GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วางแผนกำลังคนด้านสาธารณสุขด้วยระบบ GIS

มีหลักคิดอยู่ 2 ประการใหญ่ ๆ คือจำนวนที่เหมาะสมและการกระจายที่ดี อะไรคือเกณฑ์ชีวัดว่าเหมาะสมและกระจายได้ดีแล้ว ก็ต้องมีอีก 2 อย่าง คือ อุปสงค์และอุปทานของกำลังคนในระบบสาธารณสุข

     การจัดสรรทรัพยากรทางด้านสาธารณสุขให้เป็นธรรมแก่ประชาชน โดยเฉพาะกำลังคน หรือ Man Power มีหลักคิดอยู่ 2 ประการใหญ่ ๆ คือจำนวนที่เหมาะสมและการกระจายที่ดี อะไรคือเกณฑ์ชีวัดว่าเหมาะสมและกระจายได้ดีแล้ว ก็ต้องมีอีก 2 อย่าง คือ อุปสงค์และอุปทานของกำลังคนในระบบสาธารณสุข ซึ่งอาจจะพิจารณาไปถึงว่าระบบสุขภาพเลยก็ได้ แต่ในปัจจุบันสำหรับประเทศไทยแล้วยังไม่น่าจะใช้ได้ เนื่องจากโดยระบบแล้วส่วนใหญ่ยังเป็นสาธารณสุข หรือยังเป็นบริการที่รัฐต้องจัดให้อยู่เป็นส่วนใหญ่ ภาคเอกชนจะเข้ามาร่วมบ้างก็เฉพาะในเขตเมืองเท่านั้น เขตชนบทยังไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่

     และเมื่อวันศุกร์ (8 ธ.ค.2548) ที่ผ่านมาฝนตกหนักมากที่พัทลุง ผมมาที่ทำงานด้วยรถรับ-ส่งนักเรียน คันที่ลูกสาวใช้บริการอยู่ เพราะรถยังซ่อมไม่เสร็จ ผมจึงมาถึงที่ทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า พี่สมชายฯ บุคลากรประจำสำนักงานเพียง 1 เดียว (ตำแหน่งนี้มีคนเดียว) ก็เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันในเรื่องข้างต้นซึ่งผมก็ได้ทบทวนไปตามนั้น ประเด็นที่พี่เขาต้องการคือการขอใช้ข้อมูลไปวิเคราะห์สถาพข้อเท็จจริง และดูแนวโน้มความต้องการกำลังคนด้านสาธารณสุขของ สสจ.พัทลุง ในอนาคต เมื่อใช้วิธีการกระจายบุคลากรโดยยึดฐานข้อมูลประชากรในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก หรือ GIS ตามที่กระทรวงก็ได้นำวิธีนี้มาใช้ในภาพรวมอยู่แล้ว แต่เมื่อมาถึงที่จังหวัด ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมากที่จัดการ ทำให้ไม่เป็นไปตามระบบ GIS มากนัก

     เราได้ตกลงกันว่าจะร่วมกันทำเป็นวิจัยให้เป็นเรื่องเป็นราว โดยใช้หลักคิดการทำงานประจำให้เป็นงานวิจัย ก็ได้มอบหมายกันว่าพี่สมชายไปทบทวนวรรณกรรมเรื่องแนวคิดในการบริหารจัดการกำลังคน และ ข้อดี ข้อเสีย ปัญหา และอุปสรรค ในการนำแนวคิดมาใช้จริง ส่วนผมจะทบทวนวรรณกรรมเรื่องแนวคิดการนำข้อมูลข้อมูลประชากรมาใช้สนับสนุนการบริหารจัดการกำลังคน ตามระบบ GIS เรานัดกันไว้ว่าอาทิตย์หน้าให้สรุปเอกสารที่ไปทบทวนแล้วมาแลกกันก่อนเป็นเบื้องต้น จากนั้นค่อยวางแผนในลำดับขั้นต่อไป โดยเรามีโจทย์วิจัยว่า “สถานการณ์และการจัดการกำลังคนด้านสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงที่เหมาะสมในช่วงปี 2549-2551 จะเป็นอย่างไร” เป็นการทำแล้วได้ใช้ประโยชน์ในอนาคตด้วย

     งานนี้ผมคาดว่าข้อมูลในฐานข้อมูลก็ดี หรือในระบบจัดเก็บรายงานของ สสจ.เองก็ดี จะมีเกือบครบแล้ว คงต้องใช้วิธีการสัมภาษณ์เจาะลึกผู้บริหารเพิ่มเติมบ้างเท่านั้น ก็น่าจะเรียบร้อย และจะใช้เวลาไม่นานนัก เพราะผู้บริหารสนับสนุนโจทย์วิจัยที่เป็นการทำในงานประจำนี้แน่ ๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 9376
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ผลการวิจัยเป็นอย่างไรบ้างคะ นำมาเผยแพร่ได้ไหมคะ