เริ่มต้นอย่างไรถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร


โดยธรรมชาติมนุษย์เรามักไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เพราะเวลาปรับตัวจะเกิดความเครียด

         สิ่งที่ยากที่สุดในการพัฒนาองค์กร ก็คือการทำให้คนในองค์กรยอมรับการเปลี่ยนแปลงโดยดุษฎี หมายความว่ายอมรับด้วยใจ เต็มใจที่จะร่วมมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้น เพื่อให้สภาพการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นอยู่ได้อย่างแข็งแรง

         เมื่อเดือนที่แล้ว มีโอกาสเรียนวิชา Organization Development วิชาสุดท้ายของโปรแกรม HRM ที่ Sasin ซึ่งใช้เวลาเรียนตลอดโปรแกรมหนึ่งปี  มาคุยกันเกี่ยวกับวิชานี้ดีกว่า ตอนที่ตัวเองรู้ว่าจะได้ย้ายจากงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล (HRD) มาอยู่ในสำนักงานพัฒนาองค์กรและนวัตกรรม (Organization Development) รู้สึกดีใจมากเพราะกำลังจะได้เรียนวิชานี้พอดี  แต่พอถึงเวลาเรียนจริงๆ  เมื่อเทียบกับขอบเขตงานที่ทำ ก็ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว  แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้ความรู้จากการเรียนวิชานี้ แล้วจำได้ นำมาประยุกต์ใช้ได้ก็คือเรื่องของการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในองค์กร เช่น เปลี่ยนโครงสร้างองค์กร หรือ นำระบบใหม่ๆ เข้ามาใช้ ถ้าอยากให้การเปลี่ยนแปลงราบรื่นต้องไม่ทำแบบมวยวัด  และควรคำนึงถึงหลักการโน้มน้าว จูงใจคนให้เปลี่ยนจากไม่สนใจ หรือ ไม่ร่วมมือ ให้มาเป็น ความรู้สึก ตื่นตัว สนใจ อยากทดลอง และให้การยอมรับสิ่งใหม่ๆ  นั้นให้ได้ ซึ่งแต่ละขั้นตอนทั้งสี่นี้จะมีเครื่องมือ หรือวิธีการมาให้เลือกใช้แตกต่างกันออกไป สิ่งที่ อาจารย์นำมาใช้สอนเรา เป็น

Simulation Game

        เมื่อแรกที่เห็นรายละเอียดวิชานี้ ว่าจะต้องมีการสอบ Midterm โดยเล่นเกม ก็รู้สึกงงๆ แกมวิตกกังวล เนื่องจากเวลาที่ใช้เรียนมีเพียงหนึ่งเดือน แต่กิจกรรมเพียบ มีโครงการสำรวจและแก้ปัญหาภายในองค์กร ทั้งหมด 3 โครงการย่อย เพื่อนบางคนบอกว่าขอไม่ยุ่งกับเกม เพราะไม่ถนัด  เกมนี้อาจารย์ส่งตัวทดลองมาให้เล่น เพื่อซ้อมมือ พร้อมคู่มือแจกให้ศึกษาก่อนวันสอบจริง เชื่อหรือไม่ว่าต้องไปซ้อมเล่นส่วนตัว เพื่อเรียนรู้กลยุทธ์การเล่นให้ได้จำนวนคนที่เปลี่ยนทัศนคติมากที่สุด จากนั้นต้องกลับมาแลกเปลี่ยนว่าแต่ละคนได้อะไรมาบ้าง เพื่อมาหาวิธีแก้เกมให้ได้คะแนนมากที่สุด พวกเราในกลุ่มเสียเวลาซ้อมส่วนตัวประมาณสองวัน มานัดเล่นกันเป็นกลุ่มอีกหนึ่งวัน    

        รายละเอียดของเกมน่าสนใจตรงที่มีสถานการณ์มาให้ สมมติว่าเราเป็น consultant ของสำนักงานใหญ่จะต้องนำระบบ IT ใหม่ไปให้บริษัทย่อยใช้ โดยมีเงื่อนไขว่าสาขามีพนักงานที่เป็นระดับผู้นำทั้งหมด 24 คน มีเวลาที่ต้องทำโครงการนี้ให้เสร็จ 120 วัน และจะได้คะแนนเต็มก็ต้องทำให้คนยอมรับร่วมมือจำนวน 22 คน ยากไหมล่ะคะ เมื่อเข้าไปตอนแรกผู้เล่นจะต้องเรียกหาและศึกษาข้อมูลส่วนตัวของคนที่เราคิดว่ามีความสำคัญต่อโครงการ ถ้าเราเรียกดูมาก จำนวนวันที่ใช้จะถูกลบออกไปจากจำนวนวันทั้งหมด แต่ละเทคนิคที่ให้มาจะบอกว่าใช้เวลากี่วัน เช่น เราอยากให้คนในบริษัทมีความตื่นตัว อาจจะเลือกวิธีการเขียนบทความลงจดหมายข่าว หรือจะเลือกวิธีไปพบกรรมการผู้จัดการ หรือจะไปถึงออกจดหมาย e-mail เลย  เมื่อเลือกวิธีการแล้วโปรแกรมจะป้อนข้อมูลย้อนกลับให้เราทราบว่าผลของวิธีที่เราใช้สำเร็จหรือไม่ ได้คะแนนมากี่คะแนน สถานการณ์จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่แน่นอน เปรียบเสมือนกับเวลาที่เราขอพบผู้จัดการฝ่าย ปรากฏวันนั้นลางาน หรือย้ายบ้าน เราก็เสียโอกาสไปไม่ได้พบ บางคนเราคิดว่าน่าจะเห็นด้วยกับการนำระบบใหม่มาใช้แต่กลับบอกว่าเธอต้องไปหาคนนั้นก่อน ถ้าเขาบอกว่าดี ฉันก็ไม่มีปัญหา ยังมีวิธีการให้เลือกอีกมากมายหลายวิธี เช่น เมื่อคนเริ่มตื่นตัว อาจใช้เวทีประชุมบริษัทประจำเดือน หรือจัดการนำเสนอกลุ่มที่เป็นผู้นำก่อน คนไหนที่มีอำนาจอาจจะต้องไปคุยเป็นการส่วนตัวแสร้งทำเป็นไปขอคำแนะนำ   การส่งไปอบรมก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผล เมื่อคนบางคนเริ่มสนใจในสิ่งที่ต้องการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว หรือจะไปจัด workshop ให้ทดลองทำในบางหน่วยงานโดยต้องเลือกคนที่จะมานำ workshop ให้ถูกคนจึงจะได้คะแนนดี การออกแบบสอบถามสำรวจความเห็นก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ผลดีในการกระตุ้นทำให้คนสนใจ   การที่จะเลือกใช้วิธีการใดก็ตามจะต้องเหมาะสมกับคุณลักษณะของคนคนนั้นด้วย เขาเป็นคนดื้อ หรือร่วมมือ เขามีอำนาจระดับทางการ หรือมีอิทธิพลแบบไม่เป็นทางการ

       เกมนี้สอนให้รู้ว่าการจะเปลี่ยนแปลงอะไรให้คนยอมรับและร่วมมือต้องใช้ความอดทน พร้อมทั้งศึกษาคุณสมบัติของคนที่นั่น หาข้อมูลเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี ไม่งั้นก็เสียเวลาไปเปล่าๆ  และต้องเลือกเทคนิควิธีการที่จะนำไปทำการโน้มน้าวใจคนให้เหมาะสมกับช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงในแต่ละระยะรวมทั้งคนที่มีอิทธิพลในที่นั้นด้วย  นอกเหนือไปกว่านั้นคนที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องมีบุคลิกที่น่าเชื่อถือ ไว้วางใจ  จึงจะมีส่วนช่วยจูงใจ โน้มน้าวใจคน จนเขาร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจได้ 

หมายเลขบันทึก: 92977เขียนเมื่อ 27 เมษายน 2007 22:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2012 18:22 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (3)

สวัสดีค่ะ

P

โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ค่ะ

 มีคำพูดคมๆมาฝาก

Tom Petersนักการตลาดมีชื่อเสียง  ยกคำพูดของ

General Eric Shinseki,Chief of Staff, U.S.Army  ไว้ว่า

If you don't like change,you're going to like irrelevance even less.

P

สวัสดีค่ะ พี่ sasinanda

พี่เป็นคนแรกที่เข้ามาให้ความเห็นในบันทึกของ citrus หลายวันแล้ว ขอขอบพระคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่นำมามอบให้อย่างสม่ำเสมอค่ะ

If you don’t like change, you’re going to like irrelevance even less. แปลว่า " ถ้าคุณไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงมากเท่าใด เท่ากับว่า คุณกำลังเดินก้าวเข้าไปสู่ความติดขัดไม่ราบรื่นมากขึ้นเท่านั้น " ครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี