ชีวิตการทำงานในปัจจุบัน เป็นชีวิตที่เดินไปบนเส้นทางของการแข่งขันเร่งรีบเพียงเพื่อให้ทันกับเวลาที่ได้ถูกกำหนดเอาไว้จากสังคมและความเป็นไปในขณะนั้นจนบางครั้งเราได้มองข้ามอะไรหลายๆอย่างในชีวิตไปจนพลาดสิ่งดีๆไปอย่างน่าเสียดาย
ยกตัวอย่างง่ายๆนะคะเหมือนกับการที่เรากำลังจะแข่งขันในเส้นทางหนึ่งโดยมีผู้แข่งขันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเส้นทางนั้นไม่มีกฎเกณฑ์อะไรมากมายนอกจากการไปถึงเส้นชัยที่ได้ถูกวางเอาไว้แต่ในการแข่งขันนั้นแต่ละคนสามารถนำวิธีการต่างๆเอามาใช้เพื่อที่จะให้ตัวเองไปถึงเส้นชัย
คนที่ 1 มีรถยนต์ เขาก็ขับรถยนต์นั้นไปตามทางได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เหนื่อย แต่เค้ากับถึงเส้นชัยอย่างคนที่ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมเข้ามาในเส้นทางของเขาเลย
คนที่ 2 มีจักรยาน เขาก็ขี่รถจักรยานของเค้าไปตามเส้นทางนั้น มันอาจจะไม่เร็วเหมือนรถยนต์ แต่เขาก็มีเวลาได้มองข้างๆ ทางเห็นถนน ต้นไม้ ไปพร้อมกับความเหนื่อยจากการขี่จักรยานนั่นเอง แต่เขาจะไม่ได้ซึมซับเอาความสวยงามของธรรมชาติสองข้างทางไปด้วยอีกเช่นกัน
ส่วนคนที่ 3 เขาเลือกที่จะเดิน ในเส้นทางนั้น เดินไปเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบ ไม่เหนื่อย แถมยังมีเวลาชื่นชมธรรมชาติความสวยงามที่โลกได้สร้างขึ้นมา มีเวลาได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากสองข้างทาง มีเวลาได้พบปะพูดกับคนที่อาจจะเดินผ่านไปบนเส้นทางเดียวกัน..... จากเรื่องที่ผู้เขียนเล่ามาข้างต้น คุณคิดว่าใครจะประสบความสำเร็จมากที่สุดคะ
ชีวิตคนเรามีเวลา 1 วัน และ 24 ชั่วโมงที่เราได้รับมาเท่ากัน อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะบริหารเวลาอย่างไรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับเรามากที่สุด บางคนอาจเลือกเป็นอย่างคนแรก เพราะประสบความสำเร็จเร็ว แต่เป็นความสำเร็จที่เราชื่นชมอยู่คนเดียว บางคนอาจจะเลือกเป็นอย่างคนที่สอง เหนื่อยหน่อย อาจจะเห็นโลกมากกว่าคนแรก แต่ก็ไม่มีเพื่อนที่สามารถแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพราะเขาไม่ได้หยุดพูดคุยกับใครเลย แต่สำหรับคนที่ 3 เดินถึงจุดหมายเหมือนกัน ไม่ต้องเร่งรีบ ทำอะไรอย่างรอบคอบ มีเพื่อนร่วมทาง มากมาย และยังได้ประสบการณ์ต่างๆ จากการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างทาง
ผู้เขียนคิดว่า บางทีการที่เราคิดว่าโลกนี้เลวร้ายอาจเป็นเพราะเราเดินเร็วไปรึป่าวคะถ้าเราลองเดินให้ช้าลง มีเวลาในการมองโลกมากขึ้นโลกกลมๆ ใบนี้จริงๆแล้วก็น่าอยู่ไม่น้อย ค่อยๆ เดินแล้วเราจะไม่ล้มลงเจ็บตัวและอยู่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข นะคะ
ใช่ครับคนเราจะมีชีวิตที่มีความสุขอยู่ในสังคมได้เราต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับคนอื่น และสิ่งแวดล้อมรอบข้างด้วย ต้องขอขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ ที่เก็บมาฝากกันนะครับ