ถ้าเจอแบบนี้ จะทำอย่างไร อะไรทำให้คิดหรือทำแบบนั้น รู้สึกอย่างไร รวมไปถึงการติดตามดูว่าความรู้ ความคิดของตนเองคิดเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ได้อะไรบ้างในแต่ละประสบการณ์ที่ได้รับ

ชั่วโมงต่อไปเป็นการแนะนำวิธีการเรียน โดยเฉพาะการเรียนทางไกลที่ต้องเข้าไปหา เอกสารประกอบการเรียน คำสั่งงานของอาจารย์ การค้นข้อมูลในฐานข้อมูลต่างๆ ทาง internet

เรื่องนี้ผมไม่ค่อยหนักใจเท่าไร เพราะอยู่ในแวดวงการศึกษาในมหาวิทยาลัย จึงคุ้นเคยเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่หมอคนอื่นหลายคนค่อนข้างห่างๆไป ดูแสดงท่าทางหนักใจพอสมควร ทางผู้จัดหลักสูตรก็พยายามพิมพ์เอกสารให้ทุกอย่าง เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาว่าเข้าไปทาง internet ไม่ได้

         

เนื่องจากการประเมินให้เกรดส่วนใหญ่ จะพิจารณาจากรายงานที่ต้องส่งอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่ผู้สอนจากออสเตรเลียย้ำเป็นพิเศษ จึงเป็นเรื่อง plagiarism ซึ่งก็คือการลอกเลียนคำพูดคำเขียนของคนอื่นโดยไม่อ้างอิงถึง ไม่ว่าแหล่งข้อมูลนั้นจะเป็นทางการอย่างวารสาร ตำรา ลิขสิทธิ์ หรือไม่เป็นทางการอย่างแผ่นพับ รายการโทรทัศน์  ผมคิดว่าเป็นวัฒนธรรมที่มีการปลูกฝังอย่างเอาใจใส่ เขายังพูดถึงความแตกต่างทางวัฒนธรรมในเรื่องนี้ด้วย..ว่าบางวัฒนธรรมอาจจะไม่ให้ความสนใจ แต่สำหรับหลักสูตรนี้ เป็นเรื่องสำคัญ

         

แถมยังต่อด้วยว่า พวกที่ใช้วิธี ยกข้อความของเขามาทั้งดุ้น ชนิดเพราะประโยคถูกใจเหลือเกิน ปรับให้มันดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ให้ใช้วิธีใส่เครื่องหมายคำพูด วงเล็บ หรือทำเป็นตัวเอนให้ชัดเจนแล้วอ้างอิงที่มา และแนะนำว่า ให้พยายามใช้วิธีนี้น้อยที่สุด เพราะควรอ่านจนเข้าใจแล้วเขียนด้วยภาษาของตัวเอง จะได้รู้ว่าเข้าใจจริงหรือเปล่า แล้วปิดท้ายด้วยประโยคเด็ดว่า..โดยเฉพาะพวกที่มาจากประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำ

ผมก็นั่งอมยิ้มทำตาลึกลับตามฟอร์ม เพราะดูแล้วมีผมกับหมอจากจีนและเนปาลเท่านั้นที่อยู่ในกลุ่มนี้

         

สำหรับวิธีการเรียนการสอนในช่วง ๒ สัปดาห์ในสิงคโปร์ ไม่เน้นเรื่องบรรยาย ซึ่งก็ควรเป็นอย่างนั้นในการเรียนระดับนี้ จุดที่เน้นคือ transformative learning ซึ่งผมได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก ไม่รู้เหมือนกันว่าความหมายเฉพาะเป็นอย่างไร คงต้องขอพึ่งผู้รู้ด้านการจัดการการศึกษาช่วยไขข้อสงสัยนี้ด้วยนะครับ

         

ส่วนที่เขาอธิบายต่อเกี่ยวกับการเรียนรู้ คือ การเล่าประสบการณ์ของแต่ละคน ว่าถ้าเจอแบบนี้ จะทำอย่างไร อะไรทำให้คิดหรือทำแบบนั้น รู้สึกอย่างไร รวมไปถึงการติดตามดูว่าความรู้ ความคิดของตนเองคิดเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ได้อะไรบ้างในแต่ละประสบการณ์ที่ได้รับ  เป็น self reflection เป็นบันทึกส่วนตัว หรือ portfolio เป็น reflective study

 

<< APHN Diploma of Palliative Care ๒: ทักทาย

APHN Diploma of Palliative Care ๔: กระบวนการ บริบทและระบาดวิทยาของการตาย >>