ในการประชุมวิชาการประจำปีของโครงการ R2R ที่ศิริราชเมื่อวันที่ 30 มี.ค.50   นอกจากเป็นวิทยากรแทนท่านองคมนตรี ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย  บรรยายพิเศษเรื่อง "การวิจัยสุขภาพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง" แล้ว   ผมยังได้ร่วมเป็นวิทยากรในช่วงการนำเสนอประสบการณ์การทำวิจัยและการอภิปราย   เรื่อง "การทำงานวิจัยที่มี KM Inside"

         ผมสัญญากับที่ประชุมว่าจะมาเขียนบล็อกให้ความเห็นเพิ่มเติม   เพราะเวลาในที่ประชุมมีจำกัด   และผมไปตั้งกติกาแบบ KM ให้วิทยากรที่อายุน้อยที่สุดพูดก่อน   พอมาถึงผมเวลาก็เหลือน้อย   ผมจึงบอกหัวข้อที่ผมจะให้ความเห็น 3 หัวข้อ  ได้แก่
1. การใช้ AAR เป็นเครื่องมือ
2. การเน้นที่ความละเอียดลออ  เน้นที่รายละเอียด
3. การใช้ IC - Intellectual Capital ในคนทำงานหรือเพื่อนร่วมงาน

         และบอกให้ผู้สนใจจริง ๆ ตามมาอ่านในบล็อก

         หัวข้อของการนำเสนอใน session นี้   อ่านได้ที่นี่ (click)


การใช้ AAR เป็นเครื่องมือวิจัย R2R
         สามารถใช้ AAR ในชีวิตการทำงานประจำวันนั่นเอง   ถามคำถามที่เชื่อมโยงกับการทำงาน   เป็นคำถามที่กระตุ้นให้ผู้ปฏิบัติงานคิดทบทวนเหตุการณ์กลับไปตอนเกิดเหตุการณ์ที่ประทับใจ   แล้วนำมาเล่าเรื่อง

         นักวิจัยบันทึกเสียงไว้   พร้อม ๆ กับจดประเด็นไปด้วย   จดไว้ด้วยว่าเป็นคำพูดของใคร   เพื่อจะได้กลับไปสอบทานความหมายภายหลังได้บันทึกเสียง   และบันทึกประเด็นที่กล่าวนี้   ถือเป็น "ข้อมูล" สำหรับนำไปวิเคราะห์ตามโจทย์วิจัย   ร่วมกับ "ข้อมูล" อื่น ๆ ที่ได้จาก AAR หัวข้ออื่นหรือคราวอื่น


การเน้นความละเอียด
         งาน R2R เป็นงานละเอียด   ตั้งคำถามที่ไม่มีในตำรา   เป็นคำถามเล็ก ๆ ที่ลึกลงไปในขั้นตอนรายละเอียด   อาจเริ่มที่ผู้ป่วยที่มีอะไรบางอย่างแปลกไม่ตรงกับในตำรา   ไม่ตรงกับที่เคยปฏิบัติ   หรือเมื่อดำเนินการปฏิบัติดูแลตามปกติเกิดผลไม่เหมือนเคย   สิ่งเหล่านี้จะ "เห็น" ได้ต้องมีความละเอียด  มีความช่างสังเกต  มีจิตใจที่ละเอียดอ่อน

         ดังนั้น การฝึกความช่างสังเกต  หมั่นเอาใจใส่เหตุการณ์หรือสิ่งเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานตามปกติ   จะช่วยให้ได้โจทย์วิจัย R2R ที่มีคุณค่าได้ไม่ยาก


การใช้ IC ของตนเองและเพื่อนร่วมงาน
         ศิริราชเป็นองค์กรใหญ่   คนกว่าหมื่นคน  มีผู้อาวุโสทำงานมานาน  ประสบการณ์เพียบ  นี่คือ IC - Intellectual Capital ที่มีค่า   แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักใช้   วิธีใช้ IC เริ่มจากการมองเห็นคุณค่า  เห็นคุณประโยชน์  แล้วเข้าไปใช้ประโยชน์โดยใช้ความชื่นชมนำ   เอาความชื่นชม (อย่างเหมาะสม) เป็น "กาวใจ"   ซึมซับเอาเรื่องราว  วิธีการ  เทคนิค  ที่เราต้องการ   เอามาตีความด้วยบริบทของเรา  แล้วทดลองใช้   ติดขัดตรงไหนก็กลับไปถาม "ผู้มีประสบการณ์" ท่านนั้นได้

         สมัยนี้นิยมของแถม   ผมจึงแถมประเด็นที่ 4 ที่ไม่ได้สัญญาไว้ต่อที่ประชุม  คือ Storytelling


การใช้ Storytelling เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล
         ในการวิจัย R2R ส่วนใหญ่เป็นการตอบโจทย์เล็ก ๆ  ผ่านการทดลองปรับปรุงงานประจำ   "ข้อมูล" ผลของการทดลองนอกจากเก็บเป็นข้อมูลเชิงหน่วยนับหรือนับได้ (quantitative) แล้ว   ส่วนใหญ่ "ข้อมูล" เป็นเชิงคุณภาพ (qualitative)    ผมมีความเชื่อมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าวิธีเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ปฏิบัติ   วิธีที่ดีที่สุดได้ข้อมูลลึกที่สุดคือวิธี Storytelling   ผมเชื่อว่า Storytelling ดีกว่า focus group,  ดีกว่า depth - interview

วิจารณ์  พานิช
 2 เม.ย.50