“คลัง” เดินหน้าร่างแผนแม่บทการเงิน การคลังเพื่อสังคม พร้อมรับแนวคิดของ “ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม” ที่เสนอแนวทางลดช่องว่างทางสังคมด้วยการให้ เก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้า เก็บภาษีมรดก ดันกองทุนประกันสังคมให้เป็นองค์การมหาชน นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ รมว.คลัง เปิดเผยในการประชุมเชิงปฏิบัติการร่างแผนแม่บททางการเงินการคลังเพื่อสังคม พ.ศ. 2550-2554 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ว่า ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะพัฒนาตามกระแสโลกภิวัฒน์มาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเชื่อว่ายังไม่สอดคล้องกับ ความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะช่องว่างทางสังคม และความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้าง ด้านรายได้ในกลุ่มผู้ด้อยโอกาส คนชรา และคนพิการ ซึ่งนโยบายของรัฐ ไม่สามารถตอบสนองได้ ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จึงจัดทำแผนแม่บททางการเงินการคลังเพื่อสังคม ระยะปานกลาง 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550-2554 ขึ้น เพื่อเป็นการวางกรอบที่เป็นภูมิคุ้มกันให้สังคมเกิดความสงบสุข โดยยึดประชาชน เป็นศูนย์กลางให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งในส่วนผลสรุปแผนการประชุม จะต้องส่งให้ รมว.คลังและที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป ในส่วนของรายละเอียดแผนแม่บททางการเงินการคลังเพื่อสังคม พ.ศ. 2550-2554 ประกอบไปด้วย 6 เป้าหมาย คือ 1.ให้ประชาชนพึ่งตนเองได้ 2.ให้สมาชิกสังคมมีความรู้และดูแลสุขภาพ 3.ส่งเสริมสังคมคุณธรรม และวัฒนธรรมที่ดี 4.สร้างสมดุล ลดช่องว่างด้านเศรษฐกิจ 5.อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 6.ใช้ความรู้แต่ละท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนด้านยุทธศาสตร์มีทั้งหมด 4 ประการประกอบด้วย 1.พัฒนาสังคมให้พึ่งตัวเองอย่างพอเพียงยั่งยืน 2.เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคม 3.สร้างสรรค์คุณธรรมวัฒนธรรมที่ดี และ 4.สร้างสมดุลให้สังคมทั้งนี้ กระทรวงการคลัง พร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาดังกล่าว รวมทั้งข้อเสนอแนะของ นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ต้องการให้กระทรวงการคลัง เร่งศึกษาเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษี่ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ภาษีที่สนับสนุนการให้สิทธิประโยชน์กับผู้บริจาคเพื่อสาธารณะกุศล และการพัฒนากองทุนประกันสังคม แต่ก็จะต้องมีการพิจารณา ศึกษาถึงหลักความคิดของประชาชนในสังคมไทยก่อนว่าเป็นอย่างไรด้วย ด้านนายไพบูลย์ กล่าวว่า แผนแม่บทการเงินการคลังเพื่อสังคมเห็นว่ามีรายละเอียดที่มากเกินไป เชื่อว่า ไม่สามารถนำมาปฏิบัติจริงได้ทั้งหมด เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นผลภายหลังที่หน่วยงานที่ดูแลในเรื่องนี้รวมไปถึง กระทรวงการคลังดำเนินการไปแล้ว ทั้งนี้ นายไพบูลย์ ได้เสนอแนวทางที่ กระทรวงการคลัง สมควรพิจารณานำมาใช้เพื่อสังคม ซึ่งประกอบด้วย การเก็บภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก ซึ่งภาษีทั้ง 2 ส่วนนี้จะช่วยลดช่องว่างทางจิตวิทยาส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมเช่น บุคคลใดมีที่ดินมากต้องเสียภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนการส่งเสริมการให้ ที่กระตุ้นให้ผู้มีฐานะบริจาคเงินเข้ามาในส่วนนี้เพื่อไปช่วยเหลือสังคมมากขึ้น และการแปลงกองทุนประกันสังคมที่ดูแลโดยส่วนราชการให้เป็นองค์การมหาชน “กระทรวงการคลังควรเร่งพิจารณาในส่วนเหล่านี้ เนื่องจากเป็นการช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง ถือว่าเป็นความท้าทายกระทรวงการคลัง ท้าทายรัฐบาล รวมไปถึงท้าทายตัวผมด้วยในฐานะที่เป็นคนในรัฐบาล ซึ่งผมก็ยินดีจะรับคำท้า” นายไพบูลย์ กล่าวแนวหน้า 26 พ.ค. 50
จี้คลังลดช่องว่างสังคม แนะรีดภาษีมรดก-ที่ดิน
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น