"ผลงาน" ท่านเอาไป แต่ "คน" ขอให้เรา

ที่จริงเป็นความฝันของพระอาจารย์ 1 รูป กับคน 2 คน  คือ พระอาจารย์สุวรรณ พี่เรือง  และปัทมาวดี   จากการที่เราได้สนทนากันที่วัดป่ายาง นครศรีธรรมราช   เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

พระอาจารย์เริ่มการทักทายเราด้วยการบอกว่า ให้ออกจากการสอนหนังสือมาช่วยทำงานที่วัด  เพราะท่านจะทำคูปองแลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อเชื่อมโยงกิจกรรมการพัฒนาต่างๆที่วัดป่ายางทำอยู่   ท่านบอกว่า  ตอนที่คุยกับอาจารย์ภีมนั้น ท่านยังไม่พร้อม  ตอนนี้ท่านพร้อมแล้ว

แต่นั่นเป็นเพียงคำทักทาย  ...ที่จริงท่านคิดการสำคัญกว่านั้น ...

ตอนนี้วัดป่ายางได้รับงบประมาณฯเป็นศูนย์อบรมใหญ่แห่งหนึ่งของโครงการระดับประเทศ (ไม่แน่ใจว่าเรียกว่า ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือเปล่า.. เป็นปัญหาของคนความจำสั้น)   ต้องจัดอบรมวิทยากรชาวบ้านรวมแล้ว 1,000 คน ต่อปี  โดยจะมีการอบรมครั้งละประมาณ 50  คน  วัดป่ายางเข้มงวดว่า ต้องอบรม 3 คืน 4 วัน เต็มๆศูนย์อื่นๆจะรับอบรมคนจากนอกจังหวัดของตัวเองด้วย   จำนวนวันอาจน้อยกว่านั้น แต่วัดป่ายางเน้นการอบรมคนนครศรีธรรมราชเป็นสำคัญฯ

 

เราชอบความคิดที่เฉียบคมของท่านสุวรรณ  ก็คือ  เมื่อหน่วยงานต่างๆส่งคนมาอบรม ท่านสุวรรณจะบอกว่า "ผลงานท่านเอาไป ... แต่ คนขอให้เรา"    ท่านต้องการสร้างคนที่มีแนวคิดที่จะทำให้สังคมดีขึ้น  ท่านต้องการแนวร่วม  ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงต้องการผู้เข้ารับการอบรมที่อยู่นครฯ เพราะจะได้ร่วมงานกันต่อไปได้

"การต่อสู้เพื่อเปลี่ยนสังคม ก็คือ การต่อสู้ทางปัญญา"  ท่านว่า .....  นี่เป็นฝันที่ยิ่งใหญ่ของพระอาจารย์

 พี่เรืองแย้งด้วยมาดขรึม..  คิดว่าอาจต้องต่อสู้ด้วยวิธีเดิมๆ(อย่างเมื่อ 30 ปีที่แล้ว)  เพราะสังคมมันไม่ดีขึ้นอย่างใจหวังสักที .... พี่เรืองอาจแหย่เล่น  แต่นี่เป็นฝันของพี่เรือง

เราบอกความฝันของเราบ้างว่า ....การที่พระอาจารย์สร้างคนในระดับฐานรากนั้นสำคัญมาก   ตัวเราอยากสร้างคนที่อาจเป็นคนในระดับกลางและระดับสูง  ก็คือ พวกนักศึกษามหาวิทยาลัย   เราคิดว่า ถ้าคนหนุ่มสาวที่มีโอกาสมีศักยภาพดีกว่าคนอื่นๆ และจะไปเป็นใหญ่เป็นโตในอนาคตยังเป็นความหวังให้สังคมไม่ได้   เราจะหาใครที่ไหนมาทำให้สังคมดีขึ้น    แต่แน่นอน  คนหนุ่มสาวเหล่านี้ต้องมารู้จักชาวบ้าน  เราคิดในใจว่า จะส่งเด็กมาอยู่กับพระอาจารย์อีกสักรุ่น 

ก่อนจากกัน  พระอาจารย์บอกให้เราหาเด็กดีๆ (อย่างลูกศิษย์เราที่ส่งมาอยู่กับท่านเมื่อปีก่อน)  มาช่วยงานของท่านสักคนสองคน 

ก็ถือว่าความคิดของพระอาจารย์กับของเราพอจะสานกันได้ แต่จะสานกับความฝันของพี่เรืองอย่างไร ยังมองไม่ออก  แม้ว่าทั้งสามคนจะมีเป้าหมายเดียวกันคือ  อยากเห็นสังคมที่ดีกว่านี้