น้ำใจที่ไม่ต้องซื้อหา

   แม่ "ลูกลืมกระเป๋าสตางค์ไว้ในห้องน้ำตอนเที่ยงวันนี้"เสียงลูกสาวบอกมาทางโทรศัพท์  ลูกจะทำอย่างไรดีเพราะขณะที่เรียนอยู่ลูกไม่สามารถออกไปได้   (ลูกสาวได้ไปเรียนพิเศษที่สถาบันดาหว่อง )ได้โทรศัพท์มาหาและเล่าให้ฟัง และได้นั่งเรียนต่อจนกระทั่งเลิกเรียน 16.00 น.จึงรีบไปดูในห้องน้ำและถามแม่บ้านที่ดูแลอยู่เขาก็บอกไม่เห็นและด้วยความเป็นหว่งแม่บ้านก็ถามว่ามีเงินค่ารถกลับบ้านไหม เขาก็จะให้แต่ลูกสาวบอกว่าขอบคุณไม่เป็นไรเดี๋ยวจะไปถามที่หน้าโต๊ะประชาสัมพันธ์ก่อนเผื่อว่าจะมี ขณะที่เดินไปก็คิดว่าหากไม่มีจะทำอย่างไร  เพราะในนั้นมีบัตรประจำตัวนักศึกษา  บัตรประชาชน และเงินค่าใช้จ่ายที่ส่งให้ไปเป็นประจำเดือน  ถึงประชาสัมพันธ์ก็ถามว่ามีใครพบกระเป๋าสตางค์บ้างไหม และบอกลักษณะให้เขาฟัง และได้ความว่ามีคนเขาเอาไปฝากไว้และของก็ยังอยู่ครบก็ขอบคุณเขาไป  และนี่ก็เป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งที่ทำให้ทราบว่า  การทำดีความมีน้ำใจที่ไม่ต้องซื้อหาก็ยังมีให้เห็นในสังคมไทย หากไม่มีบุคคลที่ดีเหล่านี้เหลืออยู่  ลูกสาวจะทำอย่างไร คงอดข้าว และไม่รู้จะกลับบ้านพักอย่างไรคงจะแย่แน่   ต้องขอบพระคุณลูกๆคนนั้นในสถาบันที่ลูกสาวเรียนอยู่ 

   จากที่ไปส่งลูกสาววันก่อนนั้นสังเกตุดูและคิดว่าคงอยู่ที่นั่นไม่ได้  เพราะเห็นมีแต่ความเร่งรีบ  ไม่มีน้ำใจแม้กระทั่งการขึ้นรถประจำทาง คนแก่ก็ไม่มีที่นั่งผู้ชายที่นั่งไม่ยอมลุก การเดินก็เหมือนการวิ่ง ต้องแข่งกับเวลา เห็นแล้วเครียดมาก

มาถึงวันนี้ทำให้รู้ว่าบางอย่างที่เห็นเพียงด้านเดียวไม่สามารถบอกถึงเหตุแห่งการกระทำได้   การมองคนต้องมองให้ลึกถึงจิตใจเข้าถึงจิตวิญาณ ให้มองด้วยหัวใจไม่ใช่มองเพียงแค่สายตาเพียงอย่างเดียว  เราก็จะพบสิ่งสวยงามที่นึกไม่ถึงซ่อนอยู่ภายใน