วัดต้องการสิ่งใด ?

ในบันทึก รวย - เหลือ - สร้างวัด  ผู้เขียนได้ตั้งประเด็นว่า บรรดาญาติโยมมักจะคาดหวังว่า วัดควรจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ... ไม่ค่อยจะมีใครคาดหมายว่า วัดต้องการสิ่งใด ? ... ดังนั้น ผู้เขียนจะตั้งตัวเองเป็น วัด และพิจารณาว่า ต้องการสิ่งใดบ้าง ....

ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นอื่น ก็ต้องให้ความหมายคำว่า วัด เป็นเบื้องต้น .... โดยรูปธรรม วัดคือศาสนสถาน ซึ่งไม่มีชีวิตจิตใจ ดังนั้น นัยนี้ วัดจึงไม่สามารถมีความต้องการได้ ... ฉะนั้น จึงต้องค้นหาสิ่งที่เป็นจิตใจของวัด...

สิ่งที่เป็นจิตใจของวัด อาจจำแนกได้หลายนัย อย่างแรกก็คือ พระ-เณร ที่อยู่ภายในวัด... จริงอยู่ ว่าพระ-เณรแต่ละรูป อาจมีความคิดเห็นเป็นอิสระ แต่เมื่อค้นหาลักษณะร่วมที่มุ่งหวังสำหรับวัดแล้ว ก็อาจกำหนด ลักษณะร่วม นั่น เป็นจิตใจของวัดได้....

เจ้าอาวาสวัด เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่โดยถูกต้อง ดังนั้น ความคิดเห็นของท่านเจ้าอาวาส ก็อาจกำหนดเป็น จิตใจของวัด ได้อีกนัยหนึ่ง....

แต่บางวัด แม้เจ้าอาวาสจะมีอำนาจและหน้าที่ตามบัญญัติ แต่ผู้ใช้อำนาจและหน้าที่จริงๆ ได้แก่กรรมการวัด ดังนั้น สำหรับบางวัด จิตใจของวัด อาจเป็นกรรมการคนใดคนหนึ่ง หรือคณะกรรมการ ของวัดนั้นๆ ก็ได้ ....

สำหรับผู้เขียน คิดว่า จิตใจของวัด มุ่งหมายเอานัยแรก กล่าวคือ ลักษณะร่วมของพระ-เณรภายในวัด ซึ่งเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างเพื่อวัด มิใช่เพื่อตัวเอง.... และผู้เขียนก็จะนำเสนอความคิดเห็นนี้ เพียงบางประเด็น...

  • วัดต้องการความเงียบสงบ

ผู้เขียนเชื่อว่า ผู้ที่บวชเข้ามาเกือบทั้งหมด ในระยะแรกมุ่งหวังความสงบ... เพียงแต่เมื่อบวชอยู่นานๆ สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมค่อยๆ หล่อหลอมให้แต่ละท่านมีความคิดเห็นแปรเปลี่ยนและแตกต่างกันออกไป....สภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมเหล่านี้ จะก่อให้เกิดความไม่สงบต่อวัด ซึ่งพอจะจำแนกได้  ๒ นัย กล่าวคือ

สถานที่ ชาวบ้านบางคนจะใช้วัดเป็นที่พักพิง หลบซ่อน หรือลบเลียแผลใจ.... ชอบจัดงานต่างๆ ขึ้นภายในวัด.... ใช้วัดเป็นที่กระทำการต่างๆ ตามที่เห็นเหมาะสม.... ซึ่งสิ่งเหล่านี้บรรดามี ลึกๆ แล้ว ก่อความไม่สงบขึ้นภายในวัด แต่พระ-เณรในวัดไม่สามารถพูดได้ เพราะเป็นระบบสังคม ประเพณี วัฒนธรรม....

บุคคล ชาวบ้านชอบไปหาพระ-เณร... บางคนก็เอาของไปถวาย ซึ่งเรียกกันสั้นๆ ว่า ทำบุญ... ซึ่งลึกๆ แล้ว พระ-เณร ก็ใช่ว่าจะชอบสิ่งเหล่านี้ เพราะผู้ที่เข้าวัดทำบุญนั้น มีปัญหานานัปปการไปกองไว้ที่วัด เช่น บางคนก็ไปบ่นให้พระ-เณรฟัง ซึ่งพระ -เณรย่อมเกรงใจเป็นธรรมดา ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะฟัง....

บางคนก็ต้องการให้พระ-เณรทำโน้นทำนี้ให้ ซึ่งพูดไปเค้าก็รับฟัง แต่ก็ยังต้องการให้พระ-เณรทำให้เหมือนเดิม... เมื่อพูดไปไม่จบ ก็ทำให้เสียเลยจะได้จบๆ พ้นๆ เช่น รดน้ำมนต์ ทำสายมือ เสกของ ดูหมอ สะเดาะเคราะห์....

.........

  • ไม่แสวงหาผลประโยชน์หรือเบียดเบียนวัด

วัดเป็นองค์กรที่ชาวบ้านบางกลุ่มหรือบางคนแสวงหาผลประโยชน์ได้... ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้ อาจเป็นเงิน สิ่งของ หรือการยอมรับจากสังคมในบางกรณี... แม้พระ-เณรจะรู้เท่าทัน แต่โดยมากก็มักจะวางเฉย....

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ดินวัดหรือสมบัติวัดบางอย่าง ถูกชาวบ้านฉ้อโกงไปเยอะแยะ... ลองคิดดู แม้ว่าตระกูลนั้นจะทำบุญหรือช่วยวัดสักเพียงใด แต่ที่ดินวัดหรือสมบัติวัดบางอย่างที่ฉ้อฉลไป ไม่คืนให้วัด การกระทำอย่างนี้ ถูกต้องหรือไม่....

.........

มีอีกหลายอย่าง ถ้าจะบ่นต่อไป... แต่พักไว้เพียงแค่นี้ เพื่อสะท้อนกลับว่า บรรดาชาวบ้านที่จะให้วัดเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เคยคิดหรือไม่ว่า ตัวอย่างเล็กน้อยที่เล่ามา เคยมีใครตระหนักบ้าง ?....