ผมได้มีโอกาส พา ชาวปูนฯ กลุ่มก่อสร้าง ไปอบรม เรื่อง Learn how to learn เรียนรู้วิธีเรียนรู้
ก็ได้ คำศัพท์ ที่ใช้ ในการทำ AAR ย่อมาจาก อนุญาตให้ อ้อล้อ
( กติกาในการทำ AAR คือ อย่าขัดใจคนเล่า ฟังด้วยคลื่นสมองรอบต่ำ (อัลฟ่า) ฟังแบบ Deep listening ใช้เทคนิค TL คือ ตอแหล ให้มากๆ เช่น ส่งเสียง อือ อ๋อ ใช่ ดีมาก น่าสนใจ ฯลฯ ทำท่าสนใจสะเต็มประดา ฯลฯ เพื่อให้ คนเล่ามีความสุข มองหาแต่ข้อดีเอามาประจานกัน ถ้าเป็นเรื่องล้มเหลว ก็ถาม บทเรียนที่ได้ ถ้าเป็นเรื่องสำเร็จ ก็ถามถึงอุปสรรค ฯลฯ)
คนในกลุ่ม ที่เข้าทำ AAR ส่วนใหญ่ มักจะเล่าแต่ ที่ "ค้นพบ" คือ findings ซึ่งจัดว่าเป็น การรับรู้ เรื่องภายนอก เรื่องทางสมมติ
สิ่งที่ผมเน้นมากๆ คือ ให้ พูดในส่วนของ Feelings ด้วย พูดความรู้สึก ของ กิจกรรมที่ผ่านมา เป็น ลักษณะ How do U feel ? หรือ What is your feeling ?
ที่ให้ เปิดใจ ว่ารู้สึกอะไรเนี่ย จะเรียกว่าเป็น หมวกแดง ของ เดอ โบโน่ (De Bono) ก็ได้นะ แต่ ลึกๆแล้ว ผม แทรก เรื่อง การ รู้เท่าทันอารมณ์ การรู้เท่าทันจิต นั่นเอง
ผมสังเกต พบว่า คนเรียนสายเทคโนโลยี ส่วนมาก ความรู้สึกหายไปเยอะเลยครับ จะมีแต่ "ค้นพบ" ไม่ค่อยจะ ค้นพบจิตใจของตนเอง อธิบายความรู้สึก อารมณ์ได้แบบหยาบๆ ข้ามๆ หายๆ ไป
คนที่อยู่กับเครื่องจักรมากๆ ห่างธรรมชาติมากๆ เสพนิยม เรียนในระบบการศึกษาแบบสุนัขหางด้วนมากไป ฯลฯ จะหา "ใจ" ไม่ค่อยเจอ จะอยู่ในโหมดรวดเร็ว (Fast mode) ไม่อยู่ในโหมดเรียนรู้ (Learning or awakening mode) .....
พื้นฐาน ของการปฏิบัติธรรมแบบจิตดูจิต คือ หาใจให้เจอ หรือ หาอารมณ์ให้ทัน จิตเป็นตัวรับรู้อารมณ์
การรู้เท่าทัน (กาย เวทนา จิต ธรรม ) = สติ
พวกลูกศิษย์ผม ... ถ้าเจอผมใหม่ๆ ก็สอน ให้ "ค้นพบ" ให้เป็นก่อน
พอเก่งขึ้น เวลาทำ AAR วนรอบแรก จะคุยเรื่อง ค้นพบ แต่ พอรอบสอง เราจะคุยเรื่อง "รู้สึก" ....... การรู้สึก นี่แหละ เป็น การเรียนรู้ภายใน เป็นจุดเริ่มต้นง่ายๆ ในการพาลูกศิษย์ ไปสู่ การสร้างกำลังสติอย่างต่อเนื่อง ในการดู "กาย เวทนา จิต ธรรม"
ทุกๆ กิจกรรม ตั้งแต่ ตื่นนอน จนหลับ เราสามารถเอามาฝึกสร้างกำลังสติให้ต่อเนื่องได้ทั้งนั้น
จะ ลุก เดิน นอน กิน ขับถ่าย สนทนา เราก็ สะสมสติได้
สติเมื่อมีมากๆ ก็ จะช่วย รู้เท่าทัน กิเลส ที่มากับความคิด มาทำให้จิตเกิดอาการ ฯลฯ เมื่อรู้เท่าทัน จิตก็จะคลายจากกิเลสไปได้เองครับ
ไม่ยากหรอก ขอให้มีศรัทธาที่จะฝึก มีสมาธิที่ดูจิต มีความเพียร รักษาศีล หมั่นทำทาน แบ่งปัน อภัยทาน ก็จะพ้นทุกข์แบบสิ้นเชิง หมดจรด ถาวร
สุขสันต์วันวิสาขะ ครับผม ขออำนาจพระรัตนตรัย และ พรจากพระผู้เป็นเจ้าของทุกศาสนา จงอวยพรให้ทุกท่าน มีความสุขอย่างยั่งยืน
สาธุ
สาธุ เช่นกันครับ ท่านอาจารย์
แต่ เอ.......... เวทนา นี่คืออะไรครับ? (การรู้เท่าทัน (กาย เวทนา จิต ธรรม ) = สติ ) เปรียบได้กับอะไรครับ?
ขอบคุณอาจารย์ครับ
ขออนุญาตปรึกษาท่านอาจาย์ ว่าถ้าเราทำงานแล้วรู้สึกถูกเอาเปรียบจากเพื่อนร่วมงาน มักลาหยุดหลบงานสำคัญ การประชุมไม่เข้าส่งคนแทนเสมอ โยนงาน เวลาเราเจอหน้า จะจิตเกิด ก็พยายามหยุดคิด นิ่ง ถูกต้องไหมครับ แต่พอเจอก็ยังมีสัญญา เกิดขึ้นประจำ ควรทำอย่างไรดี
การที่เรา เจอ คนแบบนี้ อย่าเพิ่ง จิตเกิดครับ
จะเป็นกรรม ทำให้ ต้องเจอคนแบบนี้ไปอีกหลายแสนชาติ จนกว่า จะ ปล่อยวางได้นั่นแหละ จึงจะ ไม่เจอกันอีก
ยิ่ง เราเจอเขา จิตเราเกิด ความคิดของเรา จะปรุงแต่งไปต่างๆนานๆ เกิดเวทนาทั้งทางกาย และ ทางใจ
เวทนาทางกาย คือ ร้อน หนาว ปวด เหมื่อย เจ็บ ฯลฯ
เวทนาทางใจ คือ รำคาญ แค้น ฯลฯ เป็นฝ่าย อกุศล หรือ เฉยๆ หรือ กุศล เช่น ปิติ ฯลฯ
การจัดการคนแบบนี้ ต้องอย่าไป สร้างความจำว่าเขาเลว มันจะเป็นสัญญาแบบลบๆ แบบอกุศล
พอเจอหน้าเขา สัญญาอกุศล จะขึ้นมาปรุงแต่งจิตเราให้เป็น อกุศลจิต
เจอ คนแบบนี้ ต้องถือว่า เป็นครูอาจารย์ครับ เอาพวกเขาเป็นอาจารย์ "สอบอารมณ์" เป็นแบบฝึกหัดทดสอบจิต
ใช้ การคิดดีเอาไว้ก่อน คิดบวกให้มากๆ
เอาเทคนิค การทำ สุนทรียสนทนา ไปใช้เรื่อยๆ
พูดกับเขาดีๆ
คุยกันบ่อยๆ แบบ ดีๆ แบบสุนทรียสนทนา
อาจารย์ค่ะ
หนูเป็นลูกศิษย์คนหนึ่งที่ได้ฟังอาจารย์มาบรรยายแล้วนำเทปที่บริษัทฯ บันทึกไว้มาเปิดดูทุกวันค่ะ ศรัทธาอาจารย์ตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรก และพยายาม Search Web ทุก Web ที่มีบทความของอาจารย์ดีใจมากที่เจอค่ะ ตอนนี้รู้สึกเหนื่อย ๆ ถ้าเรารู้สึกว่าเราเริ่มไม่มีความสุขกับที่ทำงาน ตื่นเช้ามาแล้วไม่ค่อยอยากมาทำงาน หมายความว่าเราไม่เหมาะกับที่นี่แล้วหรือเปล่าคะอาจารย์
ขอบคุณนะคะ