ใครๆก็มีความคิดเป็นของตัวเอง จะบังอาจไปบังตับให้คิดตามเราได้อย่างไร คนในบ้านยังพอทำเนา บอกได้ สอนได้ ตักเตือนได้
 เมื่อทำงานร่วมกันเป็นทีม   ก็ย่อมมีหัวหน้าทีม   มีลักษณะของการทำงานที่เป็นผู้นำ  และผู้ตาม  หากทุกคนทำงานตามบทบาทหน้าที่  การงานนั้นก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้  
แต่ไม่ใช่เรื่องนี้ที่เป็นประเด็นในบันทึกนี้   เรื่องนี้คือ .... อย่าเอาความคิดของตัวเองไปบังคับผู้อื่น   หมายถึง   เมื่อใครก็ตามมีโอกาสก้าวขึ้นไปถึงการเป็นผู้นำ   ต้องปล่อยให้เพื่อนร่วมงานมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง  
แต่ผู้นำ  พยายามนำข้อคิดเห็นที่เป็นแนวการดำเนินการร่วมกัน  มาลงความเห็น  มาหามัติ  หาข้อยุติในการทำงาน   อย่าชี้นำ  หรือ  เอาความคิดของตนแต่ฝ่ายเดียว  
การพยายามเอากรอบความคิดของตนไปยัดเยียดให้ผู้อื่นคิดตามเรา   ทำตามเรา   หรือเป็นตามที่ใจเราต้องการเป็นสิ่งที่ทำแล้ว.....ไม่เกิดประโยชน์อันใด ....
รังแต่จะเป็นการสร้างความทุกข์และอกุศลให้เกิดขึ้นภายในจิต     เพราะทุกคนในโลกนี้เกิดมาแตกต่างกัน    ไม่มีใครที่เหมือนกันเลย    
แม้แต่พี่น้องที่คลานตามกันมา
ดังนั้น     การคาดหวังว่าผู้อื่นจะเป็นไปตามใจเรานั้นเป็นเพียง.....การวาดฝันในอากาศ    มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้     แม้แต่ความคิดของตัวเราเองยัง......บังคับไม่ได้เลย   
ประสาอะไรกับการไปบังคับผู้อื่น    
และในทางกลับกันหากเราเป็นฝ่ายที่.....ถูกบังคับบ้างเราก็คง.....ไม่ยอมเช่นเดียวกัน    
ดังนั้น    เมื่อรู้เช่นนี้แล้วให้รู้จัก......ปล่อยวางเสียบ้าง    ทำจิตใจให้สบาย ๆ  และเมื่อปรารถนาสิ่งใดให้สร้างเหตุและปัจจัยเหล่านั้นขึ้นมา   
ยกตัวอย่างเช่น     บิดามารดาที่อยากให้ลูกเป็นคนดี มีกิริยามารยาทเรียบร้อย มีความกตัญญูกตเวที     ก็ต้องทำสิ่งเหล่านั้นให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่างเสียก่อน หรือถ้าอยากให้คนอื่น....รักเรา เห็นใจเรา เข้าใจเรา ก็ให้หัด....รักคนอื่น เห็นใจผู้อื่น และเข้าใจผู้อื่นบ้าง
วันนี้  คุณล่ะ  บอกรักใครหรือยัง...  แสดงความคิดเห็นในบันทึกของท่านใดหรือยัง    อิอิ....