ทหารรักษาพระองค์

            ต่อตอนที่  2  จะเป็นการขึ้นประจำกองร้อยแต่ละกองร้อยผมจะเร่าแต่เรื่องน่าสนใจนะครับถ้าให้เล่าคงไม่หมดแน่ๆ  แต่ถ้าอ่านแล้วสนใจก็สอบถามได้นะครับ ไม่สงวนลิขสิทธ์ในส่วนนี้

พอพักผ่อนครบ   10   วันแล้วก็ต้องเดินทางกลับหน่วยผมก็เดินทางกลับตอนเช้าของวันที่  10  เวลากลับให้ไปถึงหน่วยเวลาประมาณไม่เกิน  17.30   น.  มิฉะนั้นจะต้องโดนทำโทษ  ผมก็เดินทางมาด้วยดีตรงเวลาดีพอมาถึงก็มีการตรวจสอบว่ามาครบจำนวนหรือไม่  เวลา   18.00 น.  ก็เป็นเวลารับประทานอาหารเย็นสิบเวรก็เปล่านกหวีดรวมเพื่อเข้าแถวรับประทานอาหาร  ตอนนี้จะเป็นการขึ้นสวรรค์ละครับไม่ค่อยมีกดระเบียบอะไรมากนักเพราะตอนนี้ไม่ใช้ทหารใหม่แล้ว   มาถึงโรงอาหารก็เคารพธงชาติตามระเบียบแล้วก็เข้าโรงอาหารแล้วก็นั่งมีพิธีเล็กน้อยแล้วก็ส่งตัวแทนรับอะไหร่ก็คือกับข้าวนั่นเองรับประทานอาหารเสร็จก็เดินทางกลับกองร้อย  ก็พักตามอัธทยาศัยถึงเวลาก็ไปอาบน้ำตอนนี้ยังดีเพราะอาบตามสบาย  รุ่นพี่ก็มีการแกล้งนิดหน่อยเวลาอาบน้ำห้ามนุ่งกางเกงในอาบน้ำเด็ดขาดไม่ฉะนั้นจะถูกลงโทษ   ตอนนั้นใครมีอะไรดีๆ  ก็โชว์กันตอนนั้นละครับแต่ละคนสุด ๆ ทั้งนั้น  เวลา  19.00  น.  ก็เป็นพิธีการรวมทหารที่อยู่กองร้อยว่ามีใครหนีหรือขาดใครบ้างต่อจากนั้น ก็เป็นการสวดมนเข้านอนพร้อมกัน   พอถึงเวลานอนทุกคนจะต้องนอนปิดไฟอะไรให้เรียบร้อยถ้าใครไม่นอนมีนันทนาการให้เล่นตอนดึกทึกวันบางวัน  ก็จะเป็นการนั่งแช่ในน้ำทั้งคืน   ออกกำลังกาย   วิ่งรอบกองร้อย  และอื่นตามที่ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ทำเวลาทำก็ต้องทำทั้งคืน   วันนั้นนายทหารเวรมาตรวจพบว่าทหารมีการออกหนีเที่ยวข้างนอกวันนั้นเวลาประมาณตี   2  พอดีสั่งให้รวมทั้งหมดกำลังนอนดีๆ   โดนแล้วครับนายทหารเวรก็ทำโทษซะวันนั้นก็มีการกระโดดน้ำตอนดึก  พรุ่งหลัง  ลุกนั่ง  วิ่ง   คาน  ม้วนหน้า  แอ็งกะรูสะหรับเท้าไม่เคยทำใช่ไหมละครับรองทำดูนะครับว่าจะเหนื่อยไหม  ทำถึงประมาณตี  4   ถึง ตี  5   ตอนเช้าตี  5  ครึ่งก็ทำความสะอาดแต่ละจุดก็แบ่งหน้าที่กันทำ  เวลา   07.00  น.ก็ถึงเวลารับประทานอาหารเช้า  รับประทานอาหารเสร็จก็กลับกองร้อย               ต่อจากนั้นก็มีการแบ่งหน้าที่การทำงานในแต่ละส่วน  จ่ากองร้อยก็ตรวจสอบว่าใครมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และพิมพ์ดีดบ้างให้ยกมือขึ้น  ผมก็เลยยกมือขึ้นก็เลยต้องไปทำหน้าที่ใน  บก.ร้อย  เกี่ยวกับเอกสารพิมพ์ดีดต่างๆ  รับหนังสือเดินหนังสือรับโทรศัพท์แต่ไม่อยากจะบอกว่าจ่าที่อยู่ใน  บก.ร้อย   ด่าเก่งมากผมทนทำอยู่ใน  บก.ร้อยเป็นเวลา   6  เดือนกดดันมากต่อจากนั้นก็มาทำอยู่   PX   ก็คือร้านค้าขายอาหารสำเร็จ  เครื่องดื่ม  และของใช้ต่างๆ  ก็สบายไม่ค่อยได้ทำอะไรมากขายแต่ของก็ไม่ใช่ว่าจะขายแต่ของอย่างเดียวมีงานอื่นก็ต้องทำด้วย  ในทุกวันจะมีเวรและมีงานข้างนอกทุกวันแล้วแต่ใครจะโดนวันไหน  เวรข้างนอกก็จะอยู่ที่วังสุโขทัย   วังจักรกรีมหาปราสาท   พระที่นั่งวิมานเมฆ   และส่วนอื่นที่งานเข้าและจะมี    ทหารกองเกียรติยศคือทหารรับเสด็จของส่วนพระองค์อยู่ในเขตกรุงเทพฯ  ใส่ชุดประจำกองพันก็คือหมวกพู่สีฟ้า เสื้อขาวกางเกงดำเป็นชุดสำหรับเดินสวนสนามราชวัลลภของวันที่  5  ธันวาคม  ของทุกปีจะมีทหารแต่ละกองพันมาร่วมเดินเป็นทหารส่วนมหาดเล็กเท่านั้นที่จะได้มาเดินในส่วนนี้    แล้วเวรข้างในจะมีเวรกองรักษาการณ์  เวรแผน  เวรโรง  เวรแต่ละจุดมีกดระเบียบมากเวรข้างในยังพอทน  แต่เวรข้างนอกนี่ซิครับอย่างเช่น เวรที่วังจักกรีแต่ละจุดมีอยู่ 3ก็ได้อยู่สลับจุดกันแล้วแต่จะตกลงกันเวลายืน  ต้องยืนตัวนิ่งห้ามกระดุกกระดิกมองตรงไปข้างหน้าการยืนก็คือ  ยืนถ่างขาเล็กน้อยส่วนปืนชิดที่นิ้วก้อยท้าวขวาดันปืนไปข้างหน้าให้แขนตึงยืนตัวตรง  ห้ามทำอะไรอย่างอื่นแค่ให้หันใจยืนเหมือนกับหุ่นยืนคนละ  1   ชั่วโมง  รองทำดูนะครับว่ายืนตรงห้ามกระดุกกระดิกไม่ทำอะไรเลย  1  ชั่วโมงสับเปลี่ยนกันจนกว่าถึงตอนเช้ารอจนกว่ากองพันอื่นจะมาเปลี่ยนเวรต่อ  ในส่วนอาหารดีหน่อยครับมีให้กินทั้งวันทั้งคืนกินได้ตลอด   ห้องนอนติดแอร์ขอบอก  ยังดีกว่านั้นห้องน้ำยิ่งน่านอนกว่าห้องนอนครับผม  คิดดูแล้วกัน   และแต่ละจุดมีกล้องจับทุกจุดตอนกลางวันจะมีพวกชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวทั้งในชาติลและต่างชาติก็จะมาขอถ่ายรูปด้วยไม่รู่ทำไมชาวต่างชาติเขาชอบทหารไทยไม่ว่าใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปที่ยืนประจำแต่ละจุดและยิ่งกว่านั้นฝรั่งอยากจะเล่นด้วยก็มาทำท่าให้เราหัวเราะมาโผลดหน้าดูว่าเราใช่คนไหมจับแขน  มากอดดูสารพัดแต่ทหารที่ยืนจุดก็ทำอะไรไม่ได้  บางวันก็มีตังใส่มือด้วย  สารพัดยิ่งกว่านั้นคนอีสานยิ่งน่าเล่นใหญ่เลยส่วนมากจะเป็นเด็กวัยรุ่น  นักเรียนนักศึกษาชอบมาแย่ให้เราหัวเราะมายอกล้อเล่นต่างๆ  นาๆ  วันหนึ่งมีคนแก่เข้ามาดูแกไม่รู่ว่าเป็นทหารแกนึกว่าเป็นหุ่นอะไร จะยืนนิ่งขนาดนั้นไม่ยิ้มไม่หัวไม่กระดุกกระดิกถ้าไม่ใช่หุ่นจะให้เรียกว่าอะไรล่ะยาย        ตอนเช้าก็เดินทางกลับกองร้อยพักผ่อนมีเวลาเป็นส่วนตัวมากกว่าเดิม   พอสัปดาห์ต่อมาก็จะต้องทำการฝึกเพื่อเตรียมตัวออกฝึกในป่า    จังหวัดกาญจนบุรีก็ฝึกเหมือนที่ฝึกทหารใหม่ทุกอย่างแต่ก็ฝึกพอเบาะๆ ไม่หนักสบายๆ  ดีหน่อยยังมีเวลาพักเวลาส่วนตัวไม่โดนตบ  โดนเตะ  อย่างมากก็แค่สั่งให้ทำการออกกำลังกายเป็นส่วนมากแต่ก็เหนื่อยนะแต่ละท่าทำสามครั้งเป็นหนึ่งยก ทำหนึ่งยกเป็นหนึ่งครั้ง   แล้วถ้าทำห้าร้อยยกจะเป็นกี่ครั้งละครับ   ผมอยู่ในส่วนของพลปืนเล็ก   ชกท.111  สังกัดพลสื่อสารพอถึงวันออกเดินทางก็มีการช่างน้ำหนักของเป้ หมวก   รองเท้า  ให้ครบ   15   กิโลกรัม  ไม่รวมปืนเอ็ม  16  แล้วก็ขึ้นรถออกเดินทางไป    จังหวัดกาญจนบุรีพอถึงก็เข้าที่พักจัดที่พักให้เรียบร้อยที่พักก็อยู่ในป่ามีการขุดหลุมพรางจัดที่พักพรางไม่ให้ข้าศึกเจอ   พอวันต่อมาก่อนออกลุยศึกในการเข้าฝึกจริงมีการแข่งเดินเร่งรีบ   15  กิโลเมตรว่ากองพันไหน       จะเข้าเส้นชัยก่อนวันนั้นผมแบกปืนโกน  15  กิโลกรัม   ทั้งวิ่งทั้งเดินทั้งแบกเป้โดยการวิ่ง  1   กิโล   เดิน 1   กิโล สลับกันวันนั้นเป็นวันที่เหนื่อยมากๆ  อีกวันหนึ่งและอีก  15  วันเป็นวันที่เหนื่อยทุกวันเพราะทำการเดินทุกวันอย่างน้อยวันละ  20-30  กิโลเมตร  ผมเข้าเส้นชัยเป็นคนที่  3  ของกองพันแบกปืนโกนเข้าเส้นชัยคนที่  3  คิดดูก็แล้วกันว่าจะอึดขนาดไหนทำการฝึกในป่าเป็นเวลา   15  วันเต็มๆ บุกน้ำลุยโคน  15 วันได้อาบน้ำอยู่วันเดียวนอกนั้นอาบเหงื่อและมีอีก  2  วันคือฝนตกเดินจนชุดแห้งนอกนั้นก็ไม่ได้อาบตอนฝึกสนุกมากและก็เหนื่อยมากขอบอก  มีการฝึกการยิงปืน  ฝึกการเข้าตี ฝึกการตั้งรับ  ฝึกการพรางตัว   ฝึกการเดินตามเข็มทิศ  และก็ฝึกต่างๆ อีกมากมายจำไม่ได้แล้วครับ  เวลาเดินก็เดินทั้งคืนทั้งวันจนกว่าจะถึงจุดที่กำหนดขึ้นเขาลงห้วยสารพัด  วันนั้นเดินไปยิงปืนที่จุดยิงเดินทั้งวันเพื่อทำการตรวจสอบความแม่นยำระยะยิง  200  และ  300  เมตรปรากฏว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยผมยิงแม่นยิ่งกว่ายิงระยะใกล้อีกขอบอก   ประสบการครั้งนี้เป็นประสบการครั้งหนึ่งในชีวิตใครไม่เคยคงจะไม่รู้รสชาติของการเป็นทหารว่าการเป็นทหารรู้อะไรมากกว่าที่คิด  ได้ทั้งความอดทน  ความภาคภูมิใจ   ความมีระเบียบวินัยกับตนเอง  มีความรับผิดชอบมากขึ้น  มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่  เสียสละ  และก็คิดดีทำแต่สิ่งที่ดีๆ    (ตอนแรกเขาก็เปรียบเทียบว่าฝึกควายให้เป็นคน)   แต่ตอนนี้เป็นคนเต็มตัวแล้วครับ  ถ้าไม่เชื่อในส่วนนี้ก็ต้องเข้าสู่รั้วของชาติดูนะครับแล้วจะรู้ว่ามันเปลี่ยนจริง    ขอบอก  ขอจบส่วนนี้ก่อนเพราะเหลืออีกเยอะมาต่อดีกว่า   ถึงการยิงปืน  ต่อจากยิงปืนก็เข้าที่พักทำการฝึกขั้นต่อไป   ก็จะเป็นการฝึกเดินตามเข็มทิศแต่ละหมวดหมู่   วันนั้นออกเดินประมาณ  07.00  น.   ถึงที่หมายเที่ยงคืนถ้าจะให้นับกิโลที่เดินก็ประมาณเกือบ  30  กิโลเมตรแต่ก็ผ่านไปด้วยดี  วันต่อมาก็จะเป็นการฝึกการยิงเป้าฝึกท่ายิงต่างๆ  ที่ได้ฝึกมายิงลูกจริงๆ  เลยครับสนุกมากและก็มันมากทั้งวัน   วันต่อมาก็จะเป็นการฝึกหมู่ตอนหมวดคือ  ผู้บังคับหมู่  ผู้บังคับหมวด  ฝึกการพรางตัว    วันต่อมาก็ฝึกตรวจสอบพร้อมรบฝึกท่าปืนอยู่กับที่    วันต่อมา   ฝึกการเข้าตี   การตั้งรับ  การรุก  การสลับเปลี่ยนตำแหน่งตอนเข้ารุก   การเข้าตีตอนมีข้าศึกว่าต้องทำอย่างไร   วันต่อมาก็เป็นการซุ่มโจมตี  ผู้หมวด  ผู้หมู่ทำการออกหาจุดที่ข้าศึกว่าข้าศึกอยู่ตรงไหนกว่าจะหาเจอไม่ใช่ว่าหาแปลบเดียวนะครับเดินหาทั้งวันเลยครับ  วันต่อมาก็จะเป็นการเข้าตีเข้ายึดพื้นที่ตรงนั้นถ้ายึดได้ก็จะเป็นการเสร็จภารกิจกว่าจะเสร็จต้องเข้าตีบนเขานะครับบนเขาสูงมากกว่าจะวิ่งขึ้นวิ่งลงเข้าอีกตอนวิ่งขึ้นมันเหนื่อยมากทั้งแบกสัมภาร  ปืน  วิทยุสื่อสาร 15 กิโลคุณว่ามันใช่ไหมครับ  คนนะครับไม่เครื่องจักรจะได้ไม่เหนื่อย       วันต่อๆมาก็ฝึกการเข้าตี  ตั้งรับ  และอื่นๆอีกมากมายผมก็จำได้ไม่หมดกว่าจะเดินเข้าตีแต่ละจุดเดินวันละอย่างน้อย  15  กิโลเมตร  อยู่แต่ในป่าทั้งคืนทั้งวัน  การกินไม่ต้องพูดถึงหรอกครับว่ามันจะอนาถาขนาดไหน  นอนกลางดินกินกลางป่า  อาหารจะเป็นปลาล้าบองอีสานขาดไม่ได้  อาหารแห้งมาม่า  ปลากระป๋อง  บางวันหุงข้าวก็ไม่สุกแต่ก็กินอย่างเอร็ดอร่อย  (ภาษาอีสาน แซบ )    ฝึกทั้งกลางวันและกลางคืนบางวันไม่ได้หลับไม่ได้นอนอะไรมันจะขนาดนั้น   ทำการฝึกทั้งหมด   15  เต็มๆ  วันสุดท้ายของการฝึกยิ่งโหดสุดๆ  ทำการเข้าตีกลางป่าอ้อย  ป่ามันสำประหลัง  ขึ้นเขา  ลงเขา  วันนั้นแดดแรกมากเวลาพักไม่อยากจะลุกเวลารุกไม่อยากจะพัก  มันเป็นซะอย่างนั้น  นั่งเป็นหลับขยับเป็นแดก       พอครบทั้ง  15  ก็เดินทางกลับกองพันพอขึ้นรถแล้วมันรู้สึกเหมือนออกจากนะรกจริงๆ เลย ทุกคนอ่อนเพลียโซมสารภาพดูไม่ได้  ผมนอนหลับจนถึงกองพันเลยวันนั้นเหนื่อยมาก (จบจากการฝึกอยู่ในป่า)  แต่ยังมีตอนต่อไปอีก  คอยติดตามตอนต่อไป  นำเสนอโดย  มานิตย์