breast feeding

  <table border="1" cellspacing="1" cellpadding="2" width="100%"><tbody><tr><td><p align="center">การบีบน้ำนมด้วยมือนี้ถูกแปลและเรียบเรียงมาจาก (Marmet Technique of Manual Expression)  ซึ่งเค้าบอกว่าเทคนิคนี้มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง  ขนาดคุณแม่ทั้งหลายที่เคยมีปัญหากับการบีบด้วยมือ  คือ บีบไม่เป็น บีบแล้วแล้วเจ็บ บีบแล้วน้ำนมไม่ออก ยังประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี คือบีบได้มากขึ้น ไม่เจ็บ และช่วยให้มีน้านมมากขึ้นกว่าเดิมด้วยค่ะ ลองดูกันนะคะ</p></td></tr></tbody></table>   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เริ่มจากมาทำความเข้าใจกับกลไกการผลิตน้ำนมของเต้านมกันก่อนนะคะ  ดูรูปประกอบไปด้วยจะได้เข้าใจง่ายขึ้นค่ะ  </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> น้ำนมจะถูกผลิตโดยเซลส์ผลิตน้ำนม (alveoli หรือจะเรียกว่าต่อมผลิตน้ำนมก็ได้ค่ะ)  แล้วไหลผ่านท่อน้ำนมมาเก็บไว้ที่กระเปาะน้ำนม (Milk Resevoir)  เมื่อเซลส์ผลิตน้ำนมได้รับการกระตุ้นก็จะส่งผลให้เกิดกลไกน้ำนมพุ่ง (Milk rejection reflex หรือ Let-down reflex) ถ้าใครเคยใช้เครื่องปั๊มนม จะเห็นได้ชัดว่าน้ำนมจะพุ่งปี๊ดออกมาเหมือนสเปรย์เลยค่ะ  เวลาที่ลูกดูด เหงือก ลิ้นและการดูดกลืนของลูกก็จะทำหน้าที่กระตุ้นต่อมผลิตน้ำนมนี่ล่ะค่ะ  ดังนั้นถ้าจะบีบน้ำนมออกให้เหมือนลูกดูด เราก็ต้องพยายามเลียนแบบการกระตุ้นของลูกค่ะ วิธีการบีบน้ำนม 1. ใช้นิ้วหัวแม่มือวางด้านบน นิ้วชี้และนิ้วกลางวางด้านล่างทำมือเป็นรูปตัว C ตามรูป ซ้ายมือ  จุดที่เราวางนิ้วนั้นให้ห่างจากโคนหัวนม ประมาณ 2.5 -3.1 ซ.ม. (ไม่จำเป็นต้องอยู่นอกลานหัวนมนะคะ เพราะขนาดของลานหัวนมแต่ละคนไม่เท่ากันค่ะ)   <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            - ตำแหน่งที่วางนิ้วหัวแม่มือ และนิ้วชี้กับนิ้วกลางนั้นต้องอยู่ตรงข้ามกันนะคะ  (ฝรั่งเค้าจะเรียกตามตำแหน่งของเข็มนาฬิกา คือ 12.00 น.และ 6.00 น.)  ไม่ใช่เอียงๆ  แบบรูปขวามือ นะคะ  </p> 2. เมื่อวางนิ้วได้ตามตำแหน่งแล้วให้กดนิ้วเข้าหาตัวเองตามรูป  A   ถ้าหน้าอกใหญ่ก็ทำเหมือนยกหน้าอกขึ้นหน่อยแล้วค่อยกดเข้าหาตัวค่ะ  ระวังอย่าให้นิ้วแยกจากกัน 3. แล้วก็ค่อยๆ กลิ้งนิ้วหัวแม่มือ (เหมือนกำลังพิมพ์นิ้วมือ) ลงมายังโคนหัวนม ระหว่างนั้นก็ผ่อนแรงกดด้านล่างจากนิ้วกลางมายังนิ้วชี้ (ดูตำแหน่งที่ลูกศรชี้ตามรูป B และ C )            -การเคลื่อนไหวของนิ้วทั้งสามจะช่วยรีดน้ำนมออกมาโดยไม่เจ็บ  คล้ายๆ การดูดของทารก 4. ทำซ้ำเป็นจังหวะ ตามรูปเพื่อรีดน้ำนมออกมาให้หมดกระเปาะ 5. เปลี่ยนตำแหน่งการวางนิ้วมือเพื่อรีดน้ำนมในกระเปาะที่เหลือ  โดยใช้ตำแหน่งของเข็มนาฬิกาเป็นหลักจากจุดเริ่มต้นที่ 12  และ 6  เป็น 11 และ 5  (ใช้มือขวา)  2 และ 8, 3 และ 9 (ใช้มือซ้าย)   ตามรูปจะแสดงการบีบน้ำนมของหน้าอกข้างขวา  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>สิ่งทีไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ บีบ ดึง หรือเค้นหน้าอก เพราะจะทำให้เจ็บ และน้ำนมก็ไม่ออกมาด้วยค่ะ  (นี่เป็นข้อผิดพลาดที่ผ่านมาของตัวเองเลยค่ะ  เมื่อก่อนจะบีบเค้นด้วยความรุนแรง  คงจะนึกถึงการคั้นน้ำส้มมากไปหน่อย  คิดว่ายิ่งบีบแรงก็น่าจะยิ่งออกมาก  ที่ไหนได้ นอกจากนมไม่ออก แล้วยังเจ็บตัวอีกด้วยค่ะ  เพราะฉะนั้นเวลาบีบน้ำนมตามขั้นตอนที่ว่ามา  ก็ทำด้วยความนุ่มนวลนะคะ  นึกถึงเวลาที่ลูกดูดน่ะค่ะ  เค้าก็ดูดแผ่วๆ  นมยังออกเลย)  วิธีช่วยกระตุ้นให้เกิด Milk Ejection Reflex  <ol style="margin-top: 0cm">

  • การนวดเต้านม  โดยการใช้นิ้วมือนวดเบาๆ เป็นวงๆ ไปรอบๆ เต้านมเหมือนในรูป  D
  • ลูบหน้าอกจากด้านบนลงมายังหัวนมเบาๆตามรูป E
  • ก้มตัวลงเล็กน้อยแล้วก็เขย่าๆ ค่ะ อาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกเข้าช่วยตามรูป F
  • </ol>  ขั้นตอนทั้งหมดควรจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที -          บีบน้ำนมแต่ละข้างออก 5-7 นาที (หรือน้ำนมไหลน้อยลง)-          กระตุ้นโดยการนวด  ลูบ  และเขย่า -          บีบน้ำนมออกอีกข้างละ 3-5 นาที-          กระตุ้นโดยการนวด  ลูบ  และเขย่า-          บีบน้ำนมออกอีกข้างละ 2-3 นาที ถ้าปริมาณน้ำนมมีมากพอแล้ว ก็ใช้เวลาดังกล่าวเป็นเพียงไกด์ไลน์  ถ้าน้ำนมไหลน้อยลงก็เปลี่ยนข้างได้ค่ะ  แต่ถ้าน้ำนมยังมีน้อยอยู่ ให้ทำตามเวลาดังกล่าวอย่างเคร่งครัดนะคะ จบแล้วค่ะ  ปิดท้ายด้วยข้อได้เปรียบของการบีบน้ำนมด้วยมือที่ดีกว่าปั๊มด้วยเครื่องก็แล้วกันนะคะ -          เครื่องปั๊มนมบางอย่างก็ทำให้รู้สึกไม่สบาย และปั๊มไม่ค่อยออก-          การบีบด้วยมือเป็นธรรมชาติมากกว่า-          ความรู้สึกสัมผัสระหว่างมือกับผิวหนังช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมได้ดีกว่าฝาครอบพลาสติกสัมผัสกับผิวหนัง-          พกพาสะดวก  ทำงานได้ทันที  ไม่มีการลืมชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์เหมือนเครื่อง  (คงไม่มีแม่คนไหนลืมเอามือของตัวเองไปหรอกนะคะ) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">-          ดีที่สุดเลยก็คือ ไม่เสียเงินค่ะ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt" class="MsoNormal">***** สำหรับบุคลากรในทีมสุขภาพทั้งหลาย ลองเอาไปแนะนำคุณแม่มือใหม่ดูนะคะ ได้ผลยังไง ก็ลองเล่าให้ฟังบ้างค่ะ</p>