วันนี้มาอยู่เวรในห้อง Lab ในวันหยุดสุดสัปดาห์ รู้สึกเหมือนทุกครั้งว่าอยากทำงาน พอเห็น tube เลือดมาตั้งเรียงๆกัน ก็อยากจะจัดการทำให้ได้ผลที่ถูกต้องออกไปในเวลาอันสั้นที่สุดเท่าทีจะทำได้ รู้สึกว่าสัญชาติญาณนี้เป็นไปโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่เข้ามาในห้อง Lab เป็นความสุขที่ได้ทำและยังไม่เคยเบื่อ
พอได้อ่านบันทึกของ คุณ OTPOP ที่เตือนให้เราทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายในแต่ละวัน แล้วรู้สึกว่าถ้าเราสนุกกับการทำงาน ก็เหมือนว่าเราได้พักผ่อนไปในตัวอยู่แล้ว ดังนั้นในวันหนึ่งๆเราจึงดูเหมือนว่าทำอะไรได้หลายๆอย่าง รู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ไม่ว่าจะทำอะไรในแต่ละวัน ก็รู้สึกสนุกไปเกือบทุกอย่าง และมีเรื่องที่อยากทำรออยู่เสมอ จะมีบ้างบางครั้งที่รู้สึกเหนื่อยกับงานบางอย่าง แต่พอลงมือทำก็จะรู้ว่าเป็นการเหนื่อยกาย ไม่ใช่เหนื่อยใจ
เมื่อมานั่งคิดดูแล้วก็คิดว่า ถ้าเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นเพราะอะไรก็น่าจะดี จะได้ถ่ายทอดวิธีการให้คนอื่นๆที่อาจจะทำงานได้ แต่ไม่ค่อยมีความสุข แต่คิดไปคิดมาก็ยังวิเคราะห์ไม่ถูก ก็เลยคิดออกมาดังๆใน GotoKnow ดีกว่า คงมีคนอีกหลายๆคนที่เป็นเหมือนกัน คงจะพอช่วยกันวิเคราะห์ให้ได้ อย่างเช่น อ.จันทวรรณ ที่ดูมีพลังเหลือเฟือกับงานรอบด้าน แต่ทุกครั้งที่อาจารย์ไปบรรยายก็สามารถส่งผ่านพลังออกไปให้คนฟังรู้สึกได้เสมอ (แต่อาจารย์คงกำลังเร่งมือกับ version 2 อยู่ ไว้พอมีเวลาค่อยวิเคราะห์ตัวเองให้พวกเรารู้บ้างนะคะ ว่าทำยังไงจึงมีความสุขกับการทำงานหลายๆอย่างอยู่เสมอ), คุณ ชายขอบ ผู้มองทุกอย่างได้ลึกซึ้ง วิเคราะห์อะไรได้ถึงแก่นอยู่เสมอ, คุณ Dr .Ka-Poom ผู้ลุ่มลึกและลุยงานหลากหลาย แม้มีเหนื่อยใจบ้างก็ดูเหมือนจะไม่เคยเหนื่อยกายสักเท่าไหร่, อ. JJ ผู้ลุยงานรอบด้านแล้วยังเป็นนักเดินทางไปทั่วทิศ, อ. มาลินี ผู้สามารถ เป็นคนที่ทำงานได้หลากหลายและส่งพลังเผื่อแผ่ออกมายังผู้อื่นได้อีกด้วย รวมทั้งท่านอื่นๆที่รู้สึกว่า สนุกกับการทำงานอยู่เสมอ จะรออ่านจากบันทึกของท่านๆนะคะ ว่าทำอย่างไรจึงทำงานได้อย่างมีความสุขเสมอ
อยากลปรร. ด้วยคนค่ะ สำหรับตัวเองน๊ะค๊ะ มีความสุข ๆ ดิบ ๆ กับงานค่ะ แต่สรุปว่าตัวเองรักงานที่ทำค่ะ รักในอาชีพเทคนิคการแพทย์ (แม้ว่าตอนแรกที่เลือกไม่ทราบว่าทำอะไร และอย่างไร) คิดซะว่าเป็นพรมลิขิตให้ชีวิตเดินมาทางเส้นนี้ ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดค่ะ นั่นคือให้ผู้รับบริการได้รับผลได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว พึงพอใจ และเราก็ต้องเรียนรู้และเพิ่มทักษะในงานที่ทำค่ะ
พี่โอ๋ ครับ! ในใจผมนะสิ่งแรกคือต้องทำแล้วมีความสุข หากผมรับรู้ว่าจะไม่มีความสุขในการทำ ผมจะปฏิเสธนิ่ม ๆ แต่หากเมื่อรับปากว่าจะทำ รับรองว่าทำจริงและมีความสุขแน่ ๆ เรื่องนี้ผมฝากบันทึกเก่า (เขียนไว้นานแล้ว) ที่มี Link ที่เกี่ยวข้องกับความสุขไว้ให้พี่ได้อ่านนะครับดังนี้ การจัดการความรู้ (ปัญญา) เพื่อความสุข
คิดดังๆ ก็ตามมาแบบดังๆ เช่นกันคะ(ยิ้มๆ) ต้องขอบคุณสำหรับมุมมอง”คุณโอ๋-อโณ”นะคะที่มองว่า Dr .Ka-poom เป็นผู้ลุ่มลึก..(ยิ้มๆๆ-ชอบคำชมคะ)..แม้เหนื่อยใจก็ใช่จะเหนื่อยมาก อาจเป็นเพราะชอบแสดงออกต่อความรู้สึก”ตน”และไม่เก็บ และเลือกที่จะปลดปล่อย เพราะเชื่อหากเมื่อใดได้ระบายในใจ พลังที่ก่อเกิดข้างในจะทำให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ไม่เครียดสะสม หากแต่จะเบาสบาย และทำให้เดินเรื่องการทำงานได้อย่างมีความสุข… ทำในสิ่งที่”รัก”…คือความสุข… และหาก”รัก”ในสิ่งที่ทำ..ด้วยแล้ว ก็จะยิ่งสุขๆ..ยิ่งขึ้น บางครั้งบางเวลาเราอาจไม่ได้ทำในสิ่งที่ “รัก” เสมอไป..แต่เราก็สามารถที่จะเลือกบอก “ใจ” เราได้ว่าให้ “รัก” ในสิ่งที่เราทำเถอะ..เราก็จะมีความสุข..แม้เหนื่อยกายสักปานใด..หากเมื่อทำด้วยใจแล้ว ไม่ว่างานใดใด ก็ทำให้เราสุขใจได้เช่นกัน
ไม่ใช่คุยครับ แต่บอกดังๆเลยว่าอาการ “สนุกกับงาน” นั้นผมมีติดตัวมานานแล้ว เข้าใจได้ดีว่าเป็นอย่างไร แต่อย่างที่คุณชายขอบว่านั่นแหละ ใช่ว่าจะ สุข หรือสนุกไปเสียทุกงาน มีบ่อยเหมือนกันที่ตกกระไดพลอยโจน ต้องทำงานที่ฝืนความรู้สึก ก็จะหาทางปลีกเร้นออกมาเสีย แต่ไม่ให้เขาเสียงานนะ แท้จริงแล้ว การงานคือชีวิต ผมยังงงอยูว่าชีวิตที่ไม่รักการงานสักอย่าง มีอยู่ได้อย่างไร มันน่าอาย พืช มากเลยนะ รายละเอียดตามไปอ่านต่อ ในบันทึกเรื่อง “สวรรค์อยู่ที่การทำงานนี่เอง” ได้ครับ
เขียนต่อตรงนี้เดี๋ยวจะยาวไป.
คติของผมที่เกี่ยวกับการทำงานแล้วมีความสุข
1. รักงานที่เราทำ
2.ภูมิใจที่ได้ทำงาน
3.ตั้งใจทำงาน
4.ผู้ร่วมงานคือครอบครัวของเรา
5.ข้อสุดท้าย คือ คุยนอกเรื่องกันบ้างจะได้ไม่เครียดกับงานยกเว้นการเมือง ครับ
คิดว่างานทำให้ชีวิตของเรามีคุณค่าค่ะ
ลองคิดแบบครูผู้ให้สิครับ แล้วจะมีความสูข
ทำงานเพื่องาน
ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่
ทำเพื่อคนลุ่นหลังที่จะตามมา
ทำแบบปิดทองหลังพระแล้วจะเห็นว่ามันสุขใจกว่ายืนข้างหน้า
สุดท้ายทำเพื่อประเทศชาติและนายหลวงของเรา
http://gotoknow.org/profile/thaischolar