การดูแลวัยรุ่นที่มีความบกพร่องทางร่างกายและจิตสังคม...ต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมและการแยกปัญหาที่ถูกต้องชัดเจน

บรรยากาศเช้าวันศุกร์ดูมีพลังสำหรับทุกท่านที่สร้างคลินิกกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ทุกท่าน

ผู้เข้าฟังและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จำนวน 16 ท่าน ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก PTOT Meeting ครั้งแรก ทำให้บรรยากาศดูน่าสนใจมากขึ้น

เริ่มด้วยการแนะนำกระบวนการรักษาร่วมกันระหว่าง PTOT ใน Young Stroke (Right hemiparesis) ได้แก่ การฝึกการเคลื่อนไหวแขนขา การเดิน และการให้กำลังใจ จากคลินิกกายภาพบำบัด จากนั้นมีการส่งปรึกษาคลินิกกิจกรรมบำบัดในด้านปัญหาการทำกิจกรรมด้วยการใช้มือและปัญหาอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย

เป้าหมายระยะยาวร่วมกันระหว่างสองวิชาชีพ คือ การให้น้องกลับไปเรียนหนังสือได้

ประเด็นที่พูดคุยกันคือ การรับทราบบทบาทที่ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งร่างกาย (ทักษะการเคลื่อนไหวเพื่อทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต) และจิตสังคม (ทักษะการทำงานของจิตใจในสภาพสังคมที่ผู้ป่วยกำลังดำเนินชีวิต)

นอกจากนี้ การปรึกษาจิตแพทย์และนักจิตวิทยาในกรณีที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมที่แย่ลง เช่น โกรธหงุดหงิดง่าย มองคุณค่าของตนเองต่ำ มองคุณค่าของกิจกรรมการรักษาต่ำ ไม่เข้าใจการสนับสนุนจากผู้ปกครอง สูบบุหรี่ ทำกิจกรรมที่ไม่สร้างสรรค์กับกลุ่มเพื่อน เป็นต้น

พฤติกรรมของผู้ป่วยที่เปลี่ยนแปลงขณะรับการรักษา ควรได้รับการวิเคราะห์ปัญหาที่ชัดเจนระหว่าง Organic Behaviour หรือ Adaptive behaviour โดยขอคำปรึกษาจาก Neurologist หรือ Neuropsychologist

ปัญหาการสื่อความหมายเพื่อนำไปสู่การฝึกทักษะทางการเรียนของกิจกรรมบำบัด น่าจะได้รับการตรวจประเมินเฉพาะถึง Stressful emotion related Aphasia จาก Speech pathologist ด้วย

จะเห็นว่าการบริการกายภาพบำบัดและกิจกรรมบำบัดในกรณีศึกษานี้ ไม่ได้เน้นรักษาผู้ป่วยอย่างเดียว แต่ต้องมีเทคนิคการให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่อยู่รอบข้างผู้ป่วยด้วย เช่น คุณแม่และคุณพ่อที่พยายามปรับเปลี่ยนวิธีการพูดคุยและสร้างกำลังใจให้ลูกของเค้าไปเรียนต่อให้จงได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุจนแขนขาอ่อนแรง ผู้ป่วยวัยรุ่นท่านนี้มีความไม่สนใจการเรียนและมีพฤติกรรมที่ปล่อยตัวให้อยู่ว่าง (Passive activity and participation) เช่น นั่งเล่นคอมทั้งวันทั้งคืน ไม่ช่วยเหลืองานบ้าน ไม่เรียนหนังสือ เที่ยวเตร่ ติดแฟน

จริงอยู่ที่ผู้ป่วยได้รับการให้คำปรึกษาทางจิตสังคม จนเข้าใจสภาพของการเคลื่อนไหวที่ไม่คืนกลับมา 100% แต่ต้องดำเนินชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีคุณค่าและมีความสุข ปัญหาที่ยังคงต้องติดตามต่อไปคือ เมื่อผู้ป่วยท่านนี้กำลังประสบปัญหาในขณะเรียนมหาวิทยาลัย เขาจะแก้ไขปัญหาอย่างไร จะล้มเลิกการเรียนและปล่อยตัวให้มีพฤติกรรมที่ไม่เห็นคุณค่าระหว่างการทำกิจกรรมที่มีเป้าหมายกับชีวิตที่มีความสุขหรือไม่

ปล. หากทุกท่านมีกรณีศึกษาอื่นที่ต้องการสร้างบันทึกเพิ่มเติม ขอให้กลับไปที่หน้า Blog แล้วคลิกที่มุมบนขวาสุดตรง Login ใส่ username:  ptot-meeting และ password: ptotmahidol จากนั้นคลิกที่ เพิ่มบันทึก แล้วเล่าเรื่องราวหรือประเด็นที่น่าสนใจให้เราและบุคคลทั่วไปได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไปครับ

แล้วพบกันใหม่ใน PTOT Meeting ครั้งที่สาม ในวันศุกร์ที่ 25 พ.ค. เวลา 7.30-8.30 น.

ขอบคุณสำหรับพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาระบบการบริการทางสุขภาพของคนไทยร่วมกันครับ