เรียนท่านผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

บทความเรื่องนี้มี 4   ตอนค่ะ

ตอนที่     1    นำเรื่อง                   

ตอนที่     2     วิชาครอบครัวศึกษา                   

ตอนที่     3     วิชารู้เท่าทัน   

ตอนที่      4     วิชาภูมิปัญญาไทย  (จบ)

เพื่อความต่อเนื่อง และอารมณ์ที่ไม่ขาดตอน โปรดอ่านเรียงตอนตามลำดับนี้    ดิฉันขออภัยที่เขียนยาวๆ  นิสัยนี้รักษายาก  และแก้ไม่หายสักที

หากท่านกรุณาอ่านไปจนจบบทความนี้ได้  ดิฉันขอขอบพระคุณ  และหากท่านรู้สึกว่ายาว และอาจอ่านไม่จบ   ดิฉันก็ขอขอบพระคุณด้วยความรู้สึกเข้าใจเช่นกันค่ะ                                                 

                                                                                 ขอบพระคุณค่ะ  : )

สามวิชา...ที่ครูยุคหลังปฏิรูปการศึกษา      ต้ อ ง รี บ ส อ น !

                      :  วิชาครอบครัวศึกษา

 

         

                วิชาครอบครัวศึกษา    โปรดเริ่มต้นที่ตัวท่านเอง  ใช่แล้ว  เริ่มต้นที่ทุกท่านที่กำลังอ่านบทความนี้ และหากท่านเป็นครู ไม่ว่าท่านจะสอนระดับใดอยู่ในสถาบันใดก็ตาม อย่าได้หันหน้าไปมองหาใครอีก  ท่านคืออีกหนึ่งความหวังของชาติ  เป็นความหวังของปราชญ์ของแผ่นดินเราด้วย ก็เมื่อเราได้เห็นกันแล้วว่าหน่วยย่อยที่สุดที่ยึดเหนี่ยวความเป็นชาติที่เข้มแข็งมั่นคง  คือสถาบันครอบครัว  ก็เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะสร้างและรักษาไว้ให้สุดกำลัง  สุดความสามารถทั้งหมดที่มี 

               และแม้ว่าท่านจะไม่ใช่ครู  ก็ขอได้โปรดอย่าได้ปฏิเสธหน้าที่นี้  การสร้างจิตสำนึกในความเป็นพ่อแม่ที่ดีต้องช่วยกันปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก แม้เราจะเล็งผลเลิศร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่หากละเลยเพิกเฉยกันทั้งชาติ ก็จะพังร้อยเปอร์เซ็นอย่างที่เห็นและเป็นอยู่

             วิชาครอบครัวศึกษา ควรเป็นวิชาสอนคนให้เป็นพ่อแม่และลูกที่ดี  โดยย้ำความเป็นพ่อ และแม่ที่ดี 

              คำกล่าวที่ว่า “พ่อแม่  คือ ผู้นำเสนอโลกแก่ลูก” ของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก เป็นถ้อยคำที่ลึกซึ้ง แยบคาย และจับใจมิใช่น้อย

               แต่เดิมโรงเรียนจะสอนแต่ความเป็นลูกที่ดี   เพราะเราไม่สามารถปิดล้อมจับเอาพ่อแม่ตัวโตๆมานั่งอบรมความเป็นพ่อแม่ที่ดีได้   แต่หากเราเปลี่ยนวิธีคิดนิดเดียว  เราก็จะผลิตซ้ำคำสอนและวิธีสอนที่แยบคายให้พ่อคุณแม่คุณตัวเล็กๆที่นั่งสลอนอยู่ตรงหน้าเหล่านี้ เติบโตขึ้นเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่ดีในวันหน้าได้  ถ้าเพียงแต่ครูและอาจารย์ทั้งหลายตั้งใจจริง 

               เราต้องหากลวิธีอันลึกซึ้ง ที่จะสอนให้เด็กๆทั้งหลายได้เห็นกระจ่างชัดว่าการเป็นพ่อและแม่ที่ดีนั้น  ต้องตั้งใจ  ต้องเตรียมตัว  มิใช่คิดแล้วทำเลย  ชีวิตจริงๆไม่ง่ายอย่างนั้น  และไม่ใช่ด้วยวิธีการไต่บันไดสำเร็จรูปเหมือนการศึกษาในชั้นเรียน

              วิชาความเป็นพ่อแม่ลูกที่ดี  หรือวิชาครอบครัวศึกษานั้น เปิดหนังสืออ่านได้ แต่เปิดหนังสือสอนไม่ได้ วิธีสอนที่น่าจะใช้ได้ผลที่สุดก็คือ     ในแต่ละครั้งที่ครูเข้าสอน   ลองหาโอกาสทองให้เหมาะตามภาวะในห้องเรียน   แล้วสอนด้วยการยกปัญหาที่เกิดขึ้นจริงมาเป็นกรณีศึกษา  ฝึกให้เด็กๆมองเห็นปริบทที่รายรอบปัญหานั้น  ชี้ให้เขาเห็นว่าชีวิตมิได้มีเพียงมิติเดียว 
      
              ฝึกให้เด็กๆร่วมกันคิดระดมสมอง   โดยมีครูคอยชี้ช่องทางที่เหมาะที่ควรให้เขาเห็น  เด็กในยุคโลกาภิวัตน์นี้ส่วนมากจะรับรู้แล้วว่าปัญหาครอบครัวมีจริง แต่เขาหาทางออกไม่เจอ  การสอนอย่างนี้ ครูพึงเลือกปัญหาหรือกรณีศึกษาให้เข้ากับปริบทในห้องเรียนของตนเอง และพึงเรียนรู้ที่จะเข้าใจเด็กอย่างลึกซึ้ง จับอารมณ์ของเด็กให้ทัน รวมถึงความมีเมตตาธรรมอย่างสูงที่จะนำเสนอทางออกที่เหมาะสมแก่เด็ก  ด้วยภาษาที่เด็กเข้าใจง่าย  เห็นจริง   และไม่มองชีวิตเป็นสิ่งสำเร็จรูปเกินไป 

             การสอนด้วยวรรณกรรมดีๆ เลือกเรื่องที่มีข้อคิดดีๆเกี่ยวกับชีวิตครอบครัว ก็น่าจะช่วยให้เด็กมองเห็นวิธีคิด วิธีเลือกเส้นทางชีวิตของตัวละครจากเรื่องที่เขาได้อ่าน  อย่ามองหนังสืออ่านนอกเวลาเป็นเพียงคะแนนเก็บระหว่างภาค   แต่โปรดมองเป็นการจำลองประสบการณ์ให้มนุษย์ตัวเล็กๆของเราได้ฝึกหยิบยกมาวิเคราะห์ใคร่ครวญ  เรื่องบันเทิงคดีนั้นตอบสนองอารมณ์และติดตรึงใจดีนัก  สักวันเขาจะฉุกใจ  ได้คิด


              อย่าลืมจัดกิจกรรม หรือตั้งคำถามเป็นความถี่ซ้ำๆ ที่จะทำให้เด็กเริ่มตั้งใจคิด 

              พ่อและแม่ ที่ดี คือพ่อและแม่แบบไหน

              หากเขาต้องเป็นคุณพ่อคุณแม่  เขาจะเป็นพ่อและแม่แบบใด


              ฝึกอย่างแนบเนียน  และแยบยล   ให้เด็กตั้งคำถามที่จะก่อรูปเป็นจิตสำนึกในใจ  สักวันมันจะฝังรากลึกลงไปในใจเขา  และจะช่วยกำหนดทิศอันเป็นมงคลให้กับชีวิตครอบครัวของเขา  โดยคนแจวเรือจ้างอย่างเราพยายามทำหน้าที่ชี้ทางสว่างสุดชีวิต   

             มาตรฐานค่านิยมทางเพศ ของวัยรุ่นไทยในภาวะวิกฤตนี้  จะได้บรรเทาลง  อย่างน้อยๆ ครอบครัวของคนรุ่นต่อไป   จะได้เริ่มจากการคิดก่อนทำ  แทนที่จะทำก่อนแล้วค่อยคิด

             วิชาครอบครัวศึกษา  สามารถเลือกวิธีสอนได้หลายรูปแบบตามความถนัดของผู้สอนและปริบทของผู้เรียน โปรดระลึกอยู่เสมอว่าวิชาครอบครัวศึกษามิใช่ชุดวิชาสำเร็จรูป       แต่เป็นศิลปะการปลูกฝังจิตสำนึกขั้นสูงที่ต้องอาศัยความรักความเข้าใจ   และความเพียรพยายามที่จะเรียนรู้และเข้าใจผู้เรียนเป็นเบื้องต้นก่อน 

             โปรดอย่ามองคำว่า “ครอบครัวศึกษา”  อยู่ในกรอบของห้องเรียน  วิชา และการสอบเอาคะแนนเป็นอันขาด  เพราะชีวิตครอบครัววัดเป็นคะแนนไม่ได้      และไม่มีกรอบคะแนนสำเร็จรูป     แต่เป็นศิลปะของการประคับประคองชีวิตร่วมกัน  ด้วยความรักและความเสียสละ  วิชาความรักและความเสียสละ    ไม่มีในระบบการศึกษาและหลักสูตรของชาติเรา   ถามว่าจะรอให้ใครมาสร้างให้   ถ้าครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษาไทยไม่ร่วมกันสร้าง

              วิชาครอบครัวศึกษานี้ สามารถสอน และสอดแทรกในการเรียนการสอนได้ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงปริญญาเอกโดยไม่ต้องรอครูต้นแบบ     การสืบทอดความเป็นครอบครัวที่เหนียวแน่นภูมิปัญญาของไทยมานานแล้ว


               โปรดอย่ารีรอที่จะสอนชุดความรู้นี้โดยไม่ต้องรอให้กระทรวง  ทบวง กรม     ประกาศใช้เป็นหลักสูตร....

                เพราะ "หลักสูตร" มักจะเกิดตามหลังชุดความรู้ที่เป็น "ภูมิปัญญา" เสมอ    

 

 

 

 

----------------------------------------------------------------------------------------