วันที่ 9 เม.ย.เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสไปร่วมในเวทีติดตามกิจกรรมชุมชนอินทรีย์ที่อำเภอท่าศาลา จัดขึ้นที่ ม.วลัยลักษณ์ เป็นเวทีติดตามของคณะคุณเอื้อจังหวัดที่นำโดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมเวทีในวันนั้นประกอบด้วย 2 อำเภอคือท่าศาลาและกิ่งอำเภอนบพิตำ
ตั้งใจของผมที่ไปก็คือไปรับเอาเรื่องเล่าของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ท่าน บอกว่าให้ไปรับได้ที่นั่น ท่านเล่าเรื่องการทำหน้าที่คุณเอื้อของท่านในโครงการชุมชนอินทรีย์ ซึ่งผมได้ประสานท่านไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อส่ง สคส.สำหรับพิจารณาลงในวารสารถักทอสายใยความรู้
ได้สังเกตการเสวนาเมื่อวานนี้แล้วรู้สึกว่าดีกว่าครั้งก่อนๆ (พูดเหมือนกับว่าได้ไปดูมามากเวทีอย่างนั้นแหละ) ผมได้ไปดูที่อำเภอขนอมมาที่เดียวครับ
ที่ว่าดีในส่วนของเนื้อหาการพูดคุยเสวนา 3 ชั่วโมง คือว่าดีเพราะผู้เข้าร่วมประชุมเสวนาได้ดูวีซีดีเกี่ยวกับ KM สองเรื่อง คือ ขับเคลื่อนเครือข่าย KM ประเทศไทย และหลุมดำ KM ที่ผมเตรียมไป ในช่วงที่รอผู้ที่เข้าร่วมประชุมเสวนาพร้อมเพรียง ผู้ว่าฯมาถึงที่ประชุมก่อนแล้ว แต่ผู้เข้าร่วมประชุมเสวนายังมาน้อยอยู่ ทำให้ท่านผู้ว่าฯก็ได้ชมวีซีดีสองชุดนี้ไปด้วย สังเกตระหว่างที่ท่านดูท่านก็ตั้งใจดูทำความเข้าใจและบางครั้งก็จดบันทึก โดยเฉพาะในช่วงที่วีซีดี ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด พูดถึงการเปรียบเทียบ KM ด้านมืด และด้านสว่าง เสียดายที่วีซีดีฉายยังไม่ทันจบ ที่ประชุมพร้อมเสียก่อน จึงได้หยุดวีซีดีเสีย
จากการที่ได้ฉายวีซีดีดังกล่าวทำให้ลดเวลาการพูดคุยเรื่อง KM ของวิทยากรที่จะพูดเรื่อง KM คือ ดร.กีรัตน์ ไทรงาม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยลงไปได้มาก จากที่ท่านพูดเรื่องนี้ 1 ชั่วโมง เหลือเพียงสิบนาทีเท่านั้่น ท่านพูดย้ำและขยายประเด็นต่อจากวีซีดี
ได้มีการพูดคุยจากพื้นที่คืออำเภอเมื่อวานมีมากขึ้น คนหน้างาน เช่น คุณอำนวย ตำบล อย่างครูณรังสรรค์ โมราศิลป์ ครู กศน. ตำบลกรุงชิิง กิ่งอำเภอนบพิตำ ได้เล่ากระบวนการทำงานจัดการความรู้เกี่ยวกับการทำให้ผลไม้ออกนอกฤดูกาล การทำน้ำผึ้งจากรวงผึ้งให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ฯลฯ มีกระบวนการและใช้ใช้ชุดความรู้ใด ซึ่งท่านผู้ว่าฯชื่นชอบแนวการนำเสนอแนวนี้มาก ชื่นชม ทีม ครูณรังสรรค์ และทีมคุณอำนวยตำบล อยู่หลายช่วงของการพูดคุยของท่านทีเดียว พื้นที่ได้พูดและสะท้อนภาพการปฏิบัติได้มากขึ้น
สำหรับเวลาการพูดคุยของคุณเอื้อจังหวัด 6 - 7 คนซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ก็พูดคุยจบลงได้ภายในชั่วโมงเศษๆ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น MD เป็นคุณอำนวย เป็นผู้ดำเนินการอภิปรายบนเวที
ชอบใจที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านจัดสรรเวลาพูดคุยของผู้อภิปรายที่เป็นหัวหน้าส่วนราชการให้พูดกันให้น้อยๆ จบใน 5 นาทีได้ก็ดี โดยท่านบอกว่าท่านมีสถิติการใช้เวลาการพูดคุยของหัวหน้าส่วนราชการแต่ละคนอยู่จากการไปเวทีต่างๆ โดยได้ยกตัวอย่างให้ฟังด้วยว่าสถิติการใช้เวลาของใครตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้ง หลังสุดนี้ของใครเป็นอย่างไร ซึ่งท่านบอกว่าหากจะพูดจบได้ในเวลาที่กำหนดให้คือสุดยอดของการพูด นับว่าท่านผู้ว่าฯท่านสนใจในเนื้อหาของกระบวนการ KM จริงๆ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยท่านไม่มองข้ามหรือละเลย ท่านเนียนจริงๆ
นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่ได้เห็นวงเรียนรู้แบบนี้ปรับเปลี่ยนเป็นวงเรียนรู้มากขึ้น คงเป็นโอกาสของอำเภอที่เหลือที่จะได้จัดการตนเองว่าทำอย่างไรให้เป็นวงเรียนรู้มากขึ้น ท่านให้อิสระแต่ละอำเภอที่จะคิดได้เอง คิดนอกกรอบได้อย่างเมื่อวานดูว่าท่านจะชื่นชอบมากๆ
อยู่ที่ว่าอำเภอต่างๆจะกล้าคิดนอกกรอบหรือเปล่า ? เท่านั้นเอง
เรียนท่านพี่ นง คนนคร
สุดยอดครับ ท่านผู้ว่าฯ กำหนดให้เจรจา ไม่เกิน ๕ นาที ได้เนื้อๆครับ เยี่ยม
ยังชื่นชอบครูนงและทีมงานในการเดินหน้าKM เมืองคอน จะตามอ่านต่อไปค่ะ
อ.หมอ JJ ครับ
มันต้องให้จบได้ภายในเวลาที่กำหนดครับ คือเจตนาของท่านผู้ว่าฯ ส่วนเนื้อหาสาระนั้นมันก็ต้องแปรตามเวลาด้วยครับอาจารย์ เนื้อหาสาระของการพูด 5 นาที ก็แบบหนึ่ง 10 นาทีก็แบบหนึ่ง มันต้องอย่างนี้แหละครับอาจารย์
น้องสิงห์ป่าสักครับ
น้องสิงห์ป่าสักเข้ามาอ่าน ก็ทำให้พี่รู้สึกว่ามีกำลังใจเขียน ขอบพระคุณมากครับ
คุณศรีวิภา ครับ
ขอบคุณนะครับ ผมคงจะเขียนให้คุณศรีวิภาและชาวG2Kอ่านเรื่อยๆพร้อมๆกับอ่านของคนอื่นแบบ ลปรร.