บทเรียนบทที่ 1
บทเรียนบทที่ 1 บทเรียนบทแรกของหนู
ในวันแรกของการก้าวเท้าน้อยๆ เข้าสู่รั้วอนุบาลของเจ้าตัวน้อยสักคนหนึ่ง ดูจะเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน เพราะก้าวน้อยๆ นั้นทั้งสั่น และตาก็อาบคลอด้วยน้ำใสไหลเต็มสองแก้ม ปากก็พร่ำร้องหาแต่พ่อแม่ ซึ่งถือว่าเป็นเสมือนที่พึ่งทางใจที่แรกที่จะปกป้องความกลัวของเขาได้ เสียงกระจองอแงของเหล่าเทวดาน้อยๆ นี้ ทำให้หัวใจของผู้เป็นพ่อเป็นแม่แทบแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งถ้าเป็นลูกคนแรกหรือลูกคนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งแทบไม่อยากละสายตา หรือปล่อยลูกออกจากอ้อมกอดเอาเสียเลย การพลัดพรากของเจ้าตัวเล็กเป็นประสบการณ์ที่สร้างความกดดันในใจให้พ่อแม่ต้องมีอันน้ำตาคลอไปด้วยเสมอ ณ วินาทีนั้นครูจึงเป็นเสมือนนางร้ายที่พรากเอาดวงใจของทั้ง 2 ฝ่ายออกจากกันไป เกือบเดือนในการปรับตัวกับบทเรียนบทแรกนี้ นั่นคือบทเรียนแห่งการพลัดพรากในสิ่งที่ตนคุ้นเคยและรัก คราบน้ำตาและเสียงร้องไห้ยังคงดังก้องห้องเรียนในช่วงเกือบ 1 เดือน กับคนแปลกหน้าอีกหลายชีวิตที่ต่างคนต่างร้องไห้ เมื่อความคุ้นเคยเริ่มเข้ามาเยือน ซึ่งเจ้าหนูเหล่านี้เป็นยิ่งกว่าจิ้งจกเสียอีก สามารถปรับตัวได้เร็วกว่ามนุษย์ผู้ใหญ่หลายเท่านัก (เค้าถึงว่าเด็กดุจผ้าขาว ไร้พิษภัย) ความคุ้นเคยจากการเห็นคนแปลกหน้าวัยเดียวกันมารวมกัน พูดกัน เล่นกัน ย่อมทำให้ความกลัวเลือนหายไปจากใจได้บ้างไม่มากก็น้อย จนในที่สุดผู้เป็นพ่อแม่ และคุณครูก็หวังว่า เราจะรู้จักกันในรั้วโรงเรียนด้วยความมั่นใจ วางใจในกันและกันต่อไปฝากไว้ด้วยใจครู
1. คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างความรู้สึกที่ดีต่อโรงเรียนได้ด้วยการพร่ำบอกแต่เรื่องทางบวกให้เค้าฟังเกี่ยวกับเรื่องราวของโรงเรียน 2. คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างความมั่นใจให้เค้าได้จากการซื่อสัตย์ต่อคำพูดของตนเอง เมื่อสัญญาสิ่งใดไว้กับลูก3. คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างความมั่นคงให้เค้าได้จากการส่งลูกให้ครูโดยไม่แสดงความลังเลเมื่อลูกร้องไห้4. ที่สำคัญ คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกความมีวินัยในการตรงต่อเวลาในการรับและส่งลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกว่าเขาเหมือนเพื่อนเมื่อมาถึงโรงเรียนและสามารถร่วมกิจกรรมพร้อมเพื่อนได้ พร้อมมั่นใจว่าเมื่อถึงเวลา คุณพ่อคุณแม่จะมารับตามเวลาที่ตกลงกันไว้ “ผ้าขาวผืนน้อยผืนนี้ จะบรรจงลงสีแห่งรัก แต้มนิดแต้มหน่อยให้ประจักษ์ บนผืนผ้าที่ถอทักจากใจ” ครูน้ำผึ้ง...ประชาสัมพันธ์ อนุบาล...25/4/2550ขำ ขำ ....เทวดาน้อย
วันหนึ่งครูเดินไปห้องอนุบาล 1/3 เพื่อแจ้งเรื่องฝากจากผู้ปกครองให้ครูบัวลอยทราบ เจอครูหลายท่านเดินไปมาอยู่บริเวณหน้าห้องน้ำ สักพักพบลูกศิษย์ตัวน้อย(ลืมถามชื่อมาค่ะ แปะโป้งไว้ก่อนนะ) ห้องสีชมพู กระโดดดึ๋ง ออกมาจากห้องน้ำ กระโดดหักขวาอีกทีหันหน้ามุ่งสู่ทางห้องอย่างไม่เดือนร้อนใจ ในสภาพกางเกงทั้งนอกและในกองอยู่ที่ปลายเท้าน้อยๆ นั่น ครูยืนมองเพื่อสังเกตการตัดสินใจของเจ้าจอมซน อืม..ไม่ต้องตัดสินใจอะไรมาก หนุ่มน้อยกระโดดดึ๋ง ดึ๋งอีกเกือบ 10 ที มุ่งตรงสู่ห้องก่อนถึงห้องครูซึ่งยืนขำขำ อยู่ก็ถามว่า ตกลงลูกจะไปห้องเรียนทั้งแบบนี้เลยเหรอครับ เจ้าจอมซนไม่พูดอะไร ยังคงมั่งใจกระโดดดึ๋ง ดึ๋ง ต่อไปอีก จนครูต้องก้มลงไปใส่กางเกงให้ เจ้าจอมซนจึงวิ่งกลับไปห้อง อ้าวเลยห้อง ย้อนกลับมาพร้อมหัวเราะตัวเองอีกต่างหาก.....
ได้อ่านเรื่องแล้วสนุกสนานมาก ได้รู้จักบุคลิกของเจ้าตัวน้อยของคุณ ดีใจนะ ขอให้เป็นกำลังใจต่อไปนะ
เด็ก ๆ มักแสดงพฤติกรรมที่ไร้เดียงสาออกมา ซึ่งก็มักจะเป็นเป็นเรื่องที่น่ารัก น่ารัก
เหอ ๆ ทำไปได้ !