ท่านนี่แหละที่เรียกชาวบ้านดงหลวงไปพบเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2549 นี้เอง เหตุผลคือ ท่านสนิทสนมมาก่อนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี และเรียกพบหลายต่อหลายครั้งแล้ว ชาวบ้านที่ถูกเรียกพบนั้นเคยเป็นทหารพิทักษ์คุณพ่อของท่าน คือ พันโท พโยม จุฬานนท์ อดีตกรรมการกลาง พคท.คนหนึ่งและได้มาเข้าป่าที่ดงหลวงนี่เอง

1.        ดงหลวงกับการเมืองในปัจจุบัน: การเมืองวันนี้ คือยุค คปค. ที่โค่นล้มรัฐบาลเลือกตั้งลง และมีท่านพลเอกสุรยุทธ์ จุฬานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนี่แหละที่เรียกชาวบ้านดงหลวงไปพบเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2549 นี้เอง เหตุผลคือ ท่านสนิทสนมมาก่อนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี และเรียกพบหลายต่อหลายครั้งแล้ว ชาวบ้านที่ถูกเรียกพบนั้นเคยเป็นทหารพิทักษ์คุณพ่อของท่าน คือ พันโท พโยม จุฬานนท์ อดีตกรรมการกลาง พคท.คนหนึ่งและได้มาเข้าป่าที่ดงหลวงนี่เอง  ต่อไปนี้คือเอกสารที่คัดลอกมาให้อ่าน...(จาก..ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข Nation Weekend ปีที่ 12 ฉบับที่ 583 ส.ค. 46)

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">.......ยศ พ.ท. ที่ติดอยู่หน้านาม พโยม จุลานนท์ เป็นยศที่ประดับจากกองทัพบกไทย อดีตนายทหารเสนาธิการชาวเพชรบุรีผู้นี้ มีปูมชีวิตที่ไม่ธรรมดา พ.ท.พโยม เป็นบุตรของ พ.อ.พระยาวิเศษสิงหนาถ (ยิ่ง จุลานนท์) กับคุณหญิงเก๋ง จุลานนท์ โดยมีพี่น้องร่วมบิดาคือ 1.พ.อ.พระอร่ามรณชิต (อ๊อด จุลานนท์) 2.พยัพ ส.ก.2567 (2457) 3.พยงค์ ส.ก.3005 (2459) 4.พ.ท.พโยม 5.พยูร โอฬารสมบัติ และ 6.ยศ จุลานนท์ โดยที่ 3 ท่านแรกเกิดจากมารดาคือ กลีบ จุลานนท์ และอีก 3 ท่านรวมถึง พ.ท.พโยม เกิดจากมารดาคือ คุณหญิงเก๋ง ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พ.ท.พโยม เป็นนายทหารที่มีความเฉลียวฉลาดและรักชาติเพียงใด </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ก่อนสงครามมหาเอเชียบูรพาจะอุบัติขึ้น พ.ท.พโยม เป็นนายทหารเสนาธิการที่สำคัญผู้หนึ่งที่ได้รับมอบหมายจาก จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้เป็นผู้วางแผนต้านการบุกรุกของข้าศึกที่อาจจะมาทางด้านตะวันออก ตามแนวปราจีนบุรีและสระบุรี ทว่าการต้านทานไม่ทันได้เกิดขึ้น จอมพล ป. กลับทำสนธิสัญญาร่วมมือกับกองทัพอาทิตย์อุทัยเสียก่อน   ไม่ปรากฏว่า พ.ท.พโยม เข้าไปร่วมกับเสรีไทยทำการกู้ชาติต่อต้านญี่ปุ่นหรือไม่ ทว่า พ.ท.พโยม กลับเป็นนายทหารที่ยืนอยู่ฟากตรงข้ามกับกลุ่มของปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าคณะเสรีไทย ทำการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 โดยมี จอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร และมี พ.ท.พโยม เป็นเลขาธิการ และเชิญนายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรีขัดตาทัพ ก่อนที่ในปีต่อมาจอมพล ป. จะคืนสู่อำนาจอีกครั้ง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">การกลับสู่อำนาจของจอมพล ป. ในครั้งหลัง เป็นช่วงที่ พ.ท.พโยม ลาออกจากราชการทหารเพื่อเป็นสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. จังหวัดเพชรบุรี ต่อมาจุดเปลี่ยนของชีวิตเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเกิดเหตุขัดแย้งรุนแรงกับ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ ในยุคอัศวินแหวนเพชรครองเมือง จึงเข้าร่วมเตรียมก่อการรัฐประหารอีกครั้ง โดยการนำของนายทหารเสนาธิการ พล.ต.สมบูรณ์ ศรานุชิต และ พล.ต.เนตร เขมะโยธิน เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2491 ทว่า กลับต้องถูกรวบและลงเอยในฐานะ 'กบฏ' ซึ่งเรียกกันต่อมาว่า 'กบฏเสนาธิการ' ทั้งๆ ที่ยังมิทันได้เริ่มก่อการ ส่วน พ.ท.พโยม ได้หลบหนีขึ้นไปทางจังหวัดเชียงใหม่ และข้ามไปพักพิงอยู่ในเมืองหาง เขตแดนพม่า สถานที่ พ.ท.พโยม เคยมีบทบาทสำคัญในการบัญชาศึกต้านทานกองทัพก๊กมินตั๋งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  ทว่า เมืองหาง มิใช่สถานที่อันคุ้นเคยของ พ.ท.พโยม อีกต่อไป </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">อุดม สีสุวรรณ ในนามปากกา พ.เมืองชมพู ที่มีโอกาสเดินทางไปพบ พ.ท.พโยม ที่เมืองหาง ได้สรุปถึงสถานการณ์รอบตัวของ พ.ท.พโยม ไว้ใน 'สู่สมรภูมิภูพาน' ว่า "1.ศึกกระเหรี่ยง ศึกคอมมิวนิสต์ และศึกพม่าอิสระที่รัฐบาลพม่ากำลังเผชิญอยู่นั้น ทำให้ดินแดนที่ลุง (หมายถึง พ.ท.พโยม) กำลังหลบภัยอยู่นั้นคับขัน 2.การปฏิเสธที่จะช่วยเจ้าเมืองพาน (เพื่อรบกับกระเหรี่ยง) ย่อมสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างคุณลุงกับคนเมืองหางที่เคยสร้างไว้ในอดีต 3. ความขัดแย้งกับพวกจีนฮ่อซึ่งนับวันมีอิทธิพลเหนือดินแดนอันน่าสงสารแห่งนี้ ทำให้ความปลอดภัยของลุงลดลงถึงระดับที่ยากจะประกันอะไรได้ "ทั้งสามประการดังที่วิเคราะห์นี้แสดงว่า ลุงอยู่ต่อไปไม่ได้เสียแล้วในดินแดนแห่งนี้ ลุงจะต้องหาทางเพื่อหลุดพ้นจากสถานะเช่นนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้" </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">และผู้เล่าเรื่องนี้ก็กลับจากเมืองหาง พร้อมกับเอกสารแสดงความจำนงเข้าร่วมกับ พคท.ของ พ.ท.พโยม เพื่อยื่นต่อ พายัพ อังคสิงห์ สมาชิกพรรคฯคนสำคัญ ที่ทำงานในเมืองอยู่ในขณะนั้น นั่นคือปี 2492 ขณะที่ ด.ช.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อายุได้เพียง 6 ขวบ พ.ท.พโยม กำลังเดินทางเลาะตะเข็บชายแดนไทย-พม่า-ลาว โดยการอำนวยความสะดวกจาก รวม วงศ์พันธ์ เข้าสู่แผ่นดินจีน ปลายทาง 'สำนักลัทธิมาร์กซ์-เลนิน' ณ กรุงปักกิ่ง 8 ปีในแผ่นดินจีน หล่อหลอมให้นายทหารเสนาธิการแห่งกองทัพไทยกลายเป็นนักปฏิวัติที่พร้อมจะทำงานเพื่อสร้างสังคมใหม่ พ.ท.พโยม คืนแผ่นดินเกิดในปลายสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในปี 2500 ในชื่อจัดตั้งว่า 'สหายคำตัน' หรือ 'ลุงคำตัน' ของนักปฏิวัติในยุคหลัง และกลับสู่บ้านที่บางโพในวันที่ลูกชายคนโตอายุได้ประมาณ 14 ปี พร้อมกับเตรียมลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งกับพรรคสหภูมิ  ทว่า รัฐบาลชาตินิยมของจอมพล ป. กำลังถูกแทรกแซงอย่างหนักจากมหาอำนาจ รัฐบาลจอมพล ป. ได้รับการอธิบายผ่านสายตานักปฏิวัติว่า เป็นรัฐบาลที่เป็นอุปสรรคของนโยบายลงทุนเสรีของบรรษัทข้ามชาติ และสิ่งที่เรียกว่า นีโอ-โคโลเนียลิสม์ และเป็นอุปสรรคต่อการนำของสหรัฐอเมริกาเพื่อใช้ไทยเป็นปราการรับมือกับทฤษฎีโดมิโนในบริบทของสงครามเย็น ที่สุดจอมพล ป. ปิดฉากชีวิตทางการเมืองด้วยการถูกยึดอำนาจโดยคณะทหารที่นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในวันที่ 16 กันยายน 2500 และอีกครั้งโดยผู้นำคนเดียวกันในวันที่ 20 ตุลาคม 2501 พ.ท.พโยม และพลพรรค จำต้องหลบลงใต้ดินอีกครั้ง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ปี 2504 รวม วงศ์พันธ์ สมาชิกกรมการเมือง องค์กรสูงสุดของ พคท. ถูกจับและจอมพลสฤษดิ์ มีคำสั่งประหารชีวิต สถานการณ์ฝ่ายซ้ายคับขันและอยู่ในสภาพหนีตายเข้าป่า กรมการเมือง พคท.เรียกประชุมด่วน และมีเข็มมุ่งเตรียมการต่อสู้ด้วยอาวุธในเขตป่าเขาทันที  ปี 2506 ในเวลาที่ลูกชายคนโตใกล้จะจบโรงเรียนเตรียมทหาร พ.ท.พโยม หรือ 'สหายคำตัน' ในฐานะคณะกรรมกลางการพรรค ตัดสินใจเดินทางเข้าป่าที่ ตำบลดงหลวง อ.นาแก จ.นครพนม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> ตำบลดงหลวงในสมัยนั้นขึ้นกับอำเภอนาแกจังหวัดนครพนม เช่นเดียวกับอำเภอมุกดาหาร ต่อมาทางราชการจัดตั้งจังหวัดมุกดาหาร จึงเอาตำบลดงหลวงยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอดงหลวงจนถึงปัจจุบันนี้