การที่เราจะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่างหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องแขวนให้ใครเห็น ขอเพียงเรานับถือท่านอยู่ในใจ และแน่นอนว่า ถ้าเราคิดดี ทำดี ไม่ว่าท่านจะอยู่กับตัวเราหรือไม่ ท่านย่อมคุ้มครองเราเสมอ

เช้าวันหนึ่ง ระหว่างพ่อบ้านขับรถไปส่งดิฉันที่ทำงาน  แน่นอนว่า เราต้องพ่วงเจ้าตัวน้อย 2 คน ของเราไปด้วย  

 

                   ข่าวเช้าวันนั้น  มีการพูดถึง องค์พ่อจตุคามรามเทพ  ซึ่งสำหรับครอบครัวเราแล้ว ถือเป็นข่าวปกติทั่ว ๆ ไป  พอข่าวจบ น้องฟางลูกสาวคนโต  ก็หันมาพูดว่า

                           "พ่อ กับ แม่หนะ  เป็นพ่อ แม่ ที่เชยที่สุดในโลกเลยรู้ไหม"

 

เรา 2 คน  หันมามองหน้ากัน   ส่วนดิฉันหนะคิดในใจว่า  อีกแล้ว มาอารมณ์ไหนอีกแล้ว ลูกสาวดิฉัน

 

"ทำไมลูกถึงพูดอย่างงี้หละ"

 

                      "ก็ มีพ่อ กับ แม่ นั่นแหละ  ที่ไม่แขวนพระจตุคามฯ   ลูกเห็นพ่อ แม่  บ้านอื่น ๆ เขาใส่กันทั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่บ้านเรามีพระจตุคามฯ อยู่ตั้งเยอะ"

 

 ดิฉันเลยต้องหันกลับไปสอนเธอว่า 

 

 "การที่พ่อ กับ แม่ ไม่ได้แขวนพระจตุคามฯ  ไม่ได้หมายความว่า เราไม่ได้นับถือท่านนี่คะ"


 "ลูกลองคิดดูสิว่า  ต่อให้เราแขวนจตุคามฯ  ถ้าเราทำชั่ว  ท่านจะคุ้มครองเราไหม"


                              "ไม่ค่ะ"

 "แล้ว ต่อให้เราไม่แขวนจตุคามฯ  ถ้าเราทำดี  ท่านจะคุ้มครองเราไหม"


                               "คุ้มครองค่ะ"

 

 "ลูกเห็นไหมว่า  การที่เราจะนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรสักอย่างหนึ่ง  เราไม่จำเป็นต้องแขวนให้ใครเห็น  ขอเพียงเรานับถือท่านอยู่ในใจ  และแน่นอนว่า  ถ้าเราคิดดี  ทำดี ไม่ว่าท่านจะอยู่กับตัวเราหรือไม่  ท่านย่อมคุ้มครองเราเสมอ" 

ทุกวันนี้ คนเราให้ความสำคัญกับวัตถุ หรือสิ่งที่เราเห็นอยู่ภายนอก  มากกว่าสิ่งที่อยู่ในใจ สังคมทุกวันนี้ จึงมีแต่การแก่งแย่ง ชิงดี ชิงเด่นกัน

 

 สำหรับดิฉันแล้ว  การได้แขวนท่านหรือไม่นั้น  ดิฉันเฉย ๆ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ใจเรา  เพียงเรานับถือท่านอยู่ในใจ  และคิดดี ทำดี  เราก็สุขใจแล้ว   ส่วนคุณ samee นี่สิ  เปรย ๆ ว่า

 

"สงสัยจะต้องกลับไปแขวนสักองค์แล้วมั๊ง"