[อ่านบันทึกตอนที่ 1 ได้ที่นี่ ค่ะ]

[อ่านบันทึกตอนที่ 2 ได้ที่นี่ ค่ะ]

--------------------------------------------------------------------------------

5.

มาเรื่องสำคัญแล้วค่ะ ช่วงสนทนาธรรม มีฝรั่งคนนึงถามว่า

"อ.ครับ ผมโตมาจาก Christian background ถูกสอนเรื่องทำดีได้ขึ้นสวรรค์ ทำบาปตกนรกมาตลอด ท่านมีมุมมองและคำอธิบายที่หลุดไปจากเรื่อง การทำโทษ หรือ การให้รางวัลในชีวิตทั้งในโลกนี้และชีวิตหลังความตายหรือไม่ครับ

กฎแห่งกรรม (หรือ karma หรือ kamma) ก็เหมือนๆกับหลัก punishment and reward หรือว่า มันมากกว่านั้นครับผมอยากได้ยินคำอธิบายแบบอื่น"

[ฝรั่งคนนี้ตอนถามก็พยมมือตลอด น่ารักมากค่ะ]

ผู้เขียนฟังอยู่ก็คิดในใจว่า โถ...คนไทยส่วนมากก็คงคิดเหมือนคุณค่ะ เด็กถูกสอนมาว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ผลกรรมไม่ตามมาชาตินี้แต่จะไปชาติิอื่นหรือลงที่คนที่เรารักเหรอ

ผู้เขียนมาทำความเข้าใจเรื่องปฏิจจสมุปบาทก็เมื่อ 6 ปีที่แล้วนี่เอง กว่าจะเข้าใจว่ากรรมคืออะไรก็ศึกษาอยู่ตั้งนาน (ที่บอกว่าเข้าใจนี่คือเข้าใจระดับที่ตัวเองพอใจ หยุดถามต่อหน่ะคะ แต่คงไม่เข้าใจขนาดว่าผลข้ามชาติเป็นอย่างไรหน่ะค่ะ)

แล้วนี่เหลือเวลาอีก 15 นาที ท่านอ.ธีรธัมโมจะตอบฝรั่งคนนี้ว่าไงเนี่ยะ มีคนยกมือจะถามต่ออีก!

ท่านตอบไม่ยากค่ะ ชอบมาก

ท่านบอกว่า คนเราเนี่ยะชอบไปทำเรื่องซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย (ชอบ simplify things) ชอบไปแบ่งว่ามี ความดีตรงข้ามความชัวร้าย (good and evil) ชอบไปอธิบายสิ่งที่ไม่ตรงไปตรงมา มีหลายเหตุปัจจัยให้กลายเป็นสิ่งตรงไปตรงมา

แล้วพอทำดีไม่ได้ดี ทำชั่วได้ดีก็สงสัย

เวลาเกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่มองให้เป็น เหตุและผล (cause and effect) ไม่ต้องไปแบ่งว่าเป็น การให้รางวัลหรือการทำโทษ เช่น น้ำท่วม พายุเข้า แผ่นดินไหว แทนที่จะคิดว่า พระเจ้าลงโทษ หรือว่านี่คือกรรมในความหมายประมาณว่าฉันโดนลงโทษ

ให้มองว่า เหตุการณ์มันก็เกิดขึ้นแบบนี้เป็นธรรมดา (phenomenon happens...thing happens) มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เป็น niyama (ธรรมนิยาม หรือ natural laws)

มันก็มีเหตุปัจจัยของมันแต่ไปจะถามว่าเพราะอะไร โดยหวังว่าจะมีคำตอบง่ายๆหน่ะ มันไม่มีประโยชน์ พอไม่เข้าใจความซับซ้อนก็ไปตอบเอาเองว่า พระเจ้าลงโทษ กรรมลงโทษ วิธีที่ถูกให้มองหา pattern ว่ามันเกิดมาซ้ำๆหลายทีแล้ว แล้วภาวะเวลามันเกิดเป็นอย่างไร ก็ว่ากันไป แทนที่จะมองว่าพระเจ้าลงโทษ หรือ กรรมเวรลงโทษ ทำไมไม่มองว่าแล้วคุณไปปลูกบ้านอยู่ตรงนั้นทำไม : )