จาก The Book of Goals
การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ยาก ถึงแม้ว่า
จะเป็นการเปลียนจาก สิ่งที่แย่มาเป็นสิ่งที่ดี
สิ่งต่างๆในที่ทำงานจะดีขึ้นได้หรือไม่ คุณสามารถเปลี่ยนแปลงงานของคุณให้ดีขึ้นหรือไม่ คุณเคยคิดบ้างหรือไม่ว่า คุณอาจชอบงานอื่นมากกว่า แต่คุณกลัวที่จะออกไป กลัวการเปลี่ยนงาน แบะกลัวว่างานอื่นจะทำให้ชีวิตคุณเลวร้ายลงไป คุณเคยบอกกับตัวเองว่า “คุณพอใจชีวิตของคุณแล้ว ถึงแม้มันจะไม่ดีเลิศ แต่มันก็ไม่เลวร้าย” หรือไม่ คุณถามตัวเองดูหรีอไม่ว่า “จะเป็นอย่างไร ถ้าสิ่งต่างๆเลวลงแทนที่จะดีขึ้น”
คุณอาจจะเป็นคนแปลก ถ้าไม่เคยคิดถึงสิ่งเหล่านี้ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่กลัวการเปลี่ยนแปลง คุณจะทำอะไรได้บ้าง นอกจากรักษาทุกสิ่งให้เหมือนเดิม
พยายามคิดอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับเวลาในอดีตที่คุณเคยเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง บางทีคุณอาจจะเคยโดนไล่ออกหรือบางทีคุณอาจมีโอกาสได้ประกอบอาชีพใหม่ หรือบางทีคุณอาจจะเคยย้ายไปอยู่ภาคอื่นของประเทศ คุณอาจจะย้ายโรงเรียน คุณอาจจะเคยแต่งงานหรือเคยหย่ามาแล้ว คุณอาจจะมีบุตรแล้ว หรืออาจจะเคยบอกลาบุตรของคุณเมื่อเขาไปเรียนมหาวิทยาลัย คุณอาจเคยซื้อบ้านหรือลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยง คุณกลัวอะไรที่จะเกิดขึ้นบ้างเมื่อความเปลี่ยนแปลงอย่างนี้เกิดขึ้น
มาร์ค ทเวน” (Mark Twain) กล่าวว่า “ผมเคยนึกถึงปัญหาต่างๆมากมายในชีวิต แต่ส่วนใหญ่มันไม่เคยเกิดขึ้นเลย”
ปัญหาบางอย่างได้เกิดขึ้นตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ แต่เราสามารถผ่านพ้นมันไปได้ แต่ส่วนใหญาอาจไม่เป็นเช่นนั้น คนเรามักจะนึกถึงแต่สิ่งเลวร้ายต่างๆมากมาย แต่ในชีวิตจริงแล้ว เราจะไม่พบสิ่งต่างๆเหล่านั้นมากมายเหมือนกับที่เราคิดไว้
แบบทดสอบเพื่อจะยอมรับการเปลี่ยนแปลง
1. ลองนึกถึงการเปลี่ยนแปลงหลักๆในชีวิต ซึ่งคุณเคยประสบมาในชีวิต
2. ก่อนการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งจะเกิดขึ้น ลองนึกถึง “สิ่งไม่ดี” บางอย่างที่คุณกลัวว่าจะเกิดขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงนั้น นี่คือตัวอย่าง
เมื่อคุณต้องไปเรียนหนังสือภาคค่ำ คุณกลัวว่า
“ฉันจะเป็นคนที่แก่ที่สุดในชั้นเรียน”
“นักเรียนคนอื่นๆในห้องคงไม่มีใครสนใจฉัน”
“ฉันคงจะเรียนไม่จบ”
“ฉันจะเหนื่อยมาก จากการเรียนหนังสือหลังเลิกงาน”
3. มีกี่ครั้งที่ “สิ่งไม่ดี” เหล่านี้เกิดขึ้นจริงบ้าง
“แล้วฉันก็เป็นคนที่แก่ที่สุดในชั้นเรียนจริงๆ”
4. “สิ่งไม่ดี” ตามข้อ 3 ทำให้เกิดผลร้ายตามที่คุณคิดไว้มากน้อยเพียงใด? จากตัวอย่างของเราจะเห็นว่า การมีอายุมากกว่านั้นเป็นข้อที่ได้เปรียบนักเรียนคนอื่น
“ผลปรากฏว่า ฉันเป็นที่ยอมรับของนักเรียนอื่นๆ และฉันได้กลายเป็นเหมือนแม่ของพวกเขา พวกเขาเล่าปัญหาให้ฉันฟัง แล้วฉันก็ได้พยายามช่วยเหลือพวกเขาอย่างใด และฉันรู้สึกมีความสุขที่ได้รู้จักพวกเขา”
ชีวิตคนเราบางครั้งก็ได้รับผลตอบแทนที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน
สวัสดีค่ะคุณบอน
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ยาก แต่การแปลงเปลี่ยนจากสิ่งที่ดีอยู่แล้วเป็นสิ่งที่แย่ลงก็ไม่น่าพิศมัยเท่าที่ควร
อะไรที่ดีอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยแปลงอะไร แต่อันไหนที่ไม่ดีก็ควรปรับให้ดีกว่าที่เป็นอยู่
เช่นหน้าตาดีอยู่แล้วก็อย่าไปแต่งเติมเสริมแต่งให้มากนัก ธรรมชาติๆ ก็ดีอยู่แล้ว
อย่ากลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น...
จริงไหมคะคุณบอน
การเปลี่ยนแปลงจากความเคยชิน บางคนก็ยากนะครับ
การเปลี่ยนจากสิ่งที่ดีอยู่ให้แย่ลง บางทีเราก็ไม่รู้เหมือนกันนาา เพราะคิดว่า เปลี่ยนแล้ว น่าจะดีึ้ขึ้น แต่ในสายตาคนอื่นมองแล้ว มันไม่เข้าท่า ก็คงต้องเปลี่ยน
…..
อย่าง หน้าตาดีอยู่แล้ว แต่ทำทรงผมขัดใจแม่ หรือขัดใจแฟน คงต้องทำความเข้าใจกันพอสมควร
แต่ถ้าดูหน้าตาคุณนุ้ย เอ… บางทีแต่งอีกนิด แต่ไม่ต้องมากมาย ก็สวยพริ้ง หนุ่มๆจะเข้าคิวจีบกันเพียบทันที ยกเว้นนายบอน เพราะจะรอใหุ้คณนุ้ยเลี้ยงส้มตำลูกเดียว 55555
สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีใครกลัว แต่เมื่อเปลีั่่ยนแปลงหลายๆครั้ง แล้วโดนต่อว่า ว่าไม่เข้าท่า ทำให้ขาดความมั่นใจไปพอสมควรทีเดียว
การนำคำกล่าวของปราชญ์ มาเป็นข้อเตือนใจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องลองผิดลองถูก ไม่ต้องเสียเวลาดีครับ
เพราะได้พิสูจน์มาแล้ว
จริงคะที่บอกว่าความหวาดกลัวและความหวาดระแวงเป็นผู้ทำร้ายชีวิตของเรามากกว่าเหตุการณ์จริงที่เกิดกับเราเสียอีก ฉะนั้นจงมีสติทุกครั้งที่ต้องวางแผนล่วงหน้า อย่ากลัวจนขาดสติ
สาว
ขอบคุณคุณสาว แสงนภาที่มาช่วยร่วมเตือนสติด้วยครับ