เสร็จจากเวทีสหกรณ์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แล้วเดินทางต่อไปยังจังหวัดกาญจนบุรี พกพาความหิวไปฝากเจ้าของสถานที่อย่างเต็มที่ ดังนั้นเมื่อไปถึงแล้วยังไม่เข้าไปร่วมเวทีแต่ตรงเข้าไปรับประทานอาหารพื้นบ้านอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากเสร็จภารกิจแล้วเข้าไปร่วมเวที การอบรมเกษตรกร: พัฒนากสิกรรมธรรมชาติสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียง มี ดร.ทิพวัลย์ สีจันทร์ (อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) เป็นวิทยากร  และแกนนำจากกลุ่มเกษตรอินทรีย์ บ้านต้นมะรุม จังหวัดเพชรบุรี  จำนวน 2 ท่าน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ที่เข้าร่วมอบรม  ผู้เข้าร่วมอบรมมีความหลากหลายของช่วงอายุตั้งแต่เกษตรกรที่เป็นผู้สูงอายุ จนถึงลูกหลานเกษตรกรที่เป็นเยาวชนอายุประมาณ 6 ขวบ

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">การอบรมครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรได้ค้นหาความทุกข์ของตนเอง ได้คำตอบมาหลายประเด็น แต่ที่สำคัญที่สุด คือ หนี้สิน วิทยากรให้เกษตรกรได้ค้นหาที่มาของหนี้สิน ก็พบว่ามาจากรายจ่ายประเภทจำเป็นที่ฟุ่มเฟือย ฟังแล้วก็เกิดความสงสัย คำตอบก็คือ รายจ่ายด้านปัจจัย 4 ได้แก่ ที่อยู่อาศัย  อาหาร  เสื้อผ้า  ยารักษาโรค นั่นเอง แต่เกิดความฟุ่มเฟือยเนื่องจากเกษตรกรหลงทางด้วยการนำปัจจัย 4 มาเป็นสัญลักษณ์แทนฐานะทางสังคม ภาพที่เห็นได้ชัดในสังคมปัจจุบันคือ ค่านิยมการสร้างบ้านหลังใหญ่ การซื้อเสื้อผ้า/นาฬิกาข้อมือแบรนด์เนม  การรับประทานอาหารต่างชาติ เช่น อาหารเวียดนาม ซึ่งล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่เกินคำว่า จำเป็น นอกจากนี้ที่มาของหนี้สินส่วนหนึ่งยังมาจากการซื้อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร ได้แก่ ปุ๋ยและสารเคมี </p>

ความรู้ในการแก้ปัญหาหนี้สินได้ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านทางแกนนำเกษตรกรกลุ่มเกษตรอินทรีย์  ที่ได้แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการเปลี่ยนจากการทำการเกษตรที่ใช้ปุ๋ยและสารเคมีมาเป็นการทำเกษตรอินทรีย์  แต่ก่อนลงมือทำการเกษตรอินทรีย์มีข้อแนะนำว่า ต้องทำบัญชีครัวเรือน ให้ได้ก่อนเพราะทำให้ครัวเรือนสามารถรับรู้ถึงรายรับ-รายจ่ายประจำวันอย่างละเอียด และได้เห็นถึงรูรั่วในครัวเรือนว่ามาจากแหล่งใดบ้าง จะทำให้ครัวเรือนสามารถจัดสรรค่าใช้จ่ายได้อย่างรอบคอบ สามารถอุดรูรั่วได้อย่างตรงจุด และข้อดีอีกอย่างหนึ่งของการทำบัญชีครัวเรือนคือการทำให้ครอบครัวได้พบปะ พูดคุยกันทุกวัน        

การทำบัญชีครัวเรือนนับว่าเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญในการแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร และยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรกรเข้าสู่เศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน อีกทั้งเป็นพื้นฐานความคิดที่จะทำให้เกษตรกรรู้จักการออมและรวมตัวกันเป็นองค์กรการเงินหรือสวัสดิการชุมชนต่อไป

</span>