การสู่ขวัญ หรือ การสูตรขวน

  การสู่ขวัญ หรือ การสูตรขวนชีวิตที่แห้งแล้ง หดหู่ ห่อเหี่ยว หวั่นหวิวไปด้วยความวิตกกังวลและหมดหวังตลอดเวลา เรียกว่า ชีวิตที่ไม่มีชีวา ความเต็มเปี่ยมด้วยความพอใจรอบด้านน่าจะเรียกได้ว่านี่คือ ชีวา” ศูนย์แห่งความสมดุลของชีวานี้จะเรียกได้ว่า ขวัญ” การเสียขวัญย่อมจะส่งผลให้คนทำอะไรไม่ได้ ดีไม่ดีถึงกับเจ็บป่วยและอาจถึงตายก็ได้ ดังนั้นการสู่ขวัญจึงเป็นวิธีกรรมหนึ่งที่เรียกชีวากลับมาสู่ชีวิต ถ้าชีวิตมีชีวาก็จะสามารถทำอะไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกี่ยวกับขวัญนี้มีการดำเนินการ เพื่อบำรุงขวัญดังนี้การสู่ขวัญ เป็นจิตวิทยาอย่างหนึ่งซึ่งปราชญ์โบราณอีสานได้คิดขึ้น เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่คน และเสริมศิริแก่บ้านเรือน ล้อเลื่อน เกวียน วัว รถ เป็นต้น เป็นการรวมศิริแห่งโภคทรัพย์ ดังคำที่ท่านพระศิริมังคลมหาเถระกล่าวไว้ว่า สิริโภคานมาสโย” แปลว่า ศิริเป็นที่มารวมแห่งโภคสมบัติ <table border="1" cellspacing="0" cellpadding="0" class="MsoTableGrid" style="border-collapse: collapse; border: medium none"><tbody>


พิธีทูนพระขวัญสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งเสด็จเมืองอุบลราชธานี
  

</tbody></table>พาขวัญ <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt; line-height: 14pt" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table>             จะใช้ภาชน์โตกที่ทำด้วยไม้หรือทำด้วยทองก็ได้ มีประเพณีนิยมตั้งเครื่องบูชา คือ บายศรี หรือขันหมากเบ็งซ้ายขวา (ทั้งนี้แล้วแต่ท้องถิ่น) ในพาขวัญจะใส่ข้าวสาร   กล้วย ข้าวต้ม ขนม ธูป เทียน ผ้าผืน แพรวา น้ำอบน้ำหอม ดอกไม้ ใส่ตามยอดบายศรี ฝ้ายผูกแขน เทียนฮอบหัว 1 เล่ม เทียนค่าคีง 1 เล่ม (ความยาวช่วงตัว จากเอวถึงไหล่) ไข่ไก่ต้ม เท่าจำนวนผู้จะรับการสู่ขวัญ (ถ้า 3 คน ก็ 3 ฟอง) เทียนมงคลตั้งบนจอม หรือยอดพาขวัญ คายบูชาขวัญให้ใส่ในซวยไว้ที่ยอดบายศรี
            ก่อนประกอบพิธีให้เอาคายบูชานี้มา ผูกแขวนพราหมณ์ก่อน (เมื่อสูตรขวัญแล้ว บางคนก็ให้ค่าตอบแทนอีกต่างหาก บางคนก็ให้ค่าคาย บูชาแล้วก็แล้วไป สำคัญอยู่ที่ค่าคายบูชาจะต้องให้ ไม่ให้ไม่ได้ ส่วนค่าตอบแทนนั้น เป็นเรื่องน้ำใจ ของผู้เชิญพราหมณ์มาสูตรขวัญจะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้) การเข้าสู่พาขวัญผู้จะรับการสู่ ขวัญนั้นให้นั่ง ผินหน้าไปทางทิศที่ราศีประจำวันตั้งอยู่ จึงจะเป็นมงคล ราศีประจำวันตั้งอยู่นั้น ดังนี้
    <div align="center"><table border="0" cellpadding="0" width="70%" class="MsoNormalTable" style="width: 70%"><tbody>

วันอาทิตย์ ราศีอยู่ทิศ ปัจจิม วันจันทร์ ราศีอยู่ทิศ พายัพ วันอังคาร ราศีอยู่ทิศ บูรพา วันพุธ ราศีอยู่ทิศ อุดร วันพฤหัสบดี ราศีอยู่ทิศ อิสาณ วันศุกร์ ราศีอยู่ทิศ ทักษิณ วันเสาร์ ราศีอยู่ทิศ อาคเนย์

</tbody></table></div>เมื่อนั่งแล้วให้ประณมมือไปทางทิศหัวใจเป็นอยู่ ถ้าไม่รู้ให้พราหมณ์ในพิธีบอก หัวใจนั้น อยู่ประจำทิศต่าง ๆ ดังนี้ <div align="center"><table border="0" cellpadding="0" width="70%" class="MsoNormalTable" style="width: 70%"><tbody>

วันอาทิตย์ หัวใจเป็นอยู่ทิศ อุดร วันจันทร์ หัวใจเป็นอยู่ทิศ หรดี วันอังคาร หัวใจเป็นอยู่ทิศ อิสาณ วันพุธ หัวใจเป็นอยู่ทิศ บูรพา วันพฤหัสบดี หัวใจเป็นอยู่ทิศ อาคเนย์ วันศุกร์ หัวใจเป็นอยู่ทิศ พายัพ วันเสาร์ หัวใจเป็นอยู่ทิศ ทักษิณ

</tbody></table></div>จำง่ายๆ ว่า ทิตย์อุ จันทร์หอ คารอิ พุธบู พหัสอา ศุกร์พา เสาร์ทัก ประณมมือไปทิศทาง หัวใจเป็นอยู่ ทำให้เกิดมงคลแลวันเวลาสู่ขวัญการสู่ขวัญนี้ไม่นิยมทำเฉพาะในวันจมและ วันเดือนดับ (ข้างแรม) นอกนั้นไม่ห้าม การสู่ขวัญมักทำในเวลากลางวัน แต่ตอนเย็นหรือกลางคืนก็เห็นมีการทำอยู่ จึงไม่สำคัญเรื่อง กลางวันกลางคืน แต่ให้เริ่มเวลาเป็นมงคลเท่านั้นก็พอ เวลาเป็นมงคลนั้นให้ดูในหมวดว่าด้วย ฤกษ์งามยามดี แล้วให้ถือปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัดบุพกิจที่ควรทำก่อนสู่ขวัญก่อนที่จะทำการสู่ขวัญนั้น ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้
1.  เชิญผู้รับการสู่ขวัญ จุดธูปเทียน
2.  กราบพระ ขอโอกาสก่อนค่อยสูตร (ถ้าพระอยู่ที่นั้น)

3.  ขึงด้ายมงคลระหว่างพาขวัญกับผู้รับการสู่ขวัญและญาติ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องใช้ ให้จับพาขวัญ และจับเสื้อหรืออะไร   
      ต่อ ๆ กันไป โดยให้เริ่มจับตอนสูตรขวัญ ตอนอื่นนอกนั้นให้นั่งประณม มือ การจับพาขวัญให้เอามือขวาจับ

4.  อัญเชิญเทวดาหรือชุมนุมเทวดา ด้วย คาถา  
5.  เริ่มสูตรขวัญ บอกให้ลูกหลานทุกคนนั่งประณมมือไว้ก่อน จนถึงคำว่า ศรี ศรี… จึงให้จับ พาขวัญ
6.  วิดฟาย (พรมน้ำมนต์โดยพ่อพราหมณ์)
 รายละเอียดของการสู่ขวัญหรือสูตรขวนประเภทต่าง ๆ<div align="center"><table border="0" cellpadding="0" width="374" class="MsoNormalTable" style="margin: auto auto auto 165.15pt; width: 280.3pt"><tbody>

  สู่ขวัญหลุ่ม สู่ขวัญเทิง สู่ขวัญน้อย สู่ขวัญแม่มาน สู่ขวัญแม่อยู่กรรม สู่ขวัญแม่ลูกอ่อน สู่ขวัญเด็กน้อย สู่ขวัญบ่าวสาว สู่ขวัญนาค บาศรีพระพุทธรูป บาศรีพระเณร สู่ขวัญแต่งงาน สู่ขวัญคนป่วย สู่ขวัญงัวควาย สู่ขวัญลาน สู่ขวัญข้าว สู่ขวัญเฮือน สู่ขวัญเกวียน-รถ สู่ขวัญเด็กน้อยชายและหญิง สู่ขวัญนา สู่ขวัญม้อน (ตัวไหม) สู่ขวัญเล้า การส่อนขวัญ รวมคำผูกแขนต่าง ๆ (เพิ่มเติม) การฟ้อนบายศรี

</tbody></table></div>  สูตรขวนหลุ่มสูตรขวนเทิงสูตรขวนหลุ่ม สูตรขวนเทิง (สู่ขวัญลุ่ม สู่ขวัญเทิง) แท้จริงคือสูตรขวนน้อยนั่นเอง เป็น ธรรมเนียมที่ปฏิบัติไม่เหมือนกัน บางท้องที่ทำ บางท้องที่ไม่ทำ แท้จริงสูตรขวนหลุ่มสูตรขวนเทิงนี้ นิยมทำกันก่อนสู่ขวัญจริง (อาจใช้การทำวิดฟายทดแทนได้) ส่วนความหมายในการทำมีดังนี้สูตรขวนหลุ่ม เป็นความเข้าใจของนักปราชญ์โบราณที่ต้องการอยากจะเรียกขวัญจาก จุดกำเนิดของผู้ที่มาจากสัตว์ดิรัจฉาน หรือมนุษย์มาเกิด ให้มาส่งเสริมอุปถัมภ์ให้มีความอยู่เย็น เป็นสุข อีกอย่างหนึ่งก็เป็นการอัญเชิญเทพเบื้องล่างมีแม่เจ้าธรณี ท้าวจตุโลกบาล และภุมเทวดา เป็นต้น มาให้พรแก่ผู้รับการสู่ขวัญ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเสริมขวัญเบื้องล่างด้วย ที่ว่า “ขวัญ แข่งและขวัญขา ขวัญฝ่าตีนและตุ่มฆ้อง ฯลฯ” นั้นสูตรขวนเทิง เป็นการเรียกขวัญจากจุดกำเนิดของผู้รับการสู่ขวัญ ผู้ที่มาจากสวรรค์ เบื้องบนมาเกิดเป็นมนุษย์ ให้มาส่งเสริมอุปถัมภ์ ให้ผู้รับการสู่ขวัญนั้นอยู่เย็นเป็นสุข อีกอย่างหนึ่ง ก็เป็นการอัญเชิญเทพเจ้าเบื้องบนมาอวยชัยให้พรผู้รับการสู่ขวัญ ในขณะเดียวกันก็เป็นการเสริม ขวัญเบื้องบนด้วย ที่ว่า “ขวัญหูและขวัญตา ขวัญจอมผมและขวัญคิ้ว ฯลฯ” นั้นให้พราหมณ์สวดคาถาสูตรขวนเทิง (บน) ตอนสั่งให้ผู้รับการสู่ขวัญจุดเทียนบนยอด พาขวัญ และพราหมณ์สวดคาถาสูตรขวนหลุ่ม (ล่าง) ตอนตนเอง (พราหมณ์) จุดธูปและเทียน ก่อนสูตรขวน จากนั้นจึงสูตรขวนหลุ่มเทิง (ล่างบน) และสูตรขวนจริงต่อไป คาถาสูตรขวัญเทิง (บน)ะโม เม พุทธะเตชะสา ระตะนัตตะยะธัมมิกา เตชะปะสิทธิปะสีเทวา ณารายะณะ ปะระเมศะวะรา สิทธิพรัมหมา จะ อินทา จะตุโลกา คัมภีระรักขะกา พรัมหมะ โลกะเทวา สัคคะ เทวา อากาสะเทวา สะทา รักขันตุ โว สัพพะโสตถี จะ ภะวันตุ โวคาถาสูตรขวัญลุ่ม (ล่าง)สัพพะพุทธานุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ ตุยหัง สัพพะ โรคะ โสกุปัททะวะทุกขะ โทมะนัสสุปายาสา วินัสสันตุ สัพพะอันตะรายาปิ วินัสสันตุ สัพพะ สังกัปปา ตุยหัง สะมิชฌันตุ ทีฆายุตา ตุยหัง โหตุ สะตะวัสสะชีเวนะ สะมังคิโก โหตุ สัพพะทา อากาสะ ปัพพะตะวะนะภูมิคังคา มะหาสะมุททา อารักขะกา เทวะตา สะทา ตุมเห อะนุรักขันตุบทสูตรขวัญลุ่มเทิงรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี ศรี ศรี วันนี้แม่นวันเฮ้าหมอเฒ่าว่าวันดี วันสิทธิ อะมุตตะโชค ตกแต่งพาขวัญ แล้วจึงได้สูตรเชิญขวัญว่า มาเยอ ขวัญเอย ขวัญ 32 ขวัญ ให้เจ้ามาเฮ้า 92 ขวัญ ให้เจ้ามาโฮมมาสู่สมในเนื้อ มาสืบเชื้อในคีง ผ้าผืนลายเฝือเจ้าก็มี เสื่อหลากเหลื่อมลายคำก็มี ของ กินนำคือไข่ต้มก็มี หมากส้มผลผลาก็มี เหล้ายาสุราและกล้วยอ้อยก็มี สังวาลสร้อยเครื่องธะรงก็มี แหวนธำมะโฮงสุดสอดก้อยก็มี ของเพิงใจมีหลายหลาก ทั้งเหมี่ยงหมากเคี้ยวแดง ๆ ทั้งมันแซง และมันอ้อน กล้วยอ้อยก้อนวางเป็นถัน น้ำมันจันทร์หอมลูบไล้ มีทั้งฮวดดอกไม้สุบเกล้าเกศา มีทั้ง ดวงมาลาหอมห่วงเฮ้า มีทั้งดอกคัดเค้าบานจูมจี ตกแต่งดีจึงได้เชิญขวัญเจ้า    หมอเฒ่าเอิ้นจ้อย ๆ ขวัญน้อยให้ต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญหัวให้มาอยู่หัวอย่าละ ขวัญตาให้มาอยู่ตาอย่าพราก ขวัญปากให้มาอยู่ปากอย่าหนี ขวัญเกศีเกษเกล้า ตั้งแต่เท้าฮอด จอมผม จงมาชมของใหม่ ขวัญไหล่และตากลม มาเชยชมอยู่ในเนื้อ มาอยู่เฮื้อในคีง ทั้งขวัญตีน และขวัญมือ ขวัญสายบือ (สะดือ) และท้องน้อย อย่าคลาดคล้อยให้มาอยู่ประจำโต ว่ามาเยอ ขวัญเอย ขวัญนมให้มาอยู่นมสองเต้า ขวัญเกล้าให้มาอยู่เกล้าเกศา ขวัญขาให้มาอยู่ขาแหล่ง แหง่ง ขวัญแข่งให้มาอยู่แข่งละงอ ขวัญคอให้มาอยู่คอกลมป้อง ขวัญท้องและขวัญคาง ขวัญแอว บางคิ้วก่อง ขวัญทุกห้องในตนว่ามาเยอขวัญเอย ให้มาอยู่ในสกลกายตราบต่อเท่า อายุเจ้าได้ 5 พันวัสสา ก็ข้าเทอญฯ สะตะวัสสา จะ อายุ จะ ชีวะ สิทธิ ภะวันตุ เต      สูตรขวัญลุ่มเทิง (ล่างบน) นี้ ถ้ามีเวลาน้อย ไม่ต้องสูตรขวัญเฉพาะอย่าง (ในอีก 20 ประเภท) ต่อก็ได้ เพราะนี้คือสูตรเหมือนกัน แต่เรียกว่า สูตรขวัญน้อย หรือสูตรขวัญย่อ หรือใน บางท้องถิ่นเรียกว่า สูตรขวัญลุ่มเทิง (ล่างบน) นั่นเอง ดังนั้น เมื่อจบสูตรขวัญนี้ ถ้ามีเวลาน้อย จะผูกแขนเลยก็ได้ แต่ถ้ามีเวลามากพอจะสูตรขวัญเฉพาะอย่าง ตรงกับลักษณะที่ต้องการในอีก 21 ประเภทต่อไป     สู่ขวัญแม่มานแม่มาน หมายถึง สตรีที่กำลังมีครรภ์ จะท้องอ่อนแก่อย่างไรก็ได้ การสู่ขวัญนี้เพื่อให้ กำลังใจโดยเฉพาะสตรีที่มีท้องแรก ไม่มีประสบการณ์อาจมีความกลัว จึงจัดพิธีสูตรขวัญขึ้นรี ศรี มื้อนี้แม่นมื้อดี มื้อเศรษฐีให้กำเนิดลูกมาเกิดในครรภ์ งามดั่งจันทร์เพ็ญสวย ส่อง งามกลมค่องคิงเหลา ผู้มาเซาดอมอยู่ สินอนอู่สายไหม ภูวนัยบนฟ้า ลูกหน่อหล่าหลานพระ พรหม พระบรมส่งมาสู่ ให้มาอยู่ในพระครรภ์ มารวมกันทั่วหน้า มาแต่ฟ้าพระอินทรา เทวดาส่ง มาเกิด ให้กำเนิดเป็นคนเฮา มาฮ่วมเพลาตักแม่ มาตั้งแต่เมืองแมน แขนกะงามพอแขนค้ำเกิ่ง เป็นตาเบิ่งนวยนาย ปานนางทรายนวยนาด นวยนาด ผิวสะอาดปานจันทร์เพ็ง หาผู้เส็งบ่ถ่อ บุญ ของพ่อคุณโณ ของเบิ๊ดโตพระเลิศหล้า คุณแม่ว่ามีสิบสอง ตามทำนองเอ็นและดูก พ่อผู้ผูกกายา ทั้งหูตาแลปากคิ้ว ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปอยู่ค้าง นอนทางเก็บดวงดอก ขวัญเจ้าไปออกป่าด้าว เทียวเล่นแค่พนา ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้ามาเซาถ้า บุตรตาอย่าพาหย่าง เดินทางไกลสิไปใส เมื่อยหล้าขวัญเจ้าจ่งต่าวมา ว่ามาเยอขวัญเอย บุตรีเจ้าในครรภ์สิพักผ่อน อย่าพาจรด่วนดั้น ฝันผ่ายหน่ายหนี ลูกผู้นี้ผู้อยู่ในครรภ์ องค์เทวัญส่งมาให้ ภูวนัยบนฟ้าเทวดามาสู่ งามจู๋ปู๋จุ้มปุ้ม สองแก้มอ่อนละมุล เป็นคนบุญมาคูณเจ้าในครรภ์ของแม่                ว่ามาเยอขวัญเอย ขวัญเจ้าไปทางก้ำแดนไกลประเทศต่าง ก็ให้มาอยู่สร้างโฮงกว้าง เน่งนอน ขวัญเจ้าไปบ่อนพุ้นวังใหญ่นทีหลวง ขวัญเจ้าไปดอนขวงคู่ดงพนอมไม้ ว่ามาเยอขวัญ เอย ขวัญเจ้าไปนอนค้างปรางค์ทองลืมต่าว ไปลืมคาวให้ต่าวบ้านสถานห้องแห่งเฮา ว่ามาเยอ ขวัญเอย อย่าได้เลยไปก้ำไพรวันหิมวาส เห็นปราสาทส่อซ้องสิลืมห้องแห่งเฮา ว่ามาเยอขวัญเอย ลูกอยู่ท้องจวนคลอดวันดี คันเป็นหนูนารีแม่สิเอากินจู้ คันเป็นหนูบุญท้าวชายงามมาสู่ แม่สิดู๋ แกว่งโหย่นโซนอุ้มสู่วัน แหม่นสิให้จั้น ๆ นมแม่สิเอาถวาย กลางคืนไกวอู่แพรทั้งโหย่นว่ามาเยอขวัญเอย ไผกะคองคอยถ้าชมบุตตาสะออนอ่อน อย่าไปนอนอยู่ค้างทางพุ้น ให้อ่วยมา อย่าอยู่ช้าฝูงหมู่ซุมแซง ไผอยากแยงเบิ่งนางบ่มีเว้น ไผมาเห็นออนซอนเจ้าทรงครรภ์ ท้องแก่ ทั้งพ่อแม่พี่น้องชุมเชื้อสู่คน ว่ามาเยอขวัญเอย อย่าได้ไปเดินเล่นหินผาตามไหล่ ตามน้ำ ไหลสิหมื่นล้มโคมไม้อ่อนระทวย ว่ามาเยอขวัญเอย ให้เจ้าไกวแขนเหลื่องนำทางมาเดื่อง ๆ มาอยู่ เฮือนฝ่ายเบื้องมุงแป้นแผ่นกระดาน มาอยู่บ้านหลังใหม่ปันหยา หลังคามุงห่มเย็นหายฮ้อน ว่ามา เยอขวัญเอย ให้เจ้ามาซมซ้อนนอนเตียงเฮียงคู่ อย่าไปขดขี่คู้นำซู้ผู้อยู่ไกล ผัวอยู่บ้านสานต่า กะบุงตัก มือถักปอป่านแหแฮไว้ ทั้งแพรไหมแพรฝ้ายผืนลาย ๆ ไว้เฮ็ดอู่
                ว่ามาเยอขวัญเอย อย่าอยู่ช้ามานี้ด่วนมา ผัวอยู่ถ้าฟันผ่าฟืนตอง ของฮองฮับอยู่ไฟหา ไว้ มีไหหม้อหารอเมียอ่อน กระบวยตักน้ำฮ้อนทั้งพร้อมแม่สะแนน ว่ามาเยอขวัญเอย ผัวหาไว้ เต็มใจบ่ให้ห่าง ทางหยูกยาบ่ได้เว้น เว็นมือค่ำแลง บ่อให้แห้งในโอ่งเต็มไห วารีใสใส่ลงปลงไว้ ผัวตามใจเมียแก้วฟืนตองของส่อย ผัวรอคอยแต่อ่อนหล้าคอยถ้าแต่สิมา ว่ามาเยอขวัญเอย
<ul>

  • คันลูกเกิด วันอาทิตย์ ให้มีฤทธิ์ดั่งพระยาเวสสุวรรณ
  • คันลูกเกิด วันจันทร์ ให้เจ้ามีอำนาจเด็ดขาดดั่งพระกาฬ
  • คันลูกเกิด วันอังคาร ให้มีฤทธิเดชมีขอบเขตแดนไตร ไปทางใด๋ให้คนขามถอยหลีก ให้มีปีกเหาะเหิ่นเดินไปดั่งเจ้าพระยาครุฑ
  • </ul>   <ul>

  • คันเจ้าเกิด วันพุธ ลูกในครรภ์ให้ได้เป็นจอมทันมหาราช งามองค์อาจดังพระนารายณ์ ไปทางใด๋คนแตกตื่น ให้ล้นหลื่น สามโลกจักรวาฬ พระภูบาลแก่กล้า ใต้แหล่งหล้าโลกาไผบ่มาเทียมท่าน ให้ได้ผ่านครองเมือง อย่าขัดเคืองไหลล่อง ให้ใสส่องมณีโชคติ งามเบิ๊ดโตมีโชค อย่ามีโรคมาขวางขัด
  • คันเจ้าเกิด วันพฤหัส ให้เจ้าเป็นนักปราชญ์ ผู้ฉลาดครูคน อย่าขัดสนความรู้ ให้ได้อยู่ในวัง มีความหวังอย่าขาด เป็นอำมาตย์ปรมาจารย์ สอนลูกหลานทุกหมู่ ให้เจ้าอยู่เหนือคน ให้มีสัปทนกั้งเกษ เป็นผู้นำ ประเทศคาเม เป็นเสาเสหลักชาติ มีอำนาจดั่งพระอิศวร มีกระบวนแหนแห่ ให้เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ตระกูลสูง ดั่งนกยูงงามระย้า มีข้อยข้าพอแสน มีสะแนนฮองนั่ง ให้มีตั่งทองคำ มีคนนำแห่ล้อม มีคนน้อมเกษา ไปใสมาอย่าได้ดูถูก
  • คันลูกเจ้าเกิด วันศุกร์ ชายหญิงอิงแอบ ขอให้แนบนอนเฮียง ให้มีเสียงขานตอบ ผู้ใด๋เห็นกะชอบชมชื่นออนซอน มีเฮือนนอนหลังใหญ่ มีบ่าวไพร่พลแสน มี สร้อยแหวนเพชรแต่ง ไผ๋บ่แข่งเทียมทัน มีบริวารเป็นร้อย มีข้าข่อยพอพัน มีฉัตรทันได้นั่ง เงินแน่น อั่งเต็มเพลา
  • คันลูกเกิด วันเสาร์ ให้ได้เป็นนักปราชญ์ ให้ลูกเจ้าฉลาดเหลือหลาย เป็นคุณนายนั่ง แท่น ใสปานแว่นงามงอน คนออนซอนส่อซ้อง มีคนย่องอนันตัง งามปานอยู่ในวังปราสาท งาม องอาจดั่งเอราวัณ มีผิวพรรณผุดผ่อง คิ้วเจ้าก่องปานนางสีดา มีกายาดั่งทองทาบ คนมากราบ เนืองนอง มีเงินทองเต็มไถ่ ให้เป็นใหญ่ในสุธา
  • </ul>สัพเพเต โรคา สัพเพเต ภะยา สัพเพเตอันตะรายา วินัสสันตุ ให้เจ้าอยู่สุขสันต์ ฮ้อย เอ็ดพันวัสสา อุอะมุมะมูลมา เทียระฆาตราบต่อเท่าอายุเจ้าได้พันวัสสา ก็ข้าเทอญฯ สาธุ คำผูกแขน      อมสิทธิการ พ่อครูบาอาจารย์ให้มนต์มาเสก กูจักเสกใส่ป่าผีป่าก็กลัว กูจัก เสกใส่งัว งัวก็เซาฮ้าย กูจักเสกใส่ฮั้วต้าย ๆ ก็มาเกิดเป็นกำแพง มีฤทธิ์แฮงป้องกันได้ฮ้อยแปด ลูก ฝาแฝดก็ให้ออกมาดี เป็นนารีก็ให้ออกง่ายบ่ยาก มาพร้อมภาคกุมาราให้ออกมาง่าย ๆ ฝ้ายผูกแล้ว ให้อยู่สวัสดี ฝูงพรายผีอย่าให้มาใกล้ เป็นไปได้ด้วยเดชพระคาถา ว่า ยะโต หัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตา โวโรเปตา เตนะ สัจเจนะ โสตถิ เตโหตุ โสตถิ คัพภัสสะ สาธุฯ                 สู่ขวัญแม่ลูกอ่อนแม่ลูกอ่อน หมายถึง สตรีที่มีบุตรยังเล็ก (หลังการอยู่กรรม) ซึ่งอาจมีอาการเจ็บป่วย กระเสาะกระแสะ ร่างกายไม่แข็งแรง หรือหลังการเจ็บป่วย จะมีการทำพิธีบายศรีสู่ขวัญเพื่อเสริม ขวัญและกำลังใจให้หายป่วย <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td style="background-color: transparent; border: #ece9d8"><div><p style="margin: 0in 0in 0pt; line-height: 14pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p></div></td></tr></tbody></table>รี ศรี มื้อนี้แม่นมื้