ห่างบ้านมานาน มาอยู่ที่นี่(พิษณุโลก)ได้ 8ปีเห็นจะได้ มาเรียนเป็นส่วนใหญ่ และสุดท้ายตอนนี้ก็ได้ทำงานที่นี่เลย ไกลบ้านมานาน แรกๆเหงาจะ หลังๆชิน แต่ก็ไดกลับบ้างตามเทศกาล วันหยุด เพราะว่ายังใกล้บ้านกว่าพี่สาว (บ้านอยู่แพร่) พี่สาวคนที่สองอยู่ กทม.(ไม่ใช่กระเทยเก๊กแมนนะ) นั่นก็ไปอยู่ซะหลายปี ร้ายกว่าคือ ไม่ได้กลับบ้านเลย มา 2 ปีล่ะ เกือบลืมหน้าแล้ว
แต่เมื่อต่างคนต่างมีหน้าที่ ก็ต้องทำ แม่เองคงเข้าใจ และคอยเป็นธุระจัดหา อาหารการกิน ให้เสมอ เสมือนหนึ่งว่า พี่สาวไม่ได้จากบ้านไปไหนไกลเลย
เพราะว่าไม่ว่า จะเป็นช่วงเทศกาล ผลไม้ หรืออาหารหายาก ที่ปีหนึ่งจะได้กินซะที่ อย่าง "เห็ดถอบ"(รู้จักไหมเนี่ย) นั่นล่ะพี่สาวได้กินก่อนเราอีก น่าจะได้กินดีกว่าด้วย เพราะว่าเป็นช่วงต้นที่เห้ดชนิดนี้ออกใหม่ จะอร่อยมาก และแพงมากด้วย พี่สาวได้กินแล้ว เรายังไม่ได้กินเลย
ครอบครัวไทยๆก้อย่างนี้แหละ กลัวว่าลูกไปอยู่ไกลแล้วจะหากินยาก ที่นั่นไม่เหมือนที่นี่ (แน่ล่ะก็คนละที่จะเหมือนกันได้ไง) ห่วงสารพัด
ช่วงหน้ามะขามหวานพี่สาวก็ได้กินก่อนเรา เพราะแม่บอกว่าเราอยู่ใกล้ นั่งรถไปกินเอง พี่สาวอยู่ไกล ต้องส่งไปให้ คิดดูนะแค่มะขาม ซื้อกินเองไม่ได้ งง กับแม่เค้าเลยล่ะ
อย่างว่าเป็นแม่คนก็ได้แต่ห่วงลูกอย่างนี้แหละ
เมื่อเรา(จำ)ต้องไกลบ้าน แต่จงรู้ไว้เสมอว่า แม้เส้นทางจะไกลแสนไกล ไม่ใช่ปัญหา ที่ใครคนหนึ่งที่คุณจากมา จะรักและห่วงคุณน้อยลง ไม่ว่าจะนานแสนนาน โตขึ้นสักเพียงใด เรากับแม่ก็อายุห่างเท่าเดิม ซึ่งนั้นก็หมายความว่าเราก็ยังเป็นเด็กในสายตาแม่อยู่ดี
อารมณ์เหงาอยากกลับบ้านบ้างจัง ฝนดันมาตก ยิ่งศร้าไปใหญ่เลย

เมื่อ(จำ)ต้องไกลบ้าน ก็ใช่ว่า (จำ)ต้องลืมบ้านนะ
สู้ๆๆ นะน้องเราทำเพื่ออนาคตของเราเอง ได้แค่นี้คนที่เป็นแม่ก็มีความภูมิใจมากๆ แล้ว สู้ๆ
อ่านแล้วคิดถึงบ้านเลยนะ อยากกลับบ้านจังเลย
ขอบคุณนะคะที่มาให้กำลังใจ สู้ๆๆ
จะบอกว่าตอนเขียนแอบร้องไห้คิดถึงแม่ด้วยแหละ
จะป้าหรือแม่ ขอแค่เป็นคนที่รักเรา และเรารักก็พอแล้ว แล้วจะได้กลับบ้านไหม
เชื่อไหมว่าไม่มีใครที่จะลืม รสมือ ของแม่ ได้ (แม้ไม่อร่อยก็เถอะ) จะไกลยังไงก้ลืมไม่ได้อยู่ดี