ดร.ปรีชา เปี่ยมพงศานต์
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ด้วยอยู่ในสำนักเศรษฐศาสตร์การเมือง ท่านจึงใช้วิธี “วิพากษ์” ด้วยมุมมองที่เฉียบคมอย่างเคย </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อาจารย์ปรีชาเริ่มด้วยการตั้งคำถามว่า จริงหรือไม่ที่เรามีการพัฒนาหลายแนวทาง จริงๆแล้วเราไม่มีทางเลือก ท่านยกคำของท่านพุทธทาสที่เคยแปลจากรากศัพท์ว่า การพัฒนาหมายถึงการทำให้รกรุงรัง ยุ่งเหยิง ถ้าเป็นเช่นนี้ บางทีสิ่งที่เราต้องการคือ การไม่พัฒนา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เศรษฐกิจพอเพียงเป็นวาทะกรรม คืออยู่ท่ามกลางความขัดแย้งการแย่งชิงพื้นที่ทางความคิด ทางพุทธ บอกว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นทางสายกลาง รัฐปัจจุบันบอกว่า เศรษฐกิจพอเพียงอยู่ร่วมกันได้กับทุนนิยม อาจารย์ปรีชาบอกว่า ดีไม่ดี สิ่งที่เราจะเป็นได้ อาจจะเป็น “sufficiency capitalism” (แปลได้ว่าเป็น “ทุนนิยมแบบพอเพียง”)</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อาจารย์ปรีชาเสนอแนวคิด eco-sufficiency คล้ายๆกับที่ วูลฟกัง ซาคเสนอ และบอกว่า จะเป็นเช่นนั้นได้ สิ่งที่ต้องทำคือ การมีวิถีชีวิตแบบเรียบง่าย เช่น แบบเต๋า ปัญหา คือ ทำอย่างไร ประชาชนและหน่วยธุรกิจที่คุ้นเคยการบริโภคแบบเดิมจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้ “ทำอย่างไรจึงจะทำให้สังคมไทยเปลี่ยนรากลึก”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">อาจารย์บอกว่า สิ่งที่เราขาด คือ ขาดการวิเคราะห์เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแบบทุนนิยม ซึ่งต้องการการเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ การเปลี่ยนโครงสร้างการถือครองทรัพย์สมบัติ เปลี่ยนโครงสร้างรายได้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อเสนอเพื่อความยั่งยืนอย่างอ่อน (อาจารย์ใช้คำว่า weak sustainability) คือ คนจนต้องได้รับสวัสดิการอย่างพอเพียง คนรวยต้องรู้จักพอและลดความมั่งคั่ง โลกต้องลดจักรวรรดินิยมทุกรูปแบบ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ข้อเสนอเพื่อความยั่งยืนอย่างเคร่งครัด (strong sustainability) คือต้องเปลียนโครงสร้างอำนาจ และต้องยกระดับจิตสำนึกทางนิเวศ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สิ่งที่ต้องทำคือ เรียนรู้และมองให้เห็นว่า รากเหง้าของความยุ่งเหยิงปั่นป่วนมาจากไหน เมื่อไร อย่างไรจึงจะพอ และต้องรู้จักที่จะพูดว่า “พอแล้ว”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ตบท้ายด้วยการบอกว่า “ไม่มีความพอเพียงถ้าไม่มีความเท่าเทียม (อาจารย์ใช้คำว่า equity) ไม่มีความเท่าเทียมถ้าไม่มีความพอเพียง”</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เป็นการวิพากษ์ที่ถูกใจมาก …. </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">คุณสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">นักธุรกิจ บริษัทของเล่นวันเดอร์เวิลด์และประธานเครือข่ายเอสวีเอ็น ประเทศไทย ท่านบอกว่า ในสามห่วงสองเงื่อนนั้น สามห่วง คือ พอประมาณ มีเหตุมีผล มีภูมิคุ้มกัน เป็นสิ่งที่บริษัทส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติอยู่ แต่สิ่งที่จะเป็นข้อแตกต่างจริงๆ และเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจพอเพียงเกิดขึ้นได้หรือไม่ก็คือ “สองเงื่อน” นั่นคือ เรื่อง ของความรู้และคุณธรรม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ลักษณะของธุรกิจเพื่อสังคม (CSR) คือมีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ (code of business conduct) และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี บางรายอาจทำด้วยมีกฎบังคับ หรือ เป็นเครื่องมือทางการตลาด หรือ บางรายก็ทำด้วยจิตสำนึกจริงๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>
อาจารย์น้องปัท
พี่ตุ้มแวะมาเยี่ยม econ4life ค่ะ มีเรื่องน่าสนใจมากเลย เสียดายว่าที่ผ่านมาไม่ได้มีเวลาเข้ามาอ่าน จะพยายามแบ่งเวลาให้กับการเรียนรู้ผ่านเครือข่าย G2K มากขึ้นค่ะ
อาจารย์ปัทมีความสามารถในการบันทึกเรื่องราวการประชุมได้ดีมากค่ะ...ขอมอบตำแหน่ง "ผู้สื่อข่าวกิตติมศักดิ์" ให้อีกตำแหน่งนึงนะคะ
ยังติดตามอ่านผลงานของอาจารย์อยู่นะครับ
เรียนอาจารย์พี่ตุ้ม และคุณหมอ
ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ คน "บ้ายอ" และ "บ้างาน" ก็คงจะทำงานต่อไปเต็มที่ค่ะ