มัทชอบที่ท่านบอกว่า คนเราทำเรื่องซับซ้อนให้เป็นเรื่องง่าย (ชอบ simplify things) มากไป
เพราะมัทคิดว่าท่านกำลังจะสอนเรื่อง ปฏิจจสมุปบาท หรือ อิทัปปัจจยตา ค่ะ ว่าการที่เกิดอะไรขึ้นสักอย่างเนี่ยะ มันมีเหตุปัจจัยมากมายเหลือเกิน เป็นเหตุปัจจัยที่ต่อเนื่องกันมา
"เมื่อมีสิ่งนี้ สิ่งนี้เป็นปัจจัยสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น"
ถูกแล้วค่ะ "เป็นการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ"
แต่ถ้าถามว่าเรารู้เหตุหมดแล้วไม่ใช่หรือว่าภัยธรรมชาติ เกิดเพราะอะไร มัทไม่แน่ใจค่ะ เพราะว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ปีกผีเสื้อขยับก็ทำให้ค่าความเร็วลมเปลี่ยน ภาวะการเกิดพายุเปลี่ยนไปได้ เพราะผีเสื้อตัวเดียว
กรมอุตุถึงพยากรณ์อากาศไม่ค่อยตรงไงค่ะ : )
การที่สิ่งๆหนึ่งจะเกิดขึ้นหรือไม่ เหตุปัจจัยต้องพร้อม เราไม่มีทางรู้ได้ค่าว่าเหตุปัจจัยทั้งหมดคือะไร
มันไม่ใช่แค่ต่อๆเนื่องกันไปแบบเป็นเส้นตรง (linear) แต่มันเป็นปัจจัยแบบเกี่ยวโยงกันเป็นเส้นใย (web) หน่ะสิค่ะ แถมบางทีเป็นเหตุและผลแบบหลายทิศทางด้วย (multi- directional causality)
แต่ถ้าเราสังเกตมันบ่อยๆเข้าจนเห็น pattern เราก็จะพอทราบเหตุปัจจัยหลักๆค่ะ
-----------------------------------------------------------
แต่ที่แน่ๆพระพุทธเจ้าท่าน "เห็นแจ้ง" ว่าทุกข์เกิดเพราะอะไร
"เพราะสิ่งนี้ๆ ไม่มี สิ่งนั้นจึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ๆ ดับไป, สิ่งนั้นจึงดับไป"
ถ้าเราดับตัวตนได้ก็จบ แต่กว่าจะดับตัวตนได้ก็ต้องไปดับอีกตั้ง 12 เหตุปัจจัย ไม่ง่ายนะคะ แต่ชัดเจนเท่านั้นเอง : )