คนที่อาศัยอยู่ในตัวเมืองส่วนใหญ่ เป็นคนที่มีการศึกษาสูงกว่าคนที่อาศัยอยู่ในชนบท ความคิดและการตัดสินใจหลายอย่างจึงต้องมีเหตุผล ความเหมาะสมรองรับ
ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2550 มีข้อสังเกตที่แตกต่าง ที่ทำให้เกิดเส้นแบ่งที่ขีดคั่นความเหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์ในปี พ.ศ.2550
มีคนบอกว่า เลข 30 คือเส้นแบ่งถึงความเหมาะสมในการเล่นน้ำสงกรานต์
ถ้าอายุต่ำกว่า 30 ปี เล่นน้ำสงกรานต์นั้นไม่แปลก
แต่ถ้าอายุเกิน 30 ปีแล้ว หมดวัยเล่นน้ำสงกรานต์แล้ว
การเล่นน้ำสงกรานต์ที่ว่านี้ คือการสาดน้ำแบบที่เห็นในปัจจุบัน สาดอย่างแรง ผสมน้ำแข็งบ้าง แป้งมันบ้าง ผสมน้ำหอมบ้าง ไปจนถึงการประแป้งลูบแก้มชายหนุ่มหญิงสาว ซึ่งเป็นรูปแบบการเล่นสงกรานต์ที่ต่างไปจากยุคก่อนๆ
ถ้าอายุเกิน 30 ปีแล้ว จะไปเล่นสงกรานต์แบบนั้นไม่เข้าท่า สงกรานต์แบบนี้เหมาะสำหรับเด็กวัยรุ่น วัยเรียนต่างหาก
หลายคนที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป จึงเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน หลีกเลี่ยงการโดนสาดน้ำสงกรานต์ทุกรูปแบบ
แม่ค้าขายข้าวโพดที่ตลาดสดซึ่งมีอายุ 42 ปีแล้ว แต่ยังคงปะแป้งมาเล่นน้ำสงกรานต์ที่ซุ้มกับเด็กๆอย่างสนุกสนาน
ท่านมองหลายคนที่ทำท่ากลัวน้ำอย่างแปลกใจ
“ทำไมจึงชอบที่จะแบ่งกั้นความสนุกสนาน กับการเติมสีสันให้กับชีวิตในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย หรือไม่ยอมรับในความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ถึงจะเล่นสาดน้ำกับเด็กๆไม่ไหว แต่ก็มาร่วมสนุกสนาน รำฟ้อนที่ซุ้มสงกรานต์ ยิ้มแย้มแจ่มใส เด็กๆเห็นก็แวะเข้ามาขอรดน้ำขอพรอย่างสุภาพ”


<p>”เด็กที่เล่นน้ำสงกรานต์ที่ผู้ใหญ่หลายคนมองว่า เล่นเกินเลย ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมนั้น ความจริงทุกคนก็มีความเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ทุกคน เขาอาจจะสนุกกับเด็กในวัยเดียวกัน เมื่อเจอลุง ป้า คุณยาย มานั่งสนุกที่ซุ้ม ก็แวะเข้าไปรดน้ำขอพรอย่างนอบน้อม...”</p><p>”.....แต่ พวกทีวี ไม่ค่อยเอาภาพแบบนี้ไปออก และพวกผู้ใหญ่หลายคนก็ไม่ยอมออกมาให้เด็กๆได้เห็น ให้เด็กๆได้มีโอกาสรดน้ำขอพรไปพร้อมกับการเล่นสงกรานต์ในแบบของพวกเขา…..”</p><p>หลายคนฟังสื่อ เชื่อสื่อมากเกินไป และเชื่อตามที่ได้ยินได้ฟังและตัดสินไปตามนั้น
แต่ผู้ใหญ่ที่กาฬสินธุ์หลายคน ไม่ได้ตีกรอบตัวเองที่อายุ 30 ปี
เมื่อหัวใจพร้อมที่จะเติมสีสันความชุ่มฉ่ำในชีวิต พวกท่านจึงพร้อมที่จะออกมาร่วมสนุก และนั่งดูลูกหลานเล่นน้ำสงกรานต์ในแบบของพวกเขา...</p>


<p>สงกรานต์ในแบบที่ผู้ใหญ่หลายคน ส่ายหน้าว่าไม่เหมาะสม…</p><p>
ช่างน่าสงสัยว่า อะไรที่ทำให้ผู้คนในตัวเมืองหลายคน ตัดสินสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไปอย่างนั้น ทั้งๆที่ไม่เคยออกมาสัมผัสอย่างเต็มที่</p><p> น่าคิดว่า</p><h2>ความมีเหตุผลของหลายคน เป็นสิ่งที่แบ่งแยกตัวเองออกจากสังคมหรือไม่??</h2><p> </p>