การจัดการความรู้

หลักธรรมาภิบาล
หลักธรรมาภิบาล (Good Governance)คือ หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี พ.ศ. 2542 ประกอบด้วยหลักพื้นฐาน 6 ประการ

1.หลักนิติธรรม : การมีเกณฑ์ยุติธรรมและชัดเจน (Pair Legal Framework) ได้แก่ การตรากฏหมาย กฏข้อบังคับต่าง ๆ ให้ทันสมัยและเป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของสังคมและสังคมยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามกฎหมาย

2.หลักคุณธรรม : ความชอบในการใช้อำนาจ (Political Legifimacy) ได้แก่ การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม ซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินัย ประกอบอาชีพสุจริต จนเป็นนิสัยประจำชาติ

3.หลักความโปร่งใส : การมีการดำเนินการที่โปร่งใส (Transparency) ได้แก่ มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์อย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้สะดวก และมีกระบวนการให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องชัดเจน สร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันของคนในชาติ

4.หลักการมีส่วนร่วม : การมีส่วนร่วมของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง (Public Participation) ได้แก่ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้และเสอนความคิดเห็นในการตัดสินใจปัญหาสำคัญของประเทศ ไม่ว่าด้วยการแจ้งความเห็น การไต่สวนสาธารณะ ประชาพิจารณ์ การแสดงประชามติ หรืออื่น ๆ

5.หลักความรับผิดชอบ  : ความพร้อมรับการตรวจสอบ (Accountability) ได้แก่ การตระหนักในหน้าที่ ความสำนักในความรับผิดชอบต่อสังคม การใส่ใจปัญหาสาธารณะของบ้านเมือง และกระตือรือร้นในการแก้ปัญหา ตลอดจนการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และความกล้าที่จะยอมรับผลจากการกระทำของตน

6.หลักความคุ้มค่า : การบริหารที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) ได้แก่ การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม ใช้ของอย่างคุ้มค่า สร้างสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลกและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ยั่งยืน

     การปฏิบัติงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลตามหลักนิติธรรม คุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้ และหลักความคุ้มค่านั้น สำนักตรวจราชการ ฯ ได้ยึดหลักดังกล่าวในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะหลักการมีส่วนร่วม ขณะนี้สำนักตรวจราชการ ฯ ได้ร่วมมือกับองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ ในการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการรักการอ่าน ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 17 เดือนมิถุนายน 2550 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธรรมาภิบาล

คำสำคัญ (Tags)#km#ธรรมาภิบาล

หมายเลขบันทึก: 99949, เขียน: 01 Jun 2007 @ 10:33 (), แก้ไข: 18 Jun 2012 @ 14:23 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

          แวะมาเยี่ยมเป็นกำลังใจ  พยายามต่อไปนะครับ  เพื่อพลังแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          Link รวมบล็อกเรื่องธรรมาภิบาลของกลุ่มงานใน สป. นอกเหนือจากที่สถาบันฯ สร้างให้ครับ

http://gotoknow.org/blog/rattaket/112527

เขียนเมื่อ 

ผมได้สร้าง แพลนเน็ต เพื่อรวบรวมบันทึกธรรมาภิบาลของทุกสำนัก/กลุ่มงาน มาไว้ในที่เดียวกัน  เมื่อเปิดเข้าไป จะเห็นทุกบันทึกรวมอยู่ด้วยกัน สามารถเลือกอ่านและแสดงความคิดเห็นได้เลย  โดยบันทึกล่าสุดไม่ว่าจะเป็นของสำนัก/กลุ่มงานใดก็ตาม  จะอยู่ด้านบนสุด และใล่ลงไปด้านล่าง ตามวัน/เวลา (ฉนั้น ต้องการให้ปรากฎบันทึกของท่านอยู่ด้านบนเสมอ ต้องขยันบันทึกครับ)

เข้าไปดูได้ตาม Link นี้เลยนะครับ

http://gotoknow.org/planet/rattaket2

IP: xxx.9.19.236
เขียนเมื่อ 

สาเหตุที่แปล Good Governance ว่า"หลักธรรมาภิบาล"และสร้างเป็นองค์ประกอบ 6 ประการมีต้นเหตุจากอวิชชาเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการบริหารของโลก อีกทั้งสับสนเรื่อง"ระบบที่ดี"(Quality system)ซึ่งเป็นประเด็นที่โลกเปลี่ยนแปลงการบริหาร

ปี 1987 องค์กรมาตรฐานสากล ISO ได้ประกาศให้ประเทศสมาชิกเปลี่ยนแปลงการบริหารทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้การบริหารต้องมี"ระบบ"(Quality system)

ปี 1987 สหรัฐได้ออกกฏหมาย Public Law 100-107 จูงใจให้รางวัลทั้งภาคเอกชนและภาครัฐให้มี"การบริหารระบบ TQM" และ NIST ได้ให้ความหมาย"Governance refers to system of management..." ดังนั้น Good Governance จึงแปลว่า"ระบบที่ดี"(Quality system) ตามมาตรฐานสากลนั่นเอง

สำนักนายกฯมิได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกดังกล่าว จึงแปลคลาดเคลื่อน อันเป็นต้นเหตุสร้างความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมืองให้รัฐบาลถึง 7 รัฐบาลจนถึงปี 2552

เพราะประเทศต่างๆเขาปฏิรูปให้การบริหารมี"ระบบ"...แต่ไทยปฏิรูปให้มี"ธรรมาภิบาล"ตามองค์ประกอบ 6 ประการ ที่เพี้ยนไปจากการปฏิรูปการบริหารตามมาตรฐานสากล

สำนักนายกฯและก.พ.ร.ใช้จ่ายเงินในการปฏิรูปการเมืองล้มเหลวไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท(400,000,000,000.00)เพราะอวิชชาไม่รู้จริงคำ Governance เพียงคำเดียว

นี่คือประวัติศาสตร์ที่ลูกหลานจะขบขันและเสียดายการใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างไร้สาระของคนรุ่นนี้