(คำกล่าวพิธีเปิดการสัมมนา “ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย” ครั้งที่ 2 วันที่ 27 เม.ย. 50 ที่โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน)
เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของมนุษย์และของสังคม เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัย 4 เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิมนุษยชน เป็นส่วนหนึ่งที่ควรจะมีอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ การที่การเคหะแห่งชาติและองค์กรพันธมิตรมีความพยายามที่จะให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยถือว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานจัดสัมมนา เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 1 เห็นว่าเป็นความริเริ่มที่ดี เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ซึ่งหวังว่าจะนำไปสู่การมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้ทันการประกาศใช้ในรัฐบาลชุดนี้ แต่เท่าที่ฟังจากการสนทนาเมื่อเช้าว่า ขั้นตอนในการทำยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาจจะใช้เวลาพอสมควร ผมได้ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าช้านัก พอเสนอไปถึงคณะรัฐมนตรีก็อาจจะบอกว่าไม่มีเวลาแล้ว จึงอยากให้เร็วหน่อย เร็วพอที่ว่าเมื่อรัฐบาลได้พิจารณาและยอมรับหรือถือเป็นแนวทางที่จะพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยนั้น จะไม่ถูกทำคำครหาว่าเป็นรัฐบาลตั้งหลายเดือนเพิ่งจะมาคิดเรื่องที่อยู่อาศัยออก ที่จริงก็ได้คิดมาระหว่างการเคหะแห่งชาติกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่ายังอยู่ในระดับความคิด ยังไม่ได้แปลออกมาเป็นยุทธศาตร์ชาติอย่างแท้จริง
ในความเห็นของผมเองยุทธศาตร์ชาติเป็นเรื่องของการจัดระบบความคิดที่หวังว่าจะมีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความคิดที่ลึกซึ้ง แยบคาย ซึ่งผมเชื่อว่าอยู่ในสมอง อยู่ในใจของผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมาก เพียงแต่ต้องการการนำมาหล่อหลอม ผสมผสาน บูรณาการเข้าด้วยกัน น่าจะไม่ต้องใช้เวลานาน ส่วนการทำแผนละเอียด หรือแผนปฏิบัติสามารถจะดำเนินการต่อเนื่องไปได้ หลังจากที่มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว จึงจะอยากฝากว่ากรุณาเร่งรีบทำให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพื่อที่จะได้เสนอต่อรัฐบาลและต่อสังคมได้ในเร็ววัน อย่างน้อยที่สุดก็เป็นประเด็นสำคัญที่สังคมและรัฐบาลจะได้พิจารณา เมื่อพิจารณาแล้วเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และเห็นควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไร ก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ เหมือนอย่างเรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังถกเถียงกันอยู่ คงไม่สามารถจะเห็นด้วยได้อย่าง 100% แต่ว่าถ้าให้มีโจทย์ มีรูปแบบที่นำเสนอ เชื่อว่าแนวทางความคิดเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์แน่นอน ไม่ว่าจะได้รับความเห็นชอบ และประกาศใช้เป็นนโยบายของรัฐบาลแค่ไหนเพียงใดหรือไม่ เพราะว่าเรื่องที่อยู่อาศัยนั้นคงไม่ได้อยู่กับรัฐบาลนี้เท่านั้น เป็นเรื่องที่อยู่กับรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัย และจะต้องอยู่กับรัฐบาลในช่วงต่อ ๆ ไปอีกด้วย
เรื่องที่อยู่อาศัยโยงใยกับหลาย ๆ เรื่อง มากกว่าเรื่องบ้านแน่นอน บ้านเป็นเพียงวัตถุเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งเท่านั้น เราอาจจะนึกถึงคำพูดที่สื่อถึงความหมายที่แตกต่างในเชิงระดับและความซับซ้อน คำว่าที่อยู่อาศัยคงจะมีความหมายที่แคบที่สุด เรามีการใช้คำว่าการอยู่อาศัยมากขึ้น และกว้างกว่านั้นคือ การอยู่ร่วมกัน ที่อยู่อาศัยก็คงจะหมายถึง ตัวบ้าน (Housing) การอยู่อาศัย หมายถึง อาณาบริเวณ (settlements) ส่วนการอยู่ร่วมกัน คือ การใช้ชีวิตร่วมกัน (living together) มีความหมายโยงไปถึงชีวิตจิตใจของทุกคน นั่นก็เป็นสามคำพูดซึ่งสื่อถึงมิติและอาณาเขตของการพิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย ในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เราคงต้องการทำให้เกิดความเพียงพอพร้อม ๆ กับความพอเพียง สมัยนี้เราคงเข้าใจคำว่าความพอเพียง ที่หมายถึงว่า ความพอประมาณ ไม่เกินไป ไม่น้อยไป ไม่สูงไป ไม่ด้อยไป และเราคงต้องการความพอดี ทั้งอุปสงค์ อุปทาน ความพอดีในทางวัตถุ ในทางการเงิน ในทางสังคม ฉะนั้นความเพียงพอ ควบคู่กับความพอเพียงและความพอดีก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย ตลอดจนการอยู่อาศัยและการอยู่ร่วมกัน ขยายออกไปอีกเรื่องของที่อยู่อาศัย การอยู่อาศัย และการอยู่ร่วมกัน เราคงหวังผลให้เกิดสภาพที่สำคัญ อันได้แก่การมีครอบครัวที่อบอุ่น ลำพังบ้านไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด ชีวิตของคนในบ้านสำคัญกว่า นอกจากการมีครอบครัวที่อบอุ่น
เนื่องจากคนอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน เราคงอยากจะเห็นการเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นชุมชนในชนบทที่มีอาณาเขตค่อนข้างชัดเจน เป็นหมู่บ้านในชนบท หรือชุมชนในเมืองที่กำหนดอาณาเขตได้ยากแต่ก็กำหนดได้ จะเป็นตามถนน ตามซอย ตามละแวก ก็ย่อมได้ เมื่อชุมชนรวมกันขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเมือง เราคงอยากจะเห็นความเป็นเมืองที่น่าอยู่ ฉะนั้นความเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง ความเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องการอยู่อาศัย และการอยู่ร่วมกัน อีกวิธีหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย การอยู่อาศัยและการอยู่รวมกันก็คงเป็นเรื่องของตัวบ้านที่มีระดับราคาสูง มีระดับราคาปานกลาง และมีระดับราคาต่ำ ระดับราคาสูง ระดับราคาปานกลาง และระดับราคาต่ำจะสะท้อนถึงสภาพสังคม สะท้อนถึงฐานะทางเศรษฐกิจ และทำให้เกิดเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องที่อยู่อาศัย ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูง ทำอย่างไรกับที่อยู่อาศัยที่มีราคาปานกลาง และทำอย่างไรกับที่อยู่อาศัยที่มีราคาต่ำ
ที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูง และปานกลางสามารถที่ควรจะเป็นเรื่องของตลาด แต่ก็ควรจะเป็นตลาดที่เหมาะสม พร้อม ๆ กับการนำมิติทางสังคมเข้ามาให้เห็นว่าที่อยู่อาศัยราคาสูงน่าจะได้รับการส่งเสริมหรือว่าน่าจะมีโอกาสกอปรกับให้เป็นเรื่องที่อยู่ในระดับที่สมควรในสังคม หรืออยู่ในระดับที่จะช่วยสังคมมีสภาพที่พึงปรารถนา ที่อยู่อาศัยระดับราคาปานกลางน่าจะเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญที่อยากจะให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางมากที่สุดในสังคม มากกว่าที่อยู่อาศัยราคาสูงและมากกว่าที่อยู่อาศัยราคาต่ำ สำหรับที่อยู่อาศัยราคาต่ำในช่วงที่เศรษฐกิจสังคมของประเทศยังอยู่ในสถานะที่ยากจนหรือว่าค่อนข้างยากจน แน่นอนต้องมีมาตรการหรือวิธีการที่จะดูแลเรื่องที่อยู่อาศัยราคาต่ำให้เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ ฐานะของประชากร แต่พร้อม ๆ กันนั้นก็ต้องนำไปสู่การพัฒนาผู้มีรายได้น้อยให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ที่พึ่งพาตนเองได้ ที่ในอนาคตสามารถจะมีที่อยู่อาศัยในราคาปานกลางได้ จึงไม่ใช่การพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาต่ำด้วยการคาดคะเนว่าจะต้องมีเช่นนี้ตลอดไป แต่เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยราคาต่ำเพื่อปูทางไปสู่การมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนที่ในเบื้องต้นต้องอยู่ในที่อยู่อาศัยราคาต่ำให้สามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีพอสมควรและดีขึ้นเป็นลำดับถัดไป นั่นก็เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่จะมองเรื่องที่อยู่อาศัย
ท่านผู้มีเกียรติ ญาติมิตรทุกคนสิ่งที่ผมได้พูดมาอาจจะไม่ได้มีความลึกซึ้งอะไรมากในเชิงวิชาการ แต่เป็นการมองแบบสามัญสำนึก หรือมองแบบนโยบายที่มองสังคม มองเศรษฐกิจ มองพลวัตร ของประชากรและของประเทศชาติในภาพรวม และหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่ท่านผู้ทรงคุณวุฒิที่จะไปร่วมกันพัฒนายุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยได้นำไปประกอบการพิจารณาด้วย และท้ายที่สุดก็ขอกล่าวอีกครั้งหนึ่งว่าอยากจะเห็นแผนยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยออกมาโดยเร็ว โดยจะเป็นเค้าโครงที่ยังไม่ต้องลงละเอียดมาก หากจะใช้ภาษาอังกฤษหรือหลักวิชาการจัดการก็คงจะออกมาในทำนอง strategy mapหรือที่ท่านจะเรียกว่าเป็น road mapหากมีความละเอียดมากไปกว่านั้น ก็ย่อมเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาอย่างน้อยก็เป็นโอกาสให้ฝ่ายนโยบาย หมายถึง คณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีของรัฐบาลมีโอกาสได้พิจารณาเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย เมื่อพิจารณาแล้วอาจจะเห็นด้วยทั้งหมด หรือไม่เห็นด้วยบางส่วน หรืออยากจะแก้ไขปรับปรุง จะได้มีเวลามาแก้ไขปรับปรุงและสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ในระดับหนึ่ง ผมคิดว่าเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยแม้ไม่มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยก็มีแนวทางที่ชัดเจนควรจะทำ อยากจะเห็นด้วยซ้ำไปว่าการเคหะแห่งชาติร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์น่าจะมีนโยบายและแผนปฏิบัติออกมาได้ทันทีหรือว่าโดยเร็ว ส่วนว่าจะเป็นส่วนหนึ่งหรือจะผสมผสานกับยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยหรือไม่ คิดว่าถ้าเป็นส่วนหนึ่งก็ดี ถ้ายังไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งจะเดินหน้าไปก่อนตามประเด็นที่ได้มีการศึกษาหารือกันมา เป็นต้นว่าเรื่องแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะเน้นผู้อยู่อาศัย เน้นความเป็นชุมชนให้มากขึ้น ตลอดจนการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยเชื่อมโยงไปถึงแผนพัฒนาชุมชนแออัดที่ได้มีการพิจารณาไปบ้าง และเคยมีการยกร่างเป็นพระราชบัญญัติก็มี ก็อยากจะเห็น เรื่องเหล่านี้ได้มีการพิจารณา และนำเสนออย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สะสมมาในความคิด สะสมในความพยายามนั้นจะได้รับการพิจารณา ตัดสินใจ และปฏิบัติได้โดยเร็วที่สุด รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่เข้ามาชั่วคราวก็จริง แต่ก็มุ่งมั่นที่จะพยายามทำเพื่อเป็นการแก้ปัญหาสังคมและพัฒนาสังคมให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางส่วนหวังว่าจะเกิดผลทันที บางส่วนหวังว่าเป็นการปูพื้นฐาน หรือว่าวางโครงสร้างเพื่อการสานต่อต่อไป ส่วนว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาจะสานต่อไปอย่างไรแค่ไหน คิดว่าเป็นเรื่องวิวัฒนาการของกระบวนการทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมซึ่งย่อมไม่มีความแน่นอน แต่ว่าถ้าอะไรที่มีเหตุมีผลเชื่อว่าจะได้รับการสานต่ออย่างน้อยก็ในระดับที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์
สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่มาร่วมงานสัมมนาในวันนี้ โดยเฉพาะขอบคุณท่านเอกอัครราชทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทยและคณะที่มาร่วมงานในวันนี้ ตลอดจนความร่วมมือและการสนับสนุนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ที่ได้มีต่อประเทศไทยไม่ใช่เฉพาะในเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นเรื่องการพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจอีกหลาย ๆ ด้าน ซึ่งผมเองได้มีโอกาสได้เกี่ยวข้องโดยตรงหลายโครงการด้วยกัน ในช่วงเวลาประมาณ 20 ปีที่ผมได้ทำงานด้านพัฒนาสังคมมา ขอชื่นชมยินดีต่อการริเริ่มที่ดีในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยอีกครั้งหนึ่ง และขอเปิดการสัมมนายุทธศาสตร์ชาติเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ครั้งที่ 2 ณ บัดนี้ ขอให้การสัมมนาจงสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ทุกประการ ขอบคุณครับ
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การสร้างสภาพแวดล้อมและเสริมปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยเป้าหมาย ให้มีสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เกื้อกูล ทั้งการจัดรูปพื้นที่พัฒนา กฎระเบียบที่ไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา มีสิทธิประโยชน์และงบประมาณรัฐสนับสนุนในระดับต่างๆ มีสถาบันการเงินที่มั่นคงรองรับ มีมาตรการต่างๆดังนี้สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในรูปการจัดแบบพื้นที่ (Zoning) ที่สอดคล้องกับผังเมืองของประเทศ ภายใต้การบูรณาการที่เชื่อมชุมชนทั้งภายนอกและภายในได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน สร้างบรรยากาศตอบสนองการให้บริการอย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนต่ำ มีกฎระเบียบเอื้อการลงทุน มีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ สร้างความสมดุลทั้งความต้องการ (Demand) และการสนับสนุน (Supplies) การให้สิทธิประโยชน์ของ BOI มองทั้งมิติของเศรษฐกิจ สังคมและความมั่งคง ที่มีนโยบายสนับสนุนที่ครอบคลุมมารองรับการพัฒนาในพื้นที่ให้มากขึ้นปรับปรุงระบบการบริหารภายในให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ให้เกิดประสิทธิภาพ ผลักดันกฎระเบียบภายในที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยน และเชื่อมโยงกับแหล่งความรู้ต่างๆ ปรับปรุงกฎระเบียบให้เกื้อกูลกับการทำงานในการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ โดยแก้ไขกฎระเบียบที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ออกกฎระเบียบใหม่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในกระบวนทัศน์ให้มากขึ้น สร้างระบบและสภาพแวดล้อมการทำงานใหม่สร้างให้สถาบันการเงินของไทย ธปท ธอส ธนาคารออมสินเป็นแหล่งเงินทุนที่มีสภาพคล่องทางการเงิน สามารถให้สินเชื่อระยะยาวแก่ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อและความสามารถที่แท้จริง ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการแก้ปัญหาหนี้เสีย(NPL) ดังที่ผ่านมา จัดตั้งกองทุนการเงินจากการกระตุ้นการออมด้านที่อยู่อาศัยของประชาชน และจำหน่ายพันธบัตรเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินไทยในด้านที่อยู่อาศัย ให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินที่เหมาะสม สามารถปล่อยสินเชื่อระยะยาวแก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อและความสามารถที่แท้จริงของประชาชน สร้างความมั่นคงของบุคคลและครอบครัว ด้วยเครื่องมือในการระดุมทุน ทุนสะสมในที่อยู่อาศัยจูงใจให้เกิดการเก็บออมและการทำงานที่หนักขึ้นช่วยทำให้เกิดความเข้มแข็งของชุมชนสร้างระบบและกลไกการปล่อยสินเชื่อที่เหมาะสมจากสถาบันเอกชน ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนและการประกันภัย ขยายสินเชื่อไปสู่ตลาดระดับล่างโดยอาศัยระบบและวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสม ไมโครไฟแนนซ์เป็นเป้าหมายสุดท้ายที่จะช่วยผู้มีรายได้น้อยให้สามารถปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยของตนให้ดีขึ้น เป็นขั้นตอนหนึ่งในการเข้าสู่สินเชื่อในวงเงินที่มากขึ้น ระยะเวลาผ่อนที่นานขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในระดับต่ำการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระยะยาวช่วยให้มีที่อยู่อาศัย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการลงทุนในด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการด้วยงบประมาณแผ่นดินที่ผูกพันระยะยาว สร้างความสามารถในการจ่าย/ผ่อนส่งให้กับประชาชนมากขึ้น โดยมีระบบธรรมาภิบาลในการบริหารงานด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิตมีมาตรการด้านภาษีอากรสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่จัดเก็บภาษีและค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการซื้อขายโยเฉพาะที่อยู่อาศัยหลังแรกและบ้านมือสอง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ยุทธศาสตร์ที่ 3 การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรภาครัฐ เอกชน ชุมชน ครอบครัว และปัจเจกบุคคล ในด้านที่อยู่อาศัยเป้าหมาย สร้างการมีส่วนร่วมให้ทุกฝ่ายของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ร่วมกันทำงานในทุกระดับและมิติของการพัฒนา ด้วยการร่วมคิด ร่วมวางแผนและร่วมปฏิบัติ มีมาตราการต่างๆดังนี้ร่วมกับสถาบันการวิจัยและพัฒนา นำเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยมาใช้เพื่อต่อยอดในการสร้างนวัตกรรมใหม่ภายใต้การมีส่วนร่วมและการแบ่งปันที่เท่าเทียมกัน เสริมสร้างความตระหนัก การเรียนรู้และการมีส่วนร่วม การจัดสัมมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการแก่องค์กรและหน่วยงานท้องถิ่นการประชุมประชาคมเชิงปฏิบัติการร่วมกันระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนการจัดทัศนศึกษาดูงาน และการจัดนิทรรศการสร้างความร่วมมือกับองค์กรชุมชน เช่น นิติบุคคลบ้านจัดสรร นิติบุคคลอาคารชุด สหกรณ์ชุมชน โดยส่งเสริมวิชาชีพด้านการบริหารชุมชน ในการให้ความรู้ด้านการบริหารสภาพแวดล้อมและการดูแลชุมชน สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความยืดหยุ่นในการมีส่วนร่วมและมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสร้างสรรค์ยอมรับในความคิดที่แตกต่าง และประสานการทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน สร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์จริง นำความรู้มาเชื่อมโยงกับเครือข่ายความรู้ต่าง ๆ มีระบบแลกเปลี่ยนความคิด มีการเผยแพร่ภายในองค์กร สร้างวัฒนธรรมใหม่ ๆให้เกิดการไว้เนื้อเชื่อใจกันภายในและระหว่างหน่วยงาน เกิดความรู้ความสึกร่วมกันในเป้าหมายที่มุ่งมั่นให้เกิดภายในอนาคตร่วมกัน เปิดโอกาสให้ส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยได้รับรู้ยุทธศาสตร์การพัฒนาฯ เพื่อกระตุ้นให้มีการปรับเปลี่ยนบทบาท จากนักพัฒนา(Developer) ไปสู่ผู้ส่งเสริมและสนับสนุน(Facilitator andPromoter) และประสานความร่วมมือในการพัฒนา(Match Maker)ให้มากขึ้น ทำการกำกับดูแลตามเงื่อนไขและกฏระเบียบ(Regulator) ก่อให้เกิดบรรยากาศในการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ระหว่างนักพัฒนา นักลงทุน ผู้ประกอบการ และผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างให้เกิดการประสานงานและทำงานร่วมกัน และลดข้อขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างเสริมขีดความสามารถในการจัดการ และบูรณาการในการพัฒนาที่อยู่อาศัย เป้าหมาย ให้เกิดการทำงานร่วมกันสู่เป้าหมายเดียวกัน ด้วยความสามารถ บทบาท มาตราฐานการทำงานของแต่ละส่วนที่ชัดเจน ปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนา ถ่ายโอนการพัฒนาจากองค์กรภาครัฐ ไปเอกชน องค์กรส่วนท้องถิ่น ชุมชนและปัจเจกบุคคล มีมาตราการต่างๆดังนี้ กำหนดให้ทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยมีเป้าหมายในการทำงาน มีบทบาทที่ชัดเจนทำให้สามารถวัดผลความสำเร็จได้ง่าย ความสำเร็จไม่เพียงแต่วัดจากจำนวนของบ้านที่สร้างหรือจำนวนรายสินเชื่อที่ปล่อย ควรวัดในด้านของการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่ให้สินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกส่วนงานพัฒนาตนเองให้เป็นองค์กรสมัยใหม่ กำหนดบทบาทและพื้นที่ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ชัดเจน โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย เช่น การปรับปรุงชุมชนสลัม และการสร้างที่อยู่อาศัยต้นทุนต่ำที่มีการอุดหนุนทางการเงินเปลี่ยนบทบาทของการเคหะฯในการเป็นผู้ปลูกสร้างมาเป็นผู้สนับสนุนให้เกิดที่อยู่อาศัยในราคาต่ำ โดยให้การสนับสนุนเอกชนและเจ้าของบ้านในการปลูกสร้างบ้านเองให้มากขึ้นปรับเปลี่ยนวัฒนาธรรมการทำงานจากผู้พัฒนา ไปสงเสริมผู้ประกอบการให้ทํางานแทนไม่ซ้ำซ้อน ในตลาดที่สามารถตอบสนองอุปสงค์ได้อยู่แลว รวมทั้งพัฒนาบุคลากรของการเคหะในด้านการให้ความรู้และเป็นพี่เลี้ยงในการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้ปานกลาง รายได้ต่ำและรายได้ไม่แน่นอนสามารถพึ่งตนเอง จากแรงงานของตนเองได้สร้างมาตรฐานในวิชาชีพที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ และจัดตั้งสภาวิชาชีพเช่น บริษัทจัดสรรที่ดิน บริษัทรับสร้างบ้าน นักประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ ตัวแทนนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ นักบริหารจัดการทรัพย์สิน เป็นต้น รวมทั้งสนับสนุนบทบาทของสมาคมวิชาชีพต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีความรู้ และมีระบบการติดตาม กำกับดูแล ประเมินผลเพี่อการป้องกันการทำงานที่ไม่โปร่งใสสนับสนุนให้ผู้ประกอบการภาคเอกชน มีบทบาทนำในการพัฒนาที่อยู่อาศัย สำหรับผู้มีรายได้แต่ละกลุ่มตามฐานะและกำลังซื้อของประชาชน ตามกลไกลตลาด เพื่อให้ตลาดที่อยู่อาศัยของไทยขยายตัวและเติบโตในระยะยาวอย่างมีเสถียรภาพ และมีความมั่นคงยั่งยืน ไม่ให้ขึ้นลงที่รุนแรง หรือเกิดปัญหาฟองสบู่แตก สนับสนุนผู้ประกอบการภาคเอกชนให้มีศักยภาพและขีดความสามารถในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในทุกระดับโดยเฉพาะในเขต กทม.และปริมณฑล ด้วยแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมแต่ละพื้นที่ของชุมชน ส่วน กคช.ยังคงพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลร่วมกับภาคเอกชนในโครงการที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้ระดับต่ำ ที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบางส่วน ในขณะที่ภาคเอกชนในท้องถิ่นยังไม่เข้มแข็งให้ กคช.พัฒนาที่อยู่อาศัยในจังหวัดที่มีความขาดแคลนที่อยู่อาศัยและผู้ประกอบการภาคเอกชนยังไม่มีศักยภาพในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพียงพอ พร้อมทั้งให้ความรู้ด้านที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยแก่ผู้ประกอบการ และเสริมสร้างสมรรถนะให้องค์กรส่วนท้องถิ่นและภาคภาคีที่เกี่ยวข้องให้มีขีดความสามารถในการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองและการจัดการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยสนับสนุนให้ภาคภาคีต่างๆ เช่น ภาครัฐท้องถิ่น สถาบันการศึกษาในท้องถิ่นองค์กรเอกชน และประชาชนมีความสามารถในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของตนเองได้สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของภาคภาคีต่างๆ สร้างความพร้อมของการพัฒนาที่อยู่อาศัยโดยท้องถิ่นการพัฒนาชุมชนให้รักษาความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่แต่ละท้องถิ่น การพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมของเมืองและที่อยู่อาศัยที่มีการรุกล้ำเขตประวัติศาสตร์ โดยจัดเตรียมพื้นที่อยู่อาศัยในเมืองทดแทนการกระจายตัวออกสู่นอกเมืองให้มีการจัดรวมที่ดินที่ไม่สามารถพัฒนาได้โดยเฉพาะที่ดินดินราคาถูกที่การคมนาคมไม่สามารถเข้าถึงได้(ที่ดินตาบอด ถนนไม่ได้มาตรฐาน รูปที่ดินบิดเบี้ยว) โดยการเวณคืนที่ดิน หรือจัดรูปที่ดิน นำมาพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ผู้มีรายได้ระดับปานกลางและระดับต่ำ โดยรัฐให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ ที่สอดคล้องกับเส้นทางขนส่งที่จะทำให้เกิดขึ้นเพื่อการประหยัดในการเดินทาง มุ่งพัฒนารูปแบบของที่อยู่อาศัยที่แตกต่างจากแบบเดิมให้มีความหลากหลายมุ่งไปสู่การพัฒนาชุมชนเดียวที่มีทั้งอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา ส่วนธุรกิจ ที่อยู่อาศัย สถานบันเทิงและพักผ่อน อยู่รวมกันเป็น โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ที่อยู่อาศัยจะได้รับสูงสุดสนับสนุนในการจัดตั้งชุมชนที่อยู่อาศัยสอดคล้องกับการพัฒนาของประเทศเช่นชุมชนเขตอุตสาหกรรม เขตการศึกษา ศูนย์ราชการ และพื้นที่ราชพัสดุต่างๆ เป็นชุมชนที่มีศูนย์ธุรกิจและบริการ จัดระบบและระเบียบของพื้นที่ ส่งเสริมให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้พัฒนาเป็นชุมชนตัวอย่างในอนาคต ยุทธศาสตร์ที่ 5 การสร้างองค์ความรู้ที่อยู่อาศัยกระจายสู่ทุกภาคส่วนของสังคม เป้าหมาย นำเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในการบริการ เผยแพร่ ให้คำปรึกษา พัฒนาระบบงานที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สร้างองค์ความรู้เรื่องที่อยู่อาศัยจากงานวิจัยฯโดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษา พัฒนาความรู้สู่สถานศึกษาให้มีการเรียนการสอนเรื่องที่อยู่อาศัยในทุกองค์ประกอบแบบบูรณาการ มีมาตรการต่างๆดังนี้จัดตั้งระบบ e-Housing ประกอบด้วยการพัฒนาศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านที่อยู่อาศัย โดยการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ ให้บริการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร บทวิเคราะห์ ความรู้เกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โดยมีการแลกเปลี่ยนและใช้ประโยชน์ร่วมกันของข้อมูล ยกระดับให้เป็นศูนย์ข้อมูลที่อยู่อาศัยแห่งชาติ ก่อตั้งโดยรวมศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของ ธอส. และศูนย์ข้อมูลของการเคหะแห่งชาติ และข้อมูลของหน่วยงานอื่นๆเช่นผังเมืองและที่ดินเป็นต้น ให้เป็นองค์กรถาวรที่มีความเป็นอิสระมุ่งประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม โดยองค์กรเดิมยังคงดำเนินต่อไปและสนับสนุนข้อมูลเฉพาะหน่วยงานให้แก่ศูนย์ข้อมูลฯดังกล่าวกำหนดให้ กคช. เป็นหน่วยงานที่ให้ความรู้และคำปรึกษา แนะนำ แก่ผู้ซื้อบ้านหลังแรกหรือผู้ที่มีปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย โดยมีระบบ Call Center ที่อยู่อาศัยที่มีประสิทธิภาพ และจัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จครบวงจร (One Stop Services OSS) ในภูมิภาคร่วมกับกระทรวง และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้คำปรึกษากับผู้ลงทุนที่อยู่อาศัย มีการบริหารข้อมูลข่าวสาร การให้คำปรึกษา และการขออนุมัติในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงให้บริการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองประเทศ ผังภาค ผังเมืองรวมจังหวัด ผังเมืองรวม ผังเมืองเฉพาะและผัง อบต.ให้การสนับสนุนการวิจัยด้านวัสดุก่อสร้างหรือเทคโนโลยีในการก่อสร้าง โดยเฉพาะเพื่อการก่อสร้างที่อยู่อาศัยต้นทุนต่ำให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และส่งเสริมให้มีการจัดการศึกษา การฝึกอบรม การวิจัย จัดทำข้อมูลที่อยู่อาศัย ข้อมูลบุคคล ข้อมูลประชากรที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เช่นกลุ่มผู้สูงอายุ การเป็นครัวเรือนเดี่ยว แนวโน้มของตลาดผู้มีรายได้น้อย /บ้านเช่า /บ้านมือสอง เป็นต้น รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนในเรื่องที่อยู่อาศัยทุกองค์ประกอบแบบบูรณาการ ผลักดันให้มีการศึกษาทั้งในระดับอาชีวะและระดับมหาวิทยาลัย ทั่วทั้งประเทศ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ให้ความรู้ในการสร้างบ้านแบบอนุรักษ์พลังงาน จัดทำระบบฐานข้อมูลพลังงาน เพื่อประโยชน์ในการลดต้นทุนการสร้างที่อยู่อาศัย และการอยู่อาศัยแบบประหยัดพลังงาน </p>ส่งเสริมให้มีการศึกษาพื้นที่ที่จะรองรับในการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั่วทั้งประเทศ ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่จะเลือกพื้นที่ในการพัฒนาและผู้อยู่อาศัยสามารถเลือกพื้นที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมตนเองได้ ส่งเสริมการวิจัยดัชนีชี้วัดด้านต่าง ๆ ให้ได้มาตรฐานอ้างอิงได้อย่างน่าเชื่อถือ จนสามารถใช้วิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้ม และเตือนภัยสภาวะที่อยู่อาศัยของประเทศ ทั้งในระดับจุลภาคและมหภาคสร้างระบบติดตามประเมินผลในการพัฒนาที่อยู่อาศัย และแจ้งเตือนเพื่อการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นศูนย์ปฏิบัติการที่อยู่อาศัยของชาติ (Housing Cockpit) 1. ยุทธศาสตร์ที่ 6 ส่งเสริมศักยภาพของประชาชนให้มีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ เป้าหมาย ประชาชน ชุมชน ผู้ประกอบการในท้องถิ่นมีความรู้และความสามารถพัฒนาท้องถิ่น ที่อยู่อาศัยได้ด้วยการพึ่งตนเอง โดยมีฝ่ายรัฐให้การสนับสนุน มีมาตราการต่างๆดังนี้ให้มีนโยบายการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยภาครัฐ นโยบายการส่งเสริมภาคเอกชนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีเสถียรภาพ นโยบายการพัฒนาและส่งเสริมตลาดบ้านมือสอง นโยบายการส่งเสริมการพัฒนาระบบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง นโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคด้านที่อยู่อาศัย นโยบายด้านกฎหมายและภาษีอากรเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัยต้นทุนต่ำแก่ประชาชน นโยบายด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการพัฒนาเมืองที่น่าอยู่ โดยมีการการวางผังเมือง การกำหนดนโยบายการใช้ที่ดินเมือง และการจัดระบบโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่สอดคล้องประสานกันส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถช่วยเหลือตนเองในการมีที่อยู่อาศัย โดยสนับสนุนประชาชนที่มีรายได้ต่ำและรายได้ไม่แน่นอน สามารถมีบ้านเป็นของตนเอง ด้วยการให้ความรู้ในการปลูกสร้างบ้านโดยใช้แรงงานเป็นของตนเอง ในขณะที่การเคหะฯช่วยอุดหนุนในเรื่องของค่าแรงงานที่เจ้าของบ้านเป็นผู้ปลูกสร้าง และจัดหาวัสดุอุปกรณ์เองส่งเสริมให้ประชาชนยกระดับของการมีที่อยู่อาศัย จากที่บุกรุกมาเป็นชุมชนสลัม บ้านเช่า ห้องชุด ทาวน์เฮาส์และเป็นบ้านเดี่ยว หรือจากบ้านขนาดเล็กมาเป็นบ้านขนาดกลางและขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ และให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น หรือการต่อเติมที่อยู่อาศัยด้วยตนเองโดยได้รับความรู้จากการเคหะแห่งชาติผู้มีรายได้ระดับต่ำให้การเคหะฯร่วมมือกับเอกชนจัดสร้างที่อยู่อาศัยโดยขอการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ให้เอกชนสร้างบ้านในราคาถูก และรัฐสนับสนุนด้านสาธารณูปโภคและสาธารณูปการสนับสนุนให้ สคบ. ช่วยติดตามดูแลคุมครองผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการกู้เงินหรือการบังคับจำนองขายทอดตลาดที่อยู่อาศัย ให้มีความโปร่งใสและยุติธรรมต่อผู้บริโภค ตองให้ผู้บริโภคเป็นศูนยกลางโดยกำหนดให้มีสัญญามาตรฐาน มีบทลงโทษสำหรับผู้ประกอบการที่สร้างล่าช้า ทิ้งงาน หรือการยึดเงินดาวน์โดยไม่เป็นไปตามสัญญา ให้มีโทษปรับในราคาสูงหากผิดซ้ำกันก็ให้ยึดใบอนุญาตตามกำหนดเวลา แล้วประชาสัมพันธ์ให้ทั่วไปได้รับทราบ เพื่อให้ความคุ้มครองผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเกิดความเชื่อมั่น รวมทั้งจัดตั้งสภาเคหะชุมชนที่เป็นเครือข่ายของผู้บริโภคมาช่วยเสริมการทำงานเพื่อผู้บริโภค ยุทธศาสตร์ที่ 7 สร้างมาตรฐานสู่คุณภาพของที่อยู่อาศัย เป้าหมาย การสร้างงานที่อยู่อาศัยเข้าสู่มาตรฐานและคุณภาพ มีระบบควบคุม กำกับดูแล ติดตาม ประเมินผล สร้างมาตรฐานการรับรอง ให้งานที่อยู่อาศัยมีคุณภาพทั้งกระบวนการ มีมาตรการต่างๆดังนี้กคช.เป็นหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐาน การควบคุม และกำกับดูแลด้านที่อยู่อาศัย การบริการ การจัดการและการทำงานที่เป็นระบบ เพื่อพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยตลอดเวลา ช่วยให้ผู้อยู่อาศัยและผู้รับบริการมั่นใจในคุณภาพ ด้วยการสร้างระบบการควบคุม การตรวจสอบและการประเมินผลคุณภาพที่อยู่อาศัย ผสมผสานและต่อเนื่อง โดยเน้นที่ผู้อยู่อาศัยเป็นสำคัญ สร้างมาตรฐานที่อยู่อาศัยทั้งในระดับหมู่บ้านและครัวเรือน ในบ้านหลังแรกและหลังที่สอง จะมีเกณฑ์ชี้วัดที่สอดคล้องกับความสุขมวลรวมของชาติ (Gross National Happiness : GNH)ที่กำหนดเอาไว้ในแผนสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บ้านทุกระดับที่มีคุณภาพจะได้ใบรับรองคุณภาพจากการเคหะฯเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ใช้ควบคุมการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสาระในมาตราต่างๆของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัย ทั้งในส่วนผังเมือง การจัดสรรที่ดิน การควบคุมอาคาร สิ่งแวดล้อม เป็นต้น ให้เอื้ออำนวยและขจัดอุปสรรคในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการพัฒนาร่วมกันในการกำหนดเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน การจัดระเบียบ กฎระเบียบ และข้อตกลงร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เป็นการเพิ่มมูลค่าการพัฒนาที่อยู่อาศัย มีมาตรฐานตัวอาคาร วัสดุอุปกรณ์ รูปแบบการก่อสร้าง ให้มีการสร้างในพื้นที่อยู่อาศัยตามผังเมืองรวม ออกมาตรการควบคุม ตรวจสอบการหลีกเลี่ยงการจัดสรรแบ่งพื้นที่เพื่อสร้างจำนวนน้อยแต่ขาดสาธารณูปการให้มีการรับผิดชอบดูแลหลังเสร็จโครงการ
ขอโทษด้วยครับโพสผิดไปหน่อย