ดิฉั้นเพิ่งผ่านการสอบประมวลความรู้ในการเรียนต่อยอดเพิ่มเติมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา....ประมวลจริงๆ..เป็นการสอบประมวลวิชาหลัก 7 วิชาที่ใช้เวลาเรียน 3 เทอม.....(ทำปัญหาพิเศษอีก 1 เทอม)
การเรียนต่อในครั้งนี้ของดิฉั้นขออ้างถึงแรงผลักดัน...มาจากคุณประพจน์ นันทรามาศ (ขณะนั้นท่านเป็น ผ.อ.กองการเจ้าหน้าที่ที่ทั้งผลักทั้งดันอย่างไม่มีเหนื่อย)...ท่านพูดทุกวัน...คุณเมตตาเรียนต่อเถอะ...เรียนต่อได้แล้ว..หลังจากท่านและดิฉั้นพูดกันจนท่านเมื่อยและดิฉั้นก็เมื่อยปากในการหาเหตุผลของการไม่เรียน "หนูเพิ่งทำงานเองยังไม่มีเงินพอ"..."ลูกยังเล็กค่ะ...ผ่านลูกคนที่หนึ่งไปหนูอยากมีลูกอีกคน...".."มีค่าใช้จ่ายในครอบครัวมากลูกสองคนต้องใช้เงินให้ลูกเรียน"
สารพัดเหตุผลที่ยกมาอ้างในตอนนั้นแต่เหตุผลสุดท้ายที่ท่านพูดคือ "ใช่....การศึกษา ป.ตรี ก็ทำงานได้แต่ในสังคมอุดมศึกษาในขณะที่ผู้ที่เราสัมผัสด้วยต่างมีวุฒิการศึกษาสูง.....หลากหลายวิชาชีพ...เราก็ต้องขวนขวายหาสิ่งที่เหมาะกับสังคมที่เราอยู่ การเรียนระดับปริญญาโทจะมีการสอน"ขั้นตอนการวิจัย"จำเป็นมากที่คุณจะต้องรู้......ผมไม่เถียงว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องการันตีโดยใบปริญญา...แต่เชื่อผมเถอะ....ถ้าไม่หนักหนาเกินไปควรจัดลำดับความสำคัญเรื่องนี้มาเป็นที่หนึ่ง" ดิฉั้นหยุดคิดท่านตั้งใจและหวังดีกับเราจริงๆ...ถึงพูดอยู่หลายปีขนาดนี้ในระยะหลังจนท่านเลิกพูด...แต่ไม่เลิกล้มการดันท่านเปลี่ยนเป็นเขียนในความเห็นเวลาประเมินผลเลื่อนขั้นเงินเดือน"เห็นสมควรศึกษาต่อ" ติดกัน 3 ปี จนดิฉั้นเกรงใจท่าน....เอาล่ะเป็นไงเป็นกันเรียนก็เรียน...เสร็จสรรพทั้งหลักสูตรต้องมีเงินสำรองเกือบสองแสน ต้องมีเวลาตั้งใจ สร้างความเข้าใจกับคนที่บ้าน(เวลาที่ต้องขอจากพ่อบ้านจากเจ้าตัวน้อย 2 ตัว)
โอ๊ยแล้วเป็นไงคะ...สดชื่น..บรรยากาศใหม่เพื่อนใหม่ได้กลับไปเป็นนักศึกษาอีกครั้งในขณะเดียวกันก็ต้องเจอกับความอืดของสมองกับการทิ้งร้างการเรียนมานาน ปัญหาเรื่องความจำ เรื่องสมาธิที่ต้องจดจ่อ...ท่ามกลางความชุลมุนที่ต้องจัดความสัมพันธ์ระหว่าง...ลูกน้อยหอยสังข์.....งาน..เพื่อน..อาจารย์...การสอบ...เกรด...การเรียนรู้ค้นคว้า....ความรู้...จัดแจงตบแต่ง ego ที่ติดมากับอายุตัว หัวโขน กับการยอมรับว่าไม่รู้ ความคาดหวัง.......
สิ่งที่ได้ได้ในทันทีคือการจัดลำดับความคิดหลักการคิดที่เป็นระบบซึ่งสอนอ้อมๆโดยอาจารย์ผู้สอนในการออกแบบการบ้านให้เราทำลดตัวตนใดยการทำงานกลุ่ม....หนังสือที่ต้องอ่านล้วนเกี่ยวข้องกับงานที่ทำมีเครือข่ายนอกที่ทำงานกลุ่มคนหลากหลายอาชีพที่ล้วนมุ่งมั่นพัฒนาตนเอง...(ดิฉั้นได้พลังงานจากคนเพื่อนอายุ 60 ที่มาเรียนด้วยกัน)เป็นการหาประสบการณ์ที่ชีวิตที่เยี่ยมยอดแถมได้ดีกรีมาเป็นของแถมอีกด้วย...
ศึกษาต่อข้าราชการสายสนับสนุน:ความจำเป็น
ที่สุดแล้วการเรียนต่อสอนให้ดิฉั้นเรียนรู้ที่จะจัดลำดับความคิดเห็นความสำคัญของการอ่านหนังสือเพิ่มจากเดิมต่อเนื่อง...บริหารจัดการเวลา ให้อยู่บนความลงตัวพอดี..ปัจจัยสำคัญ..คือความตั้งใจ..ความมุ่งมั่น..และความอดทน.......
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย ธนรัตน์ ทองหยัด · 2 พ.ค. 2550
negtawan · 2 พ.ค. 2550
Prof. Vicharn Panich · 2 พ.ค. 2550
พระจันทร์สีน้ำเงิน · 2 พ.ค. 2550
PAN · 2 พ.ค. 2550
Tha · 2 พ.ค. 2550
ยินดีกับการก้าวเดินเพื่อความสำเร็จและอนาคตที่ดีอีกก้าว
เป็นกำลังใจให้ครับ
แหะๆ คุณจิ๊บ จะเรียนปี 50 นี้เหมือนกันหรอคะ หนิงเองก็เรียนมาหลายรอบแล้วค่ะ ปีนี้ (อีกแล้ว) จะตั้งใจเรียนค่ะ 555
คุณมณฑล ขอบคุณค่ะสำหรับกำลังใจ ยังไม่จบค่ะรอสอบอีกรอบ ก่อนเข้าเล่มดำ สาระนิพนธ์ค่ะ
คุณหนิงคะ ติดใจค่ะว่าจะเรียนอีกแต่ขอจัดการเล่มนี้ให้เรียบร้อยก่อนค่ะ...
คุณกฤษณา ขอบคุณค่ะมีคนเอาใจช่วยเต็มขอบสนามแต่ที่สำคัญเราต้องช่วยตัวเองค่ะ……สามีน้องไม่เห็นคิดเหมือนพี่ติ๋วเลยค่ะ…บ่นทุกวันว่าเมื่อไหร่จะจบ…อยากให้อยู่บ้านบ้าง…(แอบภูมิใจว่าเธอก็อยากให้อยู่ใกล้เหมือนกัลล์)
ขอส่งกำลังใจให้ครับ....สอบอีกรอบเดียวครับ เอ้า ฮุย เล ฮุย...
สวัสดีค่ะ

sasinanda
อ่านแล้ว อดเขียนให้กำลังใจไม่ได้ สู้ค่ะ