วันที่30พ.ค.มีการประชุมองค์กรเครือข่ายการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นที่โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช วัตถุประสงค์เพื่อเลือกตัวแทนองค์กรชุมชน4คนเข้าร่วมเป็นคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมจังหวัดนครศรีธรรมราช และหารือแนวทางการขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นโดยเชิญ5เครือข่ายองค์กรชุมชนมาร่วมหารือคือ1)เครือข่ายยมนา2)เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน3)องค์กรเครือข่ายการเงินชาวบ้านเมืองนคร4)เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช5)เครือข่ายสัจจะสะสมทรัพย์วัดป่ายาง
ความเป็นมาของเรื่องพอสรุปได้ดังนี้
ยุทธศาสตร์3เรื่องของรัฐบาลคือสังคมคุณธรรม สังคมเข้มแข็งและสังคมไม่ทอดทิ้งกันที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯรับมาดำเนินการนอกจากผ่านกลไกส่วนราชการตามโครงสร้างหน้าที่ตามปกติแล้ว กระทรวงยังได้ออกแบบกลไกเสริมในรูปคณะทำงานและมีนโยบายหนุนเสริมกฎหมายที่มีอยู่แล้วให้เกิดการทำงานที่คล่องตัวขึ้น รวมทั้งการเสนอกฎหมายใหม่หลายเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมในครั้งนี้คือ1)พรบ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมพ.ศ.2546 ซึ่งกระจายอำนาจการบริหารจัดการกองทุนมาไว้ที่จังหวัด โดยมีคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนจำนวน15คนจากผู้แทนส่วนราชการ4คนอปท.3คนประชาสังคม3คนและภาคชุมชน4คน 2)การจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมแห่งชาติและระดับจังหวัดจากผู้แทนภาคส่วนต่างๆ โดยมีบทบาทในการสรรหาภาคประชาสังคม3คนเข้าเป็นผู้แทนในคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนฯซึ่งจะมีการประชุมกันในวันที่6มิ.ย.นี้
ผลการประชุม
(ก)ที่ประชุมได้คัดเลือกผู้แทนจำนวน4คนคือ1)นายวิโรจน์ คงปัญญา 2)นายประยงค์ หนูบุญคง 3)นายสง่า ทองคำ 4)นายสุรศักดิ์ ชอบผล
(ข)มีการเสนอแนวทางการสร้างความเข้าใจยุทธศาสตร์ของรัฐบาลและการดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯโดยเฉพาะกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมให้กับชุมชนทั้ง165ตำบลโดยให้ทั้ง5เครือข่ายนำเสนอโครงการเพื่อขอการสนับสนุนจากพม.จำนวน150,000บาท
ผมเห็นว่ากระบวนการสนับสนุนการเรียนรู้ในเรื่องนี้ของพม.มีด้วยกัน2ทางคือ 1)ทางพมจ.ดังกล่าวข้างต้น อีกช่องหนึ่งคือ2)ผ่านมาทางพอช.ซึ่งใช้งบสนับสนุนของโครงการศตจ.เดิมจำนวน700,000บาทต่อจังหวัดในการเสริมสร้างความเข้าใจ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นตำบลขึ้นจำนวน3,000ตำบลทั่วประเทศซึ่งจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นพอช.ได้สนับสนุนให้เกิดกลไกคณะทำงานประสานองค์กรชุมชนขึ้นซึ่งดำเนินการขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนท้องถิ่น โดยพม.ได้จัดตั้งกลไกคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นระดับชาติและระดับจังหวัดขึ้นซึ่งได้มีการประชุมเสนอผู้แทนในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชไปแล้วในเวทีประชุมที่ตำบลนาแว ซึ่งผมได้เขียนเล่าไว้แล้วในบันทึกการประชุมคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นชาติครั้งที่2 ผมคิดว่าคนทำงานเหล่านี้เป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคมจากภาคส่วนต่างๆ ถือเป็นการต่อยอดการดำเนินงานกองทุนเพื่อสังคม(SIF)ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ ถ้าหากเราสามารถผสานความคิด ระบบ/กลไกการจัดการและแผนกิจกรรมของรัฐบาลแห่งชาติที่ผ่านมาทางราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งแผนกิจกรรมขององค์การมหาชนต่างๆ ที่เชื่อมโยงลงมาเปิดงานพื้นที่ในระดับจังหวัดในรูปภาคีความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆตามแนวทางของกองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ก็จะทำให้การทำงานของเราเป็นเอกภาพ เป็นเครือข่ายเรียนรู้ร่วมมือกันในระดับต่างๆอย่างเหมาะสม และหากตั้งเป็นกองทุนชุมชนระดับจังหวัดเพื่อสนับสนุนกิจกรรมผ่านองค์กร/เครือข่ายองค์กรชุมชนในรูปแบบต่างๆได้ก็จะทำให้การทำงานมีความต่อเนื่อง
พยายามติดตามรูปแบบกลไกการจัดองค์กรการทำงานค่ะ ตอนนี้ มีคนทำงาน มีกองทุนแล้ว
อีกด้านหนึ่งที่รอคอยก็คือ "เนื้องาน" ที่จะออกมา ซึ่งเดาว่าคงออกมาจาก 5 เครือข่ายที่มีส่วนร่วมใช่รึเปล่าคะ
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ค่ะ
1)หน่วยเสนอโครงการเพื่อดำเนินการจัดสวัสดิการตามพรบ.คือหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรสาธารณะประโยชน์(เป็นจุดที่กำลังปรับแก้พรบ.เพื่อให้ขยายขอบเขตถึงองค์กรสวัสดิการชุมชนด้วย)
2)เพื่อให้การดำเนินงานเข้าถึงองค์กรสวัสดิการชุมชน พม.จึงได้ตั้งคณะทำงานสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชนท้องถิ่นขึ้นอีกช่องทางหนึ่ง โดยระบุให้มีหน่วยจัดการที่มีการบูรณาการกองทุนในระดับตำบลเสนอของบสนับสนุน/สมทบจากคณะทำงานระดับจังหวัดซึ่งพม.ได้จัดสรรผ่านช่องทางนี้ เท่าที่ทราบคือ200ล้านบาทโดยตั้งเป้าไว้3,000ตำบล งานนี้ขับเคลื่อนโดยพอช.
โดยที่ฝ่ายบริหารตั้งเป้าให้มีการเชื่อมโยงกันเป็นเนื้อเดียวภายใน3ปี