงในที่พัฒนาขึ้นดูดซึบกลิ่นผายลมแบบเหม็นได้เกือบทั้งหมด
-
นอกจากนั้นยังมีผลิตภัณฑ์เป็นแผ่นสอดเข้าด้านในกางเกงใน (inside pads) ซึ่งดูดซึบกลิ่นผายลมแบบเหม็นได้ 55-77% และแผ่นเบาะหนุนรอบๆ กางเกงใน ซึ่งดูดซึบกลิ่นผายลมแบบเหม็นได้ 20%
- ปัญหาคือ กางเกงในที่ว่านี้ราคาตัวละ 65 เหรียญสหรัฐฯ (2,080 บาท) จะใช้ได้ดีจริงหรือเปล่า จะใช้ได้กี่ครั้งก็ไม่ทราบ เพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่มักจะมี "ราคาคุย" ไม่มากก็น้อยเสมอ
...
(12). ยาปฏิชีวนะ
-
การใช้ยาปฏิชีวนะไปฆ่าเชื้อโรคในลำไส้พบว่า ไม่ได้ผล และอาจมีอันตราย
- ผู้เขียนขอเรียนเสนอให้ทดลองกินนมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ตดู ซึ่งมีจุลินทรีย์ชนิดดี ขอให้เลือกชนิดไขมันต่ำ-น้ำตาลต่ำหน่อย เนื่องจากจุลินทรีย์ชนิดดีอาจเข้าไปช่วยลดปริมาณจุลินทรีย์ชนิดร้ายๆ ได้
- เรื่องนี้คล้ายกับการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ฝ่ายดี (E.M. / อี.เอ็ม.) ซึ่งลดกลิ่นเหม็นเน่าจากจุลินทรีย์ร้ายๆ ในบ่อบำบัดน้ำเสีย
...
(13). ออกแรง-ออกกำลัง
-
อาจารย์หมอท่านแนะนำให้ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะการเดิน หรือออกกำลัง "นอกอาคาร"
-
การศึกษาวิจัยจากสเปนในปี 2006 หรือ พ.ศ. 2549 พบว่า วิธีนี้ "ได้ผล" แบบ "หลีกเลี่ยงดีกว่าต้านทาน" (สำนวนอาจารย์กังฟูในหนังประมาณ 30 ปีก่อน)
-
ท่านบอกเคล็ดไม่ลับว่า การออกแรง-ออกกำลังมักจะทำให้เกิดการผายลมในช่วงนั้น ซึ่งเมื่อเราอยู่นอกอาคาร อยู่คนเดียว หรืออยู่กับเพื่อนๆ แล้ว เรื่องผายลมจะไม่ทำให้เราหน้าแตก หรืออาย ทว่า... กลับเป็นเรื่องสนุก หรือขบขันไปเสียอีก
- เมื่อลม(อากาศ)ออกมาแล้ว ลมจะเหลืออยู่ในลำไส้น้อยลง โอกาสผายลมเวลาทำงาน ประชุม หรืออยู่ในที่คับขัน เช่น อยู่ในลิฟต์ ฯลฯ จะน้อยลงไปอย่างมากมายทีเดียว
...
(14). อย่ากิน "ข้าวคำ-น้ำคำ"
-
ศาสตราจารย์พวงทอง ไกรพิบูลย์สอนผู้เขียนว่า การกินข้าวแบบ "ข้าวคำ-น้ำคำ" หรือกินข้าวได้สัก 2-3 คำสลับกับการดื่มน้ำ 1 คำ อาจทำให้ท้องอืดได้ง่าย เนื่องจากไปทำให้ปริมาณอาหารและน้ำในกระเพาะอาหารมีมากเกิน
- วิธีที่ดีกว่าคือ กินข้าวช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด เคี้ยวเบาๆ (ผู้เขียนเพิ่งถูกอาจารย์หมอฟันดุมาว่า เคี้ยวแรง ทำให้ฟันสึกทุกซี่) และค่อยๆ กลืน
- ส่วนน้ำนั้น... ให้ดื่มหลังอาหาร แล้วเดินหลังอาหารสัก 10 นาที เผื่อจะได้ "ผาย(ลม)" ออกมาบ้าง แล้วจะสบาย
...
(15). ระวังหมากฝรั่ง
- การเคี้ยวหมากฝรั่งมีส่วนเพิ่มการกลืนลมลงไปในท้อง
- นอกจากนั้นการเคี้ยวหมากฝรั่งเติมน้ำตาลพิเศษที่ไม่ทำให้ฟันผุ เช่น ไซลิทอล ฯลฯ มากเกิน เนื่องจากร่างกายย่อยน้ำตาลพิเศษไม่ได้ น้ำตาลพิเศษเหล่านี้จะดูดน้ำไว้ ซึ่งถ้ามีมากเกิน อาจทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียได้
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสขภาพดีไปนานๆ ครับ
...

ที่มา
-
-
ข้อมูลและการอ้างอิงในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
-
ท่านที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร หรืออนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
-
ขอขอบคุณอาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + อาจารย์เบนซ์ iT > สนับสนุนเทคนิค iT.
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โ รงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 12 มีนาคม 2551.
|
สวัสดีครับคุณหมอ
ขอบคุณครับ...จะฝึกตนใหม่ครับ
ขอบคุณครับผม
ขอขอบคุณ... คุณนายช่างใหญ่
ขอขอบคุณ... คุณ suksom
สวัสดีค่ะคุณหมอ
สวัสดีค่ะ อาจารย์ (ขออนุญาตเรียกอาจารย์ค่ะ)
ช่วงนี้ลดน้ำหนัก โดยหันมากินมังสวิรัตมากขึ้นเลยมีลมเยอะหน่อย รายการอาหารตามที่คุณหมอเขียนเลยคะ ถั่วเขียวต้ม, หอมหัวใหญ่สด, ผักกาดแก้วสด, บลอคเคอรี่ต้ม, ไข่ขาว
ขอบคุณคะ
ทำไมผมถึงไม่ ตด ผายลมเลยครับ ผมมีปัญหาเกี่ยวกับระบบร่างกายหรือเปล่า มีวิธีแก้ยังไงบ้างครับ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ Thank,you
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆที่คุณหมอกรุณาแนะนำ ใครนำไปปฏิบัติก็ได้ผลกับตนเอง