ความสำคัญของการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ได้กำหนด จุดหมายของ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานการเรียนรู้ที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียนมีอยู่ 9 ประการ ซึ่งในประการที่ 2, 3 และ 4 ได้กล่าวไว้ดังนี้ ประการที่ 2 มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รักการอ่าน รักการเขียน และรักการค้นคว้า ประการที่ 3 มีความรู้อันเป็นสากล รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ มีทักษะและศักยภาพในการจัดการ การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยี ปรับวิธีการคิด วิธีการทำงานได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ประการที่4 มีทักษะและกระบวนการ โดยเฉพาะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด การสร้างปัญญา และทักษะในการดำเนินชีวิต” เห็นได้ว่าความสามารถในการอ่าน การคิด และ การเขียน เป็นจุดเน้นที่สำคัญตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ซึ่งความสามารถในการสื่อสารที่ชัดถ้อยชัดคำเข้าใจง่าย การอ่าน, การเขียน การพูด และการฟัง เป็นรูปแบบแทนหลักทางวัฒนธรรมของมนุษย์ชาติ พระยาอุปกิตศิลปสาร ได้แสดงถึงความสำคัญของการอ่าน การคิดและการเขียน ในหัวใจนักปราชญ์ไว้ดังนี้คือ “ หัวใจนักปราชญ์ “ สุ. จิ. ปุ. ลิ.” ที่ข้าพเจ้าจะนำมาอธิบายให้ท่านฟังบัดนี้ ท่านคงทราบกันมาแล้วว่า สุ. ได้แก่ สุต คือการฟัง จิ. ได้แก่ จินตนะ คือการคิด ปุ. ได้แก่ ปุจฉา คือ การถาม และลิ. ได้แก่ ลิขิต คือการเขียน…….สุ. คือ สุต การฟัง ข้อนี้ได้แก่การแสวงหาความรู้ การเล่าเรียนสมัยโบราณต้องอาศัยการฟังเป็นพื้น เพราะการใช้หนังสือยังไม่มีแพร่หลายท่านจึงจัดเอาการฟัง เป็นหัวข้อสำคัญ คนที่จะเป็นปราชญ์ได้ก็ต้องได้ฟังมามาก ซึ่งเรียกว่า “พหูสูต” คือผู้ฟังมาก แต่สมัยนี้วิชาหนังสือแพร่หลายทั่วไป จึงควรนับการอ่านเข้าในข้อพหูสูตนี้ด้วย คือรวมความว่าผู้ที่เป็นนักปราชญ์จะต้องฟังมากและอ่านมากด้วย <p style="margin: 12pt 0cm 0pt; tab-stops: 27.0pt" class="MsoNormal"> จิ. ออกจาก จินตนะ แปลว่า ความคิด ซึ่งเป็นศัพท์พวกเดียวกับ “จิต” ว่าเครื่องคิดคือใจเรานี้เอง คำ จิ. คือ ความคิด ในที่นี้ท่าน หมายความว่า ให้ใช้ความคิด ซึ่งเป็นขั้นที่ 2 รองจากการฟังหรือการอ่าน ในสมัยนี้ด้วย กล่าวคือ เมื่อเราฟังหรืออ่านเรื่องราวใด ๆ เราต้องคิดตามไปด้วย ไม่ใช่ปล่อยจิตไปตามยถากรรม อย่างฟังเสียงนกเสียงกา ถ้าพบข้อความแม้จนคำพูดที่ไม่เข้าใจ หรือสงสัย ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรองภายหลัง เพราะถ้าจะเอามาตรึกตรองเวลานั้น ก็จะไม่ได้ฟังเรื่องต่อไป</p> การอ่านในปัจจุบัน อักษรสมัยแพร่หลายทั่วไปแล้ว เราจึงเล่าเรียนด้วยการอ่าน คู่เคียงกันไปกับการฟัง ยิ่งเรียนสูงขึ้น ยิ่งใช้การอ่านมากขึ้น และ จิ. คือการใช้ความคิด ก็ยิ่งมีมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงควรใช้ความคิดในการอ่านให้เหมาะสมแก่ฐานะที่เราเป็นผู้ใคร่ในการศึกษา จึงจะเหมาะ กล่าวคือ ต้องใช้ จิ. ไปด้วย ให้ได้รับความรู้ สมค่าที่ลงทุนอ่าน… ปุ. หัวใจตัวที่ 3 ออกจาก ปุจฉา ว่าการถามตามธรรมดาไม่มีใคร รู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ ดังนั้นผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์ จึงต้องพยายามหาความรู้ในการถามด้วย กล่าวคือ เมื่อเราฟังหรืออ่าน ถ้าพบข้อความหรือถ้อยคำที่สงสัย หรือไม่เข้าใจ ก็ผูกจิตไว้ตรึกตรอง และค้นคว้า หาความเข้าใจ ถ้าได้ผลเป็นที่ลังเลใจก็ดี หรือยังไม่เข้าใจก็ดีก็ต้องสอบถามผู้ที่เรามั่นใจว่าเขาจะรู้ดี … ไม่ควรกระดากอายในการไต่ถามสิ่งที่เราไม่รู้ เพราะว่าการทะนงตัวว่าเรารู้มาก ๆ ดูถูกผู้อื่นว่าไม่รู้ ๆ และการถือเกียรติว่าไม่ควรถามคนต่ำต้อยกว่าตน ทั้งการนี้ เป็นมารที่จะรั้งเราให้ลงจากฐานะเป็นนักปราชญ์ …ลิ. หัวใจนักปราชญ์ตัวที่ 4 ลิ. มาจากคำว่า ลิขิต ซึ่งแปลว่า เขียนไว้ กล่าวคือท่านให้บันทึกข้อที่ควรรู้ควรจำไว้ หัวใจตัว ลิ. นี่แหละสำคัญกว่าอื่น เพราะเป็นการแสดงผลของการฟัง การอ่าน การใช้ความคิด การถาม คือ การสอบสวนของผู้ที่จะเป็นนักปราชญ์ ซึ่งจัดไปภายหน้าอาจจะปรากฏว่า ผู้ที่บันทึกข้อความไว้เป็นนักปราชญ์หรือไม่ เป็นนักปราชญ์เพียงไร เป็นต้น.. <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> สิ่งที่กล่าวถึงข้างต้น ย่อมมองเห็นถึงความสำคัญของความสามารถในการอ่าน การคิด และการเขียน ที่พึงมี พึงเกิดกับผู้เรียนเพื่อแสดงถึงการรู้จริง ทำได้จริงด้วยสติปัญญาอันลึกซึ้งตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และหลักสูตรการศึกษาขึ้นพื้นฐาน และถ้าหากพิจารณาตรึกตรองอย่างรอบคอบจะพบว่า ความสามารถในการเขียนเป็นการบูรณาการ การฟัง การอ่าน การถาม การใช้ความคิดเข้าด้วยกัน เป็นการแสดงออกถึงภูมิปัญญาอย่างแท้จริงของผู้เขียน</p> ดังนั้นการประเมินผลงานการเขียนจึงสามารถประเมินผลการใช้ความคิด การอ่านของผู้เขียนได้อีกด้วย และเจตนารมณ์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเน้นการบูรณาการในลักษณะองค์รวม การพัฒนาการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการเขียน จึงควรพิจารณาในลักษณะองค์รวมเชิงบูรณาการ ดังที่หัวใจนักปราชญ์ กล่าวมาแล้วข้างต้นเกณฑ์การผ่านช่วงชั้น และการจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการจบการศึกษา ภาคบังคับ “ผู้เรียนต้องผ่านการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน ให้ได้ ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด” เกณฑ์การผ่านนี้เป็นหนึ่งเกณฑ์ในสี่เกณฑ์ ดังนั้นผู้ที่มีหน้าที่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ว่า การอ่าน คิดวิเคราะห์ เขียน คืออะไร มีเทคนิควิธีการประเมินอย่างไร มีเกณฑ์อะไรบ้าง ทั้งนี้ต้องยึดหลักการประเมินผลอย่างน้อย 3 ประการ คือ เที่ยงตรง เชื่อถือได้และยุติธรรมกับนักเรียนทุกคน โดยสรุป: ความสามารถในการอ่าน การคิด และการเขียน เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของความเป็นนักปราชญ์ที่พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 มีความประสงค์ให้เกิดขึ้นกับคนในชาติ และนำมาเป็นเกณฑ์ ๆ หนึ่ง ในการประเมินผลการผ่านช่วงชั้นทุกช่วงชั้น ซึ่งเป็นเกณฑ์การประเมินทางด้านปัญญา ส่วนเกณฑ์การผ่าน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นเกณฑ์ด้านความรู้ ด้านความดีคือเกณฑ์การผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และด้านความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือ เกณฑ์การผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั่นเอง
การจัดการเรียนรู้การอ่านคิดวิเคราะห์เขียน
นิเทศพัฒนาคุณภาพภาษาไทย
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ธวัชชัย เจริญผล · 1 มิ.ย. 2550
SweetsNuT · 1 มิ.ย. 2550
สมพร ตุ้มกูล · 1 มิ.ย. 2550
Wattanawong · 1 มิ.ย. 2550
ยูมิ · 1 มิ.ย. 2550
ตีรณ · 1 มิ.ย. 2550