บรรดาสิ่งควรกระทำในคาถานี้... ทาน มุ่งหมายการให้หรือเสียสละต่อคนทั่วไป โดยมีเกณฑ์ประเมินค่าว่า ให้สัตว์ชั้นสูงได้บุญกว่าให้สัตว์ชั้นต่ำ ให้คนดีได้บุญกว่าให้คนเลว ให้ต่อสังคมได้บุญกว่าให้ปัจเจกชน...ดู ปรัชญามงคลสูตร ๑๖ : สิ่งควรกระทำ (ต่อ)
ธรรมจริยา มุ่งหมายการส่งเสริมคุณธรรมต่อสังคมโดยการประพฤติสุจริตทางกายวาจาใจ และเพิ่มพูนบารมีธรรมสำหรับตัวเอง...ดู ปรัชญามงคลสูตร ๑๗ : สิ่งควรกระทำ (ต่อ)
ส่วน การสงเคราะห์ญาติ เป็นสิ่งควรกระทำซึ่งมีนัยใกล้เคียงกับทาน แต่ทานนั้น เน้นการช่วยเหลือคนหรือสังคมทั่วไป ไม่เน้นผู้รับ เพียงแต่อธิบายว่าควรจะให้แก่คนประเภทใดจึงจะมีคุณค่าสูงเท่านั้น... แต่ในการสงเคราะห์ญาตินี้ เน้นความสัมพันธ์กับผู้ให้ในฐานะเป็นญาติ... ความหมายของคำว่า ญาติ ผู้สนใจดู ญาติ ในเล่าเรื่องภาษาบาลี ซึ่งผู้เขียนได้ขยายความไว้บ้างแล้ว...
.........
ในพงศาวดารจีนเรื่องสามก๊ก มีตอนหนึ่งที่ครอบครัวเล่าปี่ต้องแตกแยกกระจัดกระจายไป...เตียวหุยน้องชายบุญธรรมของเล่าปี่ซึ่งมีหน้าที่คุ้มครองพี่สะใภ้ทั้งสองได้แตกทัพหนีรอดมาเพียงลำพัง...ภายหลังเมื่อเจอเล่าปี่ผู้เป็นพี่ชาย เตียวหุยพยายามจะฆ่าตัวตายเพื่อสำเร็จโทษความผิดตัวเอง ... เล่าปีได้ยับยั้งไว้ โดยอ้างคำโบราณว่า พี่น้องเหมือนแขนขา ภรรยาเหมือนเสื้อผ้า...
ธรรมดาว่า เสื้อผ้า เมื่อฉีกขาดหรือสูญหาย ก็ย่อมปักชุนหรือจัดหาใหม่ได้ คล้ายๆ กับภรรยาแม้นเลิกร้างหรือตายจากกันไปก็อาจมีใหม่ได้...ส่วนอวัยวะของร่างกาย เช่น แขน ขา แม้ส่วนใดต้องขาดสูญไป ก็จะกลายเป็นคนพิการ แม้จะหาใหม่มาเสริมได้ก็เป็นเพียงของเทียมเท่านั้น มิใช่ของแท้ คล้ายๆ กับพี่น้อง เมื่อตายจากกันไป ก็ไม่สามารถหาใหม่มาเทียบเทียมคนเดิมได้...ประมาณนี้...
..........
ในทางพระพุทธศาสนา ก็มีคำสอนว่าด้วยความสำคัญของญาติไว้หลายสถาน เช่น นางวิสาขาได้รับคำสั่งสอนจากพ่อของนางเมื่อจะไปอยู่เรือนของสามีว่า ให้เมื่อเค้าให้ ไม่ให้เมื่อเค้าไม่ให้ แม้เค้าจะให้หรือไม่ให้ก็ควรให้...
ให้เมื่อเค้าให้ หมายความว่า ถ้าใครมาหยิบยืมบางสิ่งบางอย่าง ถ้าเค้าให้คืนก็ควรให้เค้ายืม
ไม่ให้เมื่อเค้าไม่ให้ หมายความว่า ถ้าเค้าไม่คืน ก็ไม่ต้องให้เค้ายืมต่อไป
แม้เค้าจะให้หรือไม่ให้ก็ควรให้ หมายความว่า บรรดาญาติที่เดือดร้อน ถ้าเค้ามาขอความช่วยเหลือ หรือหยิบยืมยามจำเป็น แม้เค้าจะให้คืนหรือไม่ให้คืนก็ควรให้...
ในคำสั่งสอนนี้ จะเห็นได้ว่า เน้นความสำคัญของญาติ...
...........
เฉพาะพระวินัยสงฆ์ มีประเด็นเกี่ยวกับญาติอยู่หลายเรื่องเช่นเดียวกัน เช่น มีวินัยห้ามมิให้พระภิกษุขอสิ่งของทั่วไปจากคนทั่วๆ ไป ยกเว้นผู้ที่ได้ออกปากบอกไว้ (ศัพท์วินัยเรียก ปวารณา)...
ส่วนบรรดาญาติ แม้เค้าไม่ได้พูดบอกไว้ พระภิกษุก็สามารถออกปากขอได้โดยไม่ผิดวินัย...
ประเด็นนี้ ก็พอจะเห็นได้ว่า ญาติ สำคัญกว่าคนทั่วๆ ไป แม้จะบวชเป็นพระภิกษุแล้วก็ตาม
......
พุทธจริยา ๓ ว่าด้วยพระจริยาของพระพุทธเจ้า ซึ่งมี ๓ ประการด้วยกัน คือ..
- โลกัตถจริยา ทรงประพฤติเป็นประโยชน์ต่อโลกหรือสังคม
- ญาตัตถจริยา ทรงประพฤติเป็นประโยชน์ต่อพระประยูรญาติ
- พุทธัตถจริยา ทรงประพฤติเป็นประโยชน์ในฐานะพระพุทธเจ้า
เฉพาะ ญาตัตถจริยา คือ การประพฤติเป็นประโยชน์ต่อพระประยูรญาติของพระพุทธเจ้านี้ นอกจากพระองค์จะเสด็จไปโปรดพระประยูรญาติในโอกาสต่างๆ แล้ว พระองค์ยังทรงอนุญาตให้ผู้เป็นพระประยูรญาติที่ยึดถือลัทธิอื่นมาก่อน เมื่อมีศรัทธาจะเข้ามาบวชในพระธรรมวินัยของพระองค์แล้ว ก็สามารถจะบวชได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องอยู่กรรมเพื่อดูอุปนิสัยก่อน เป็นต้น....
นั่นคือ แม้พระพุทธเจ้าก็ได้ให้ความสำคัญต่อพระประยูรญาติของพระองค์
.......
ความสำคัญโดยความเป็นญาติ ผู้เขียนคิดว่า ทุกคนคงจะพอสำนึกได้ ไม่จำเป็นจะต้องขยายความให้เยิ่นเย่อ...
แต่ ในชีวิตจริง ก็ยังมี ญาติ ที่ไม่ได้เรื่องบางคนบางครอบครัว ซึ่งช่วยเท่าไหร่ก็ไม่สามารถทำให้พวกเค้าดีขึ้นได้ คล้ายๆ กับว่า ยิ่งช่วยไปก็กลับให้พวกเค้าตกต่ำลง...หรือช่วยๆ ไป ก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกหลอกลวง...ประมาณนี้
ดังนั้น การสงเคราะห์ญาติ จึงเป็นเพียงสิ่งควรกระทำ มิใช่สิ่งบังคับว่าจะต้องกระทำ... ซึ่งความสำคัญและความสมควรในรายละเอียดของประเด็นนี้ ย่อมขึ้นอยู่กับสถานภาพของแต่ละคนแตกต่างกันไป...
อย่างไรก็ตาม การสงเคราะห์ญาติจัดว่าเป็นมงคล คล้ายๆ กับ ทาน ซึ่งผู้เขียนได้ขยายความไว้แล้วในเบื้องต้นนั้นแล....
สาธุค่ะ
นมัสการค่ะ อีกนิดนึง พออ่านบันทึกของท่าน ก็เกิดอิ่มใจว่า เพิ่งได้สงเคราะห์ญาติไปหมาดๆ คือ ญาติป่วยเป็นเส้นเลือดตีบในหัวใจ30% และอยู่คนเดียวเวลากลางวัน ไม่มีเด็กเลย จึงได้ให้เด็กที่ดิฉันเองก็ตั้งใจจะให้มาอยู่ด้วยไปก่อน เพราะเห็นว่า เขาน่าจะลำบากกว่าเรา ตอนนี้เขาก็สบายขึ้น มีคนดูแลค่ะ
ขอบพระคุณค่ะท่าน
อนุโมทนา....
การสงเคราะห์ญาติ เมื่อทำไปโดยไมตรีจิตร มิใช่ถูกบังคับจำยอม หรือฝืนใจ...
นอกจากได้ความปิติอิ่มใจส่วนตัวแล้ว... ก็จะเป็นที่ยกย่องสรรเสริญในบรรดาวงศาคณาญาติ ... ซึ่งสองประการนี้ สังเกตได้ในชีวิตจริง ไม่จำเป็นต้องอ้างคัมภีร์...
เจริญพร
อีกนิดนึงค่ะท่าน ยังอิ่มใจอยู่
นอกจากนี้ ได้เป็นธุระหาหมอที่เก่งมากๆทางด้านอายุรกรรมหัวใจให้เขาด้วย เนื่องจากสามีดิฉัน ศ.นพ.วิจิตร บุณยะโหตระ เคยเป็นอ.จ.แพทย์อยู่ การติดต่อก็ค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องไปเอง ให้เจ้าหน้าที่เดินเรื่องและนัดคุณหมอให้ ก็สะดวกจริงๆค่ะ และคุณหมอก็ดูแลดีมาก คนป่วยปลื้มมาก
จริงๆแล้วคุณหมอดีกับทุกคน แต่สำคัญว่า เราจะไปพบหมอที่เชี่ยวชาญเฉพาะโรคจริงๆได้ที่ไหน
ขอบพระคุณท่านค่ะ
เจริญพร
สาธุครับ
หลวงพี่ครับผมไปได้ฟังความหมายวันสงกรานต์มาครับ ว่า การรดน้ำดำหัวที่ถูกวิธีคือนำน้ำมารดมือผู้ใหญ่มีภาชนะรับน้ำเบื้องล่างเมื่อครบทุกคนญาติผู้ใหญ่ก็นำน้ำนั้นมาดำหัวหรืออาบ ถ้าพระสงฆ์ละครับรดน้ำดำหัวหมายความว่าอย่างไร
ประเด็นที่ถาม อธิบายได้ยากส์ เพราะเป็นเพียงค่านิยมและประเพณีท้องถิ่นเท่านั้น ...
เรื่องค่านิยมและประเพณีท้องถิ่นเหล่านี้ ต้องสอบถามความเชื่อและแนวทางประพฤติมาของสังคมท้องถิ่นนั้นๆ...
ปัจจุบันเราได้รับอิทธิพลจาก สื่อ ต่างๆ ของส่วนกลาง ถ้าอยากทราบก็ลองถามไปที่ สื่อ เหล่านั้น ....
หลวงพี่รู้ และตอบได้แต่เพียงบางเรื่องเท่านั้น... และมีน้อยนิดเท่านั้น ที่สามารถตอบได้เลย...
ส่วนบางเรื่องที่เป็นความรู้ในตำราหรือคัมภีร์นั้น... หลวงพี่ขี้เกียจไปค้น.. และขี้เกียจหาแว่นเพื่อไปส่องตัวหนังสือ...
หลายๆ เรื่อง ไม่เคยคิด หรือเคยคิดมานานแล้ว แต่ยังไม่มีข้อสรุป ก็เลยไม่อยากจะตอบ.....
ก็ขอให้น้อง อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ ในเทศกาลสงกรานต์ และตลอดไป....
เจริญพร