เด็กเรียนรู้จากพฤติกรรมของพ่อแม่ที่แสดงออกต่อกัน เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านการเล่านิทาน การทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน การถ่ายทอดความคิดเห็น ค่านิยมที่ดีงามให้ลูก
ช่วงสงกรานต์ปีใหม่ไทย
ก็อยากเขียนเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับความผูกพันกันของคนใน
ครอบครัว
มาแลกเปลี่ยนกัน วันนี้ขอเล่าเรื่อง
บอกหรือตกลงตรง ๆ ว่าเด็กควรทำตัวอย่างไรและบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ฝึกให้เด็กคิดอย่างมีเหตุผล และรู้ว่าอะไรควรทำ ด้วยตนเอง โดยพ่อแม่มีการจัดการและควบคุมให้เด็กทำตามที่ตกลงไว้
การอบรมสั่งสอน พ่อแม่ต้องมีความคงเส้นคงวาในการอบรมเลี้ยงดู มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอนอย่าใช้อารมณ์ในการตัดสินปัญหา
การอบรมสั่งสอนบางครั้งอาจจะมีการให้รางวัลเมื่อเด็กทำดีด้วยการให้คำชม ให้สิ่งของ ให้ทำกิจกรรมที่ชอบ
ถ้าทำผิดก็จะมีการลงโทษ เช่น จำกัดค่าขนม จำกัดเวลาดูทีวี การทำงานชดเชย ซึ่งต้องบอกให้เด็กรู้ว่าเขาทำผิดเรื่องอะไร จึงต้องลงโทษ
มีเวลาใกล้ชิดกับลูก อย่างน้อยก่อนนอน 15 นาที วางแผนการจัดสรรเวลาให้ลูก เช่น รับส่งลูก ทานอาหารเย็นร่วมกัน มีเวลาเล่นสนุกสนานเป็นพิเศษเดือนละครั้ง
หากจะสอนว่าสิ่งใดไม่ดี ต้องไม่ทำสิ่งนั้นให้ลูกเห็น
การพัฒนา EQ ของลูกสู่กันฟังครับ…
น.พ. สุรพงศ์ อำพันวงษ์ เสนอแนวคิดไว้ว่าการพัฒนาอีคิว (ปัญญาทางอารมณ์) ของลูก พ่อแม่สามารถทำได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม <p> ทางตรงได้จากการที่พ่อแม่อบรมสั่งสอนโดยตรงคือ <ol><ol>
</ol></ol></font></p></font><p> ทางอ้อม คือ การเลียนแบบพฤติกรรม เด็กเรียนรู้จากพฤติกรรมของพ่อแม่ที่แสดงออกต่อกัน เรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน ผ่านการเล่านิทาน การทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน การถ่ายทอดความคิดเห็น ค่านิยมที่ดีงามให้ลูก ซึ่งพ่อแม่จะเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกได้ก็ต่อเมื่อ <ol><ol>
</ol></ol></font></p></font><p> </p>
การเลี้ยงดู อบรม สั่งสอนลูก เป็นหน้าที่ๆสำคัญที่สุดของพ่อแม่ค่ะ
ดิฉันเห็นด้วยและพยายามดุแลอยู่
http://gotoknow.org/blog/goodliving/83591
ผมสงสัยอยู่อย่างนึ่งครับ คือ E นี้ย่อมาจาก Emotion ซึ่งหมายถึง “อารมณ์” แต่อารมณ์นี้ “ไม่ใช่ ปัญญา” (Intelligence หรือประเภท Cognition) ครับ แต่ได้ยินเขาพูดกันว่า “ปัญญา”ทางอารมณ์ ครับ ไม่รู้ว่าเขานิยาม “อารมณ์”ว่าอย่างไรครับ จึงใช้เป็น “สิ่งเดยวกัน”ได้