เย็นวันนั้น ( 26 เม.ย. 50 ) ได้เดินทางกลับบ้านหลังจากเลิกเรียนแล้ว พร้อมกับบุตรชายวัย 10 ปี นั่งรถตู้จากสถานที่หนึ่งไปถึงบ้าน เป็นเวลายามเย็น แต่แสงแดดยังเปรี้ยงร้อนแสบผิวกาย เมื่อ ถึงหน้าหมู่บ้าน โทร ฯ เรียกให้บุตรสาวขับมอเตอร์ไซด์มารับ ระหว่าง ที่เดินทอดน่องพร้อมกับบตุตรชาย เพื่อรอให้คนมารับ
อยู่ๆบนท้องฟ้าที่ทอแสงความร้อนกลับเปลี่ยนเป็นเมฆหมอกมืดคลื้มดำสนิททั่วท้องฟ้าของยามเย็นนั้น ลมพัดมาแรงเร็วมากๆ ต้นไม้รอบกายไหวหวิวๆเศษใบไม้ต่างปลิวว่อนร่อนตามลมที่มาปะทะ
ฉันและบุตรชายรีบเดินๆพร้อมกับมองดูท้องฟ้าในยามเย็นนั้น ทำไมหนอท้องฟ้าจึงเป็นเช่นนี้ เมื่อเคยพบเห็นมาก่อน เมื่อคนที่ บ้านขับมอเตอร์ไซด์มารับ รีบขึ้นกลับบ้านให้ท้นก่อนฝนจะตก แม้จะต้องฟันฝ่ากับลมที่พัดกระหนำอย่างแรงและเร็ว ถึงบ้านแล้ว / โอ้บ้านฉัน ข้าวของที่อยู่บริเวณหน้าบ้านล้มเกลื่อนไปหมด เก็บๆๆและเก็บอย่างเร็วก่อนนะ
เสร็จแล้วฝนก็ตกลงมาตกๆแบบชนิดไม่เต็มใจเลยหรือ ไม่เหมือนอย่างที่คิดไว้ โอ้ฝนยามเย็นนี้ มันไม่ชุ่มช่ำเลย จากท้องฟ้าที่มืดมิด กลับมาเป็นท้องฟ้าที่แดงเรื่อยๆเต็มท้องฟ้า แต่คราวนี้ ฉันไม่กล้าออกไปมองดูท้องฟ้าในยามนี้อีกแล้ว เพราะกลัวแสงเปรี้ยงปร้าง ๆ วาววับในท้องฟ้า
นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ของฉันนับตั้งแต่ย้ายบ้านมาอยู่ชานเมือง ฉันจะจดจำ " ยามเย็น " นี้กับการเปลี่ยนแปลงบนท้องฟ้า / จบ