(คำกล่าวพิธีเปิดการสัมมนา ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 2 วันที่ 27 เม.ย. 50 ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน)

                เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของมนุษย์และของสังคม เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัย 4 เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนหนึ่งที่ควรจะมีอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การที่การเคหะแห่งชาติและองค์กรพันธมิตรมีความพยายามที่จะให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม  ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานจัดสัมมนา เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 1 เห็นว่าเป็นความริเริ่มที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่การมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ทันการประกาศใช้ในรัฐบาลชุดนี้ แต่เท่าที่ฟังจากการสนทนาเมื่อเช้าว่า ขั้นตอนในการทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาจจะใช้เวลาพอสมควร ผมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าช้านัก พอเสนอไปถึงคณะรัฐมนตรีก็อาจจะบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว จึงอยากให้เร็วหน่อย เร็วพอที่ว่าเมื่อรัฐบาลได้พิจารณาและยอมรับหรือถือเป็นแนวทางที่จะพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยนั้น จะไม่ถูกทำคำครหาว่าเป็นรัฐบาลตั้งหลายเดือนเพิ่งจะมาคิดเรื่องที่อยู่อาศัยออก ที่จริงก็ได้คิดมาระหว่างการเคหะแห่งชาติกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่ายังอยู่ในระดับความคิด ยังไม่ได้แปลออกมาเป็นยุทธศาตร์ชาติอย่างแท้จริง  

                        ในความเห็นของผมเองยุทธศาตร์ชาติเป็นเรื่องของการจัดระบบความคิดที่หวังว่าจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความคิดที่ลึกซึ้ง แยบคาย ซึ่งผมเชื่อว่าอยู่ในสมอง อยู่ในใจของผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก เพียงแต่ต้องการการนำมาหล่อหลอม ผสมผสาน บูรณาการเข้าด้วยกัน น่าจะไม่ต้องใช้เวลานาน ส่วนการทำแผนละเอียด หรือแผนปฏิบัติสามารถจะดำเนินการต่อเนื่องไปได้ หลังจากที่มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว จึงจะอยากฝากว่ากรุณาเร่งรีบทำให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อที่จะได้เสนอต่อรัฐบาลและต่อสังคมได้ในเร็ววัน อย่างน้อยที่สุดก็เป็นประเด็นสำคัญที่สังคมและรัฐบาลจะได้พิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และเห็นควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังถกเถียงกันอยู่ คงไม่สามารถจะเห็นด้วยได้อย่าง 100% แต่ว่าถ้าให้มีโจทย์ มีรูปแบบที่นำเสนอ เชื่อว่าแนวทางความคิดเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์แน่นอน ไม่ว่าจะได้รับความเห็นชอบ และประกาศใช้เป็นนโยบายของรัฐบาลแค่ไหนเพียงใดหรือไม่ เพราะว่าเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นคงไม่ได้อยู่กับรัฐบาลนี้เท่านั้น เป็นเรื่องที่อยู่กับรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย และจะต้องอยู่กับรัฐบาลในช่วงต่อ ๆ ไปอีกด้วย

                เรื่องที่อยู่อาศัยโยงใยกับหลาย ๆ เรื่อง มากกว่าเรื่องบ้านแน่นอน บ้านเป็นเพียงวัตถุเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น เราอาจจะนึกถึงคำพูดที่สื่อถึงความหมายที่แตกต่างในเชิงระดับและความซับซ้อน คำว่าที่อยู่อาศัยคงจะมีความหมายที่แคบที่สุด เรามีการใช้คำว่าการอยู่อาศัยมากขึ้น และกว้างกว่านั้นคือ การอยู่ร่วมกัน ที่อยู่อาศัยก็คงจะหมายถึง ตัวบ้าน (Housing) การอยู่อาศัย หมายถึง อาณาบริเวณ (settlements) ส่วนการอยู่ร่วมกัน คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน (living together) มีความหมายโยงไปถึงชีวิตจิตใจของทุกคน นั่นก็เป็นสามคำพูดซึ่งสื่อถึงมิติและอาณาเขตของการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย  ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เราคงต้องการทำให้เกิดความเพียงพอพร้อม ๆ กับความพอเพียง สมัยนี้เราคงเข้าใจคำว่าความพอเพียง ที่หมายถึงว่า ความพอประมาณ  ไม่เกินไป ไม่น้อยไป ไม่สูงไป ไม่ด้อยไป และเราคงต้องการความพอดี ทั้งอุปสงค์ อุปทาน ความพอดีในทางวัตถุ ในทางการเงิน ในทางสังคม ฉะนั้นความเพียงพอ ควบคู่กับความพอเพียงและความพอดีก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย ตลอดจนการอยู่อาศัยและการอยู่ร่วมกัน ขยายออกไปอีกเรื่องของที่อยู่อาศัย การอยู่อาศัย และการอยู่ร่วมกัน เราคงหวังผลให้เกิดสภาพที่สำคัญ อันได้แก่การมีครอบครัวที่อบอุ่น ลำพังบ้านไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ชีวิตของคนในบ้านสำคัญกว่า นอกจากการมีครอบครัวที่อบอุ่น  

                เนื่องจากคนอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน  เราคงอยากจะเห็นการเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นชุมชนในชนบทที่มีอาณาเขตค่อนข้างชัดเจน เป็นหมู่บ้านในชนบท หรือชุมชนในเมืองที่กำหนดอาณาเขตได้ยากแต่ก็กำหนดได้ จะเป็นตามถนน ตามซอย ตามละแวก ก็ย่อมได้ เมื่อชุมชนรวมกันขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเมือง เราคงอยากจะเห็นความเป็นเมืองที่น่าอยู่ ฉะนั้นความเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ความเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องการอยู่อาศัย และการอยู่ร่วมกัน  อีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย  การอยู่อาศัยและการอยู่รวมกันก็คงเป็นเรื่องของตัวบ้านที่มีระดับราคาสูง มีระดับราคาปานกลาง และมีระดับราคาต่ำ ระดับราคาสูง ระดับราคาปานกลาง และระดับราคาต่ำจะสะท้อนถึงสภาพสังคม สะท้อนถึงฐานะทางเศรษฐกิจ และทำให้เกิดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องที่อยู่อาศัย ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูง ทำอย่างไรกับที่อยู่อาศัยที่มีราคาปานกลาง และทำอย่างไรกับที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำ 

                ที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูง และปานกลางสามารถที่ควรจะเป็นเรื่องของตลาด แต่ก็ควรจะเป็นตลาดที่เหมาะสม พร้อม ๆ กับการนำมิติทางสังคมเข้ามาให้เห็นว่าที่อยู่อาศัยราคาสูงน่าจะได้รับการส่งเสริมหรือว่าน่าจะมีโอกาสกอปรกับให้เป็นเรื่องที่อยู่ในระดับที่สมควรในสังคม หรืออยู่ในระดับที่จะช่วยสังคมมีสภาพที่พึงปรารถนา ที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางน่าจะเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญที่อยากจะให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางมากที่สุดในสังคม มากกว่าที่อยู่อาศัยราคาสูงและมากกว่าที่อยู่อาศัยราคาต่ำ สำหรับที่อยู่อาศัยราคาต่ำในช่วงที่เศรษฐกิจสังคมของประเทศยังอยู่ในสถานะที่ยากจนหรือว่าค่อนข้างยากจน  แน่นอนต้องมีมาตรการหรือวิธีการที่จะดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยราคาต่ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ ฐานะของประชากร แต่พร้อม ๆ กันนั้นก็ต้องนำไปสู่การพัฒนาผู้มีรายได้น้อยให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ที่พึ่งพาตนเองได้ ที่ในอนาคตสามารถจะมีที่อยู่อาศัยในราคาปานกลางได้ จึงไม่ใช่การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาต่ำด้วยการคาดคะเนว่าจะต้องมีเช่นนี้ตลอดไป แต่เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาต่ำเพื่อปูทางไปสู่การมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ในเบื้องต้นต้องอยู่ในที่อยู่อาศัยราคาต่ำให้สามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีพอสมควรและดีขึ้นเป็นลำดับถัดไป นั่นก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย

                ท่านผู้มีเกียรติ ญาติมิตรทุกคนสิ่งที่ผมได้พูดมาอาจจะไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรมากในเชิงวิชาการ แต่เป็นการมองแบบสามัญสำนึก หรือมองแบบนโยบายที่มองสังคม มองเศรษฐกิจ มองพลวัตร ของประชากรและของประเทศชาติในภาพรวม และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่จะไปร่วมกันพัฒนายุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้นำไปประกอบการพิจารณาด้วย และท้ายที่สุดก็ขอกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่าอยากจะเห็นแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยออกมาโดยเร็ว โดยจะเป็นเค้าโครงที่ยังไม่ต้องลงละเอียดมาก หากจะใช้ภาษาอังกฤษหรือหลักวิชาการจัดการก็คงจะออกมาในทำนอง strategy mapหรือที่ท่านจะเรียกว่าเป็น road mapหากมีความละเอียดมากไปกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างน้อยก็เป็นโอกาสให้ฝ่ายนโยบาย หมายถึง คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ  คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลมีโอกาสได้พิจารณาเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย เมื่อพิจารณาแล้วอาจจะเห็นด้วยทั้งหมด หรือไม่เห็นด้วยบางส่วน หรืออยากจะแก้ไขปรับปรุง จะได้มีเวลามาแก้ไขปรับปรุงและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยแม้ไม่มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยก็มีแนวทางที่ชัดเจนควรจะทำ อยากจะเห็นด้วยซ้ำไปว่าการเคหะแห่งชาติร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์น่าจะมีนโยบายและแผนปฏิบัติออกมาได้ทันทีหรือว่าโดยเร็ว ส่วนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งหรือจะผสมผสานกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยหรือไม่ คิดว่าถ้าเป็นส่วนหนึ่งก็ดี ถ้ายังไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งจะเดินหน้าไปก่อนตามประเด็นที่ได้มีการศึกษาหารือกันมา เป็นต้นว่าเรื่องแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะเน้นผู้อยู่อาศัย เน้นความเป็นชุมชนให้มากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเชื่อมโยงไปถึงแผนพัฒนาชุมชนแออัดที่ได้มีการพิจารณาไปบ้าง และเคยมีการยกร่างเป็นพระราชบัญญัติก็มี ก็อยากจะเห็น เรื่องเหล่านี้ได้มีการพิจารณา  และนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สะสมมาในความคิด สะสมในความพยายามนั้นจะได้รับการพิจารณา ตัดสินใจ และปฏิบัติได้โดยเร็วที่สุด รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เข้ามาชั่วคราวก็จริง แต่ก็มุ่งมั่นที่จะพยายามทำเพื่อเป็นการแก้ปัญหาสังคมและพัฒนาสังคมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางส่วนหวังว่าจะเกิดผลทันที บางส่วนหวังว่าเป็นการปูพื้นฐาน หรือว่าวางโครงสร้างเพื่อการสานต่อต่อไป ส่วนว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจะสานต่อไปอย่างไรแค่ไหน คิดว่าเป็นเรื่องวิวัฒนาการของกระบวนการทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมซึ่งย่อมไม่มีความแน่นอน แต่ว่าถ้าอะไรที่มีเหตุมีผลเชื่อว่าจะได้รับการสานต่ออย่างน้อยก็ในระดับที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ 

                สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาร่วมงานสัมมนาในวันนี้ โดยเฉพาะขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยและคณะที่มาร่วมงานในวันนี้ ตลอดจนความร่วมมือและการสนับสนุนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้มีต่อประเทศไทยไม่ใช่เฉพาะในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นเรื่องการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจอีกหลาย ๆ ด้าน ซึ่งผมเองได้มีโอกาสได้เกี่ยวข้องโดยตรงหลายโครงการด้วยกัน ในช่วงเวลาประมาณ 20 ปีที่ผมได้ทำงานด้านพัฒนาสังคมมา ขอชื่นชมยินดีต่อการริเริ่มที่ดีในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีกครั้งหนึ่ง และขอเปิดการสัมมนายุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 2 บัดนี้ ขอให้การสัมมนาจงสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ขอบคุณครับ