แหะแหะ กลับมาอีกครั้ง เขียนครั้งที่ 2 ค่ะ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาได้ไปดูหนังเรื่องหนึ่ง
me myself ขอให้รักจงเจริญ
อยากไปดูว่ามันจะเหมือนที่โฆษณา ที่เราได้ดูที่ทำให้เกิดแรงจูงใจหรือเปล่า อาทิ ไม่น่าเชื่อเลยค่ะว่าคุณพงษ์พัฒน์จะเป็นคนกำกับ หรือซึ้งมากร้องไห้เลยค่ะ มีฉากอนันดาเปลือย ประเทศเกาหลีซื้อลิขสิทธิ์ไปทำใหม่ พระเอกเป็นกระเทย ฯลฯ
เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนแรก น.ส ต แห่งสำนักทรัพย์สินเงินทอง คนที่สอง น.ส น แห่งสำนักองค์กรอิสระ หลังจากที่เราต่อคิวซื้ออัดลม ตามธรรมเนียมการดูหนังกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินเข้าไปกันอย่างมาดมั่น ก่อนจะโดน พนักงานเกือบสุภาพทัก ขอค้นกระเป๋า เอ้ย เถียงกันว่าหน้าใครเหมือนคนที่จะพกกล้องเข้าไปซูมหนังของเค้า
แถวที่เรานั่งเรานั่งกันตรงกลางที่น่าแปลกใจก็คือเด็กมาดู เกือบทั้งแถวที่เรานั่ง เด็กน้อยๆ 7-8 ขวบ มาดูเรื่องนี่เนี่ยนะ มันไม่ใช่ มะหมา หรือสไปเดอร์แมนนี่นา อืมช่างเหอะ...
หลังจากหนังเริ่มฉายไปได้นิดหน่อยก้ได้ยินเด้กคุยกัน จุกจิกๆพูดถึงเนื้อเรื่องของหนังบ้างดีกว่า โดยรวมๆ ก็ถือว่า โอเค นี่คือไม่เสียดายเงิน เท่าไหร่แต่ถ้าให้คะแนน โดยส่วนตัว ก็ให้ 7/10 ค่ะ
เพราะช่วงแรกๆของการดำเนินเรื่องมันช้า น่าเบื่อไปหน่อย คิดว่าเนื้อเรื่องหลายๆคนก็คงทราบจากโฆษณาแล้ว นางเอกน่ารัก ทำให้เราเข้าใจว่าเค้าคือคนๆนั้นจริงๆ คืออุ้มจริงๆ เหมือนที่ผู้กำกับเค้าบอกว่าอยากให้คนดู ได้เห็นว่าไม่สวยมากเป็นคนธรรมดา แต่พอดูจบจะพบว่านากเอกสวยมาก เป็นจริงๆ
สิ่งที่เราต้องเสียเงินเค้าไปดูถึงจะรู้ นั่นก็คือพระเอกเป็นกระเทยเนื่องจากการเลี้ยงดูของกลุ่มสาวๆประเภทสอง เหมือนโดนยัดเยียดให้เป็นซะมากกว่า แต่เค้าก็ไม่แมนฝืนให้แมนไม่ได้ สุดท้ายตอนจบของเรื่องจึงเป็นคำถามที่นางเอกถามว่าแทนยังรักอุ้มอยู่มั้ย พระเอกบอกว่ารักเค้าก็มากอดกันและจบ แบบนั้น ให้คนดูได้กลับไปคิด ว่าความรักสำหรับเราคืออะไร เราต้องการอะไรจากความรัก
ช่วงที่สะเทือนอารมณ์จะอยู่ในช่วงท้ายๆของเรื่องหลังจากรู้ความจริงว่าตนเอง คือธ้นย่า สาวประเภทสอง บีบหัวใจเหลือเกิน แต่ก็ไม่ถึงกับหลั่งน้ำตาเหมือนในโฆษณาอ่ะ เกือบไปเหมือนกันในช่วงที่น้องโอมหลานของนางเอกเดินมาหานางเอกบอกว่า จะไปหาพี่แทน นางเอกบอกว่าจะไปหาทำไม พี่แทนเค้าเป็น.... เงียบ พอหันไปดูหลาน หลานยืนร้องไห้ แบบน่าสงสารม๊าก เค้าทาปากแดงเหมือนกะเทย พร้อมกับถามนางเอกว่า ถ้าโอมเป็นกระเทยน้าอุ้มจะรักโอมอยู่หรือเปล่าล่ะ ทำให้นางเอกปิ้งขึ้นมา (ให้หลานสอน)
เก็บตกเรื่องเซ็งน้อยๆ
* อนันดาเค้าแสดงดี นะมากเลยแต่ตอนที่เค้าต้องแต่งเป็นหญิงล่ำจัง(รับไม่ได้)ล่ำเกิ๊น
* เด็กพวกนั้น(ที่นั่งข้าง)พอถึงฉากอีโรติกจูบกันมีเยอะซะด้วย เด็กๆที่อยู่ด้านข้างจะกรีดเสียงร้องแล้วเอามือปิดตาแต่แอบโผล่รูที่มือส่องดู (กำลังจะซึ้งสักหน่อยหมดกัน)
* พระเอกกับนางเอกมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในคราวที่พระเอกยังความจำเสื่อม ในห้องนอนนางเอก เช้ามาหลานโอมของนางเอก บอกว่านอนไม่หลับฝันว่าแผ่นดินไหว ฮากันทั้งโรง เด็กน้อยๆข้างๆถามพี่สาวตลอดเวลาว่าแผ่นดินไหวคืออะไร ตลอดเรื่องค่ะ
* อย่าไปดูหนังใกล้เด็กเลย ทรมาน
http://www.thaicinema.org/kit14mymyself.asp

เหตุเกิดจากที่ไปดูหนังเรื่องนี้มาเหมือนกัน จึงอยากแนะนำว่าถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าไปนั่งข้างๆ มนุษย์ผู้หญิงและผู้ชายที่มากันเป็นคู่และมีทีท่าว่าเพิ่งออกเดตกันเป็นครั้งแรก เพราะมิฉะะนั้นคุณอาจเสียอัตถรสในการดูหนังไป เนื่องจากต้องกับเจอเหตุการณ์แบบว่า
: ชาตินี้ไม่เคยคุยกันมาก่อน มีเรื่องมากมายต้องคุยกัน รอเวลาไม่ได้อีกต่อไป
:หัวเราะอารมณ์ดีอย่างหาสาเหตุไม่ได้ หัวเราะมันทุกเรื่อง แม้บางครั้งไม่มีเรื่องให้หัวเราะก็ยังอุตส่าห์ชวนกันให้ดูเด็กๆที่นั่งถัดๆไป เพื่อจะได้ขำสักหน่อยก็ยังดี
ดูหนังใกล้ ๆ มนุษย์แบบนี้มันก็ทรมานเหมือนกันนะ คุณถั่วงอก
สวัสดีค่ะคุณ
ครั้งหนึ่ง ที่ธนาฯ เก้าอี้ติดกัน มากัน 3 คน 1 ชาย 2 หญิง เริ่มต้นก็คุยกันก่อน สักพักโทรศัพท์ สักพักทั้งโทรศัพท์ ทั้งคุยกัน แซ่ดไปหมด คนที่ไปด้วยกะเรา(ถั่วงอกรู้จักดีที่สุด) หันไปบอกว่า"ขอโทษนะคะที่นี้โรงภาพยนต์ถ้าจะคุยกันหรือโทรศัพท์ช่วยไปคุยกันข้างนอก รบกวนผู้อื่นค่ะ" เงียบทันที่แต่ยังมีอาการฮึดฮัดชโงกหน้าหันมามองที่เราเหมือนหาเรื่อง แต่เผอิญเราตัวใหญ่ถึงจะไป 2 คน ฝ่ายนั้นก็คงจะแหยง หนังเลิกเราถามคนที่ไปด้วยกันว่า"ไม่กลัวโดนตบเหรอ"พวกนั้นมากันตั้ง 3 คน คนนั้นบอกว่า"ไม่กลัวเพราะเราตัวใหญ่กว่า" อ้อที่แท้กะจะให้เราลุยแทน" โธ่
ปล.แต่เดี๋ยวนี้คนนั้นเค้าไม่ไปดูหนังกะเราอีกแล้วล่ะ เค้าบอกว่าไม่ว่าง
โชคดี ไปดูที่เมเจอร์ฯ ช่วงเย็นๆ คนค่อนข้างน้อย เท่าที่สำรวจก่อนเข้าโรงหนังพบว่าเค้ามากันเป็นคู่ๆ วัยทำงาน และก้ต่างมีมารยาทในการชมภาพยนต์พอสมควร ถ้าอยากได้บรรยากาศดูหนังดีๆ แนะนำให้เลือกช่วงเวลาในการดู จะทำใหได้อรรถรสยิ่งขึ้น ไว้เรื่องหน้าเจอกันนะ เจ้าถั่วงอก