ในฐานะที่เป็นทั้งแม่และป้าของหลานๆหลายคน  มักมีเพื่อนๆ น้องๆ มาคุย (แนวบ่น) เรื่องลูกๆหลานๆกับผู้เขียนเสมอ  ซึ่งผู้เขียนก็มักจะพูดถึงการคิดดังๆอยู่บ่อยๆ  การคิดดังๆให้เด็กๆได้ยินเป็นประจำจะทำให้เขาได้รับรู้ไปเองว่าในแต่ละสถานการณ์นั้นเราใช้ตรรกอะไร อย่างไร  ส่งผลอย่างไร  รู้สึกอย่างไร  

เมื่อเราคิดดังๆให้เด็กได้ยินบ่อยๆเขาก็จะซึมซับเอาชุดความคิดต่างๆที่เรามี  รู้หลักการคาดคะเนของเรา  นานๆเข้าเด็กๆก็จะคาดการณ์ได้เอง  ที่สำคัญการคิดดังน่าฟังกว่าการพร่ำบ่นเป็นไหนๆ 

ตัวอย่างการคิดดังๆ...

  1. การคิดดังๆหลังจากการดูหนัง  ให้ลองคิดดังๆว่าถ้าเราเป็นตัวละครตัวนั้นๆเราจะรู้สึกอย่างไร  ถ้าเป็นเราอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นเราจะทำอย่างไร  ถ้ามีใครกระทำแบบนี้กับเราๆจะดีใจหรือเสียใจขนาดไหน  เมื่อเด็กๆได้ยินบ่อยๆเขาจะมีสายใจโยงจากภาพที่เห็นด้วยสายตา  เขาจะคิดถึงใจของคนอื่นอย่างที่ควรจะเป็น  ซึ่ง "ที่ควรจะเป็น" นั้นเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับว่าเรานำความดีความงามแบบไหนมาให้กับเด็กๆ
  2. การคิดดังๆขณะทำงาน  เมื่อเราทำการงานให้เด็กๆเห็น  ในความเงียบเขาจะเห็นทั้งท่าทางและท่าทีที่เรามีต่อการทำงาน  เมื่อเราคิดดังๆเขาจะรู้วิธีคิดของเราไปด้วย  เขาจะได้ Knowhow ของการทำงานของเรา  แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เด็กได้เห็นว่า เราคิดอย่างไรกับความสำเร็จ-ล้มเหลวระหว่างการทำงาน 

       เมื่อสองวันก่อน โรงเรียนที่ผู้เขียนทำงานอยู่มีการจัดอบรมเรื่อง Systems Thinking โดยวิทยากรรับเชิญท่านหนึ่ง  ในการอบรมจะมีการนำเสนอผ่านจอโปรเจคเตอร์  ทีนี้โปรแกรมที่ใช้อาจจะมี Bug ที่ทำให้ตัวโปรแกรมปิดเองระหว่างการนำเสนอ  ไม่ใช่ครั้งเดียว  แต่เป็นเกือบทุก ๑๐ นาที   ครั้งที่ ๒-๓ ที่ต้อง set ใหม่ วิทยากรก็จะยิ้มๆและพูดออกมาดังๆขณะที่เริ่มเปิดโปรแกรมใหม่ไปด้วยว่า  เออ..นี่ก็แสดงให้เราเห็นไตรลักษณ์นะ  อึม..อะไรมันก็ไม่เที่ยง  นะ  มันไม่คงที่....  เกิดขึ้นครั้งที่ ๔-๕  ก็ยังยิ้มและพูดไปด้วย  นอกจากเริ่มเปิดโปรแกรมใหม่แล้ว  ยังต้องทำงานในส่วนที่เมื่อครู่ยังไม่ได้ Save ใหม่  วิทยากรคนเดิมก็ยังยิ้มไปพูดไป...อึม...เป็นการสอนสตินะ  ให้รู้ตัว  ตามให้ทันนะเจ้าตัวโมโหหงุดหงิด  รู้ทันจะได้ไล่ทันมัน...   น้องโปรแกรมเมอร์ที่เข้าอบรมด้วยอุทานออกมาอย่างดังเลยว่า  อ๋อ...มันเป็นแบบนี้นี่เอง  เข้าใจแล้ว  ฟังหลวงพ่อพูด (เทศน์) มาตั้งหลายทีว่าให้มีสติ  รู้ตัว  แต่ไม่เคยเข้าใจว่ามันเป็นยังไง   อ๋อ....มันเป็นอย่างนี้นี่เอง  

     กลายเป็นว่าในการมาอบรมครั้งนี้  เจ้าน้องโปรแกรมเมอร์คนนี้ได้เรียนรู้ธรรมแบบปิ๊งแว้ปจากท่านวิทยากร  ในนาทีที่มีการติดขัดในการอบรม Systems Thinking นั่นเอง