สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) กำลังสนับสนุนโครงการให้นักวิชาชีพไทยที่อยู่ต่างประเทศกลับมาร่วมพัฒนาอุดมศึกษาไทย (โครงการสมองไหลกลับ) ประจำปีงบประมาณ 2550 โดยการสนับสนุนครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าที่พัก และค่าสมนาคุณ
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
สาขาสังคมศาสตร์ที่ครอบคลุม คือ สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมเกษตร พลังงานทางเลือก โลจิสติกและการจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจัดการสมัยใหม่ และ การเกษตร </p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องกลับมาปฏิบัติงานในระยะสั้น โดยอาจมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เป็นวิทยากรในการฝึกอบรม หรือประชุมเชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดเทคโนโลยี หารือแนวทางทำวิจัย และร่วมทำวิจัย หรือเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">******</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความรู้สึกแรกที่เห็นข่าวนี้ คือ สะดุดกับสาขาการเกษตร ซึ่งเดาว่า คงหมายถึงการจัดการเกษตรสมัยใหม่ เราขาดแคลนคนด้านไหน?เรื่อง การจัดการเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร? การจัดการฟาร์มสมัยใหม่? การทำบัญชีฟาร์ม? การตลาดสินค้าเกษตร?</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เรื่องขาดแคลนบุคลากรในสาขานี้อาจจะจริง เพราะเด็กสมัยนี้เบือนหน้าหนีการเรียนอะไรที่เกี่ยวกับ “การเกษตร” เสียแล้ว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องล้าสมัย หารู้ไม่ว่า ประเด็นร้อนในเศรษฐกิจสังคมโลกที่ส่งผลมาสู่สังคมไทย หรือโจทย์ใหญ่ที่ยังแก้ไม่ตกในสังคมโลกและสังคมไทย ยังวนเวียนอยู่ที่ด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม และชนบท ไม่ว่า จะเป็น เรื่องการเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนข้ามชาติทั้งในด้านอุตสาหกรรมเกษตร การค้าสินค้าเกษตร ระบบเกษตรพันธะสัญญา สนธิสัญญาระหว่างประเทศหลายๆเรื่อง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">คิดว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของการศึกษาไทยที่ไม่สามารถชี้ให้เด็กเห็นถึงโจทย์ของประเทศ เด็กๆจึงไม่รู้ว่า ประเทศชาติต้องการพวกเขาอย่างไร</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">….นักเรียนท่องจำว่าสหกรณ์ดีอย่างไร แต่ไม่เคยได้ข้อมูลว่า สหกรณ์ไม่สำเร็จในประเทศไทยเพราะเหตุใด </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">….นักศึกษาตั้งหัวข้อวิทยานิพนธ์ไม่เป็นเพราะไม่รู้โจทย์ เรียนเครื่องมือการวิเคราะห์ แต่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้วิเคราะห์อะไร เหมือนมีแว่นขยายก็เลยเอาแว่นไปส่องก้อนหิน ไปส่องใบไม้เรื่อยเปื่อย เป็นการทดลองใช้แว่น มากกว่านำแว่นนั้นมาใช้ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในความเป็นจริง </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">….เราเคยเรียนเกษตรมา 4 ปีแต่อธิบายไม่ได้ชัดว่า ทำไมเกษตรกรจน เพราะครูสอนแต่ว่า เพราะ จนเพราะผลิตภาพต่ำจึงต้องพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งตอนนั้นฟังแล้วก็ยังไม่เชื่อ..</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ขาดคน แล้วเอาคนนอกเข้ามาจะช่วยตอบโจทย์ของประเทศได้จริงหรือ ?</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ภาคเกษตรอ่อนไหวต่อภูมินิเวศและการตัดสินใจของเกษตรกรอ่อนไหวต่อข้อจำกัดทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้มีประสบการณ์การเกษตรในต่างประเทศที่มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพ เศรษฐกิจสังคมแบบหนึ่ง จำเป็นต้องทำความเข้าใจอย่างมากต่อสภาพการเกษตรและวิถีเกษตรกรไทย</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความรู้ที่ “ผู้เป็นสมองไหลกลับ” มีติดตัวมาย่อมมีประโยชน์อย่างแน่นอน แต่ภายในขอบเขตหนึ่ง และอาจจะเป็นประโยชน์กับรูปแบบการพัฒนาการเกษตรแบบหนึ่ง (ไทยมีลักษณะผสมของเกษตรสมัยใหม่ และเกษตรยังชีพ) ซึ่งเกี่ยวพันกับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น (และอาจหมายถึงธุรกิจเกษตร)</p> <p>สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษาน่าจะมีอีกโครงการหนึ่งที่ส่งเสริมปราชญ์ชาวบ้านไทยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา พัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดจากภูมิปัญญาไทย เรียกว่า “โครงการสร้างเซลล์สมองให้สังคมไทย” ก็อาจจะดี </p><p>งบประมาณคงไม่สูงเท่าโครงการสมองไหลกลับ เพราะการที่รัฐไทยจะดึงท่านที่อยู่ต่างประเทศให้สละเงินเดือนสูงๆมาช่วยเมืองไทย คงต้อง “จ่าย” ท่านแพงอยู่ไม่น้อยให้คุ้มกับค่าเสียโอกาส ยังไม่นับค่าเครื่องบิน และค่าที่พักที่คงต้องดีพอสมควร</p><p></p><p></p><p></p><p></p>
เรียน อาจารย์ปัทมาวดี
เห็นแล้วก็อนาจใจ อาจจะเป็นการโยนหินถามทางของรัฐ ให้กับพวก ด็อกอินเทอร์ ที่ลืมบ้านเกิดเมืองนอน ละมั้งครับ แต่เราต้องจ่ายแพงเกินไปหรือเปล่ากับคนพวกนี้ เพราะในเมื่อคนที่เขาอยู่สูงสุด เขาจะหวนกลับมาเอง ถ้าเขาเข้าใจธรรมะ คือเป็นไปตามธรรมดา
ที่สำคัญ หากเขาเข้าใจ หรือ ถึงแก่นแท้ของการศึกษาจริง เขาจะกตัญญูเอง เขาอาจจะไม่ต้องการเงินของรัฐบาลก็ได้ เพราะเกรงใจกลัวจะเปลืองเงินภาษี
เมื่อพิจารณาในแง่บวกแล้ว ผมเห็นว่ามีประโยชน์ดีสำหรับโครงการนี้ และต้องคัดคนที่สมบุกสมบันอย่างแท้จริง จะทำให้เป็นแรงบันดาลใจแก่เด็ก และด็อกอินเทอร์ท่านอื่นๆ ให้กลับคืนสู่คุณะรรมขั้นพื้นฐาน จนพบกับความสุขจริง ครับผม
ขอบคุณครับ
ประเด็นที่อาจารย์วิเคราะห์การศึกษาด้านเกษตรที่จริงแล้วสอดคล้องกับประเด็นการศึกษาด้าน IT เช่นกันครับ ด้วยสาเหตุที่คล้ายคลึงกันนั้นทำให้การพัฒนาด้าน IT ของไทยไม่ค่อยไปไหน ทั้งๆ ที่การศึกษาด้าน IT ได้รับการส่งเสริมในลักษณะตัวเงินมากแล้วนะครับ
คนเราเกิดมามีเซลสมองเท่าๆกัน เมื่อเติบโตผ่านการเรียนรู้จึงเกิดการเชื่อมโยงเซลสมองเป็นร่างแห ถ้าได้รับการส่งเสริมสนับสนุนไม่ดีก็จะมีเซลสมองจำนวนมากไม่ได้รับการเชื่อมโยง กลายเป็นเซลเดี่ยวที่ขาดการเรียนรู้กับเซลอื่นๆ ถ้ามีเซลเดี่ยวมากๆสมองก็จะปะติดปะต่อเรื่องราวหรือเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเรื่องราวต่างๆให้มีความหมายขึ้นมาได้น้อย ที่เรียกกันว่า "ฉลาด" น้อย
ผมไม่ทราบว่ามีเซลสมองในส่วนของคุณธรรม หรือไม่ แต่ทราบว่ามีส่วนที่เกี่ยวกับอารมณ์ด้วย ที่เขาแบ่งเป็นด้านซ้ายด้านขวา
ที่อาจารย์เสนอให้ ส่งเสริมปราชญ์ชาวบ้านไทยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา พัฒนาองค์ความรู้ต่อยอดจากภูมิปัญญาไทย เรียกว่า “โครงการสร้างเซลล์สมองให้สังคมไทย”นั้น ความหมายน่าจะเป็นการให้ความสำคัญกับเซลสมองส่วนนี้ซึ่งมีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รับการส่งเสริมสนับสนุนเท่าที่ควร ตอนนี้สำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังให้การสนับสนุนศูนย์เรียนรู้ชุมชน กระทรวงศึกษาก็มีโครงการครูภูมิปัญญาไทย
สกอ.ควรทำอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ตามทิศทางการพัฒนาประเทศเพื่อไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันตามแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ผมเห็นว่าผู้กำหนดนโยบาย ยึดกุมงบประมาณของประเทศไม่ได้จริงจังกับเป้าหมายและแนวทางหลักที่แผน10ระบุไว้ คนทำแผน/สร้างภาพฝันก็ทำกันไป ฝ่ายนโยบาย/การเมืองก็ว่ากันไป กลไกปฏิบัติที่คุ้นชินกับระบบงานประจำก็ทำกันไป เป็นสภาพของโมบายปลาตะเพียนที่ว่ายกันไปคนละทิศละทาง
ผมเห็นว่าสาขาที่ขาดแคลนจริงๆคือสาขาการจัดการแบบองค์รวม ซึ่งก็ทำได้ยาก เพราะอาจจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมองไหลออก
แล้วเราจะให้สมองไหลออกมาแก้ปัญหาเหตุที่ทำให้สมองไหลออกได้อย่างไร?
ขอบคุณทุกความเห็นค่ะ
ดิฉันเห็นว่า การตั้งโจทย์ หรือตั้งคำถามเป็น มีความสำคัญมากสำหรับการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ในทุกระดับ การตั้งโจทย์เป็นแปลว่า ต้องรู้ ทุกข์และสาเหตุของทุกข์
จากข้อมูลที่คุณภีมบอก ถ้ากระทรวงเกษตรมีเป้าหมายที่ชุมชน กระทรวงศึกษามีเป้าหมายที่โรงเรียน สกอ.ควรมีเป้าหมายที่สร้างงานวิจัยและนักวิจัยที่ต่อยอดภูมิปัญญาเดิมได้ค่ะ อาจเป็น "โครงการสร้างเครือข่ายเซลสมอง" ก็ได้ค่ะ :)