ในวงการนักวิจัยสาขาสุขภาพช่องปาก หรือ ทันตกรรม นั้น งานวิจัยเชิงคุณภาพยังถือว่าใหม่มากและเป็นส่วนน้อยจ้อยจิดริดจริงๆค่ะ

งานส่วนมากเป็นงานทดลองวัสดุใหม่ ยา เครื่องมือ งานทดลองระดับโมเลกุลเพื่อสร้างความรู้พื้นฐาน หรือ ไม่ก็งานระบาดวิทยาเชิงปริมาณ

กลุ่มสาขาย่อยที่เห็นมีงานวิจัยเชิงคุณภาพมานำเสนอก็มีทาง ศึกษาศาสตร์ งานระบบบริการ (health service) แล้วก็งานทางชุมชนต่างๆ

ผู้เขียนไม่มีตัวเลขทางสถิติแต่เท่าที่เดินดู ฟัง และอ่านเอกสารที่ทางงานประชุมจัดมา งานวิจัยเชิงคุณภาพมีไม่ถึง 1% ของงานที่มานำเสนอทั้งหมดค่ะ

ก็ยากเอาการเวลานำเสนอ แต่ยากแบบเดาได้ค่ะ นักวิจัยสาขาอื่นๆเค้าผ่านกันมาหมดแล้ว สายพยาบาล สายศึกษาศาสตร์ทั่วไป หรือแม้กระทั้งสาย สายจิตวิทยา สายสังคมศาสตร์อื่นๆ คงคุ้นเคยกับคำถามเช่น

  • แล้วเลือก subject อย่างไร 
  • คิด sample size อย่างไร
  • แล้ว validate ผลอย่างไร
  • แล้วมีคนช่วยวิเคราะห์ผลกี่คน ฯลฯ

มาบันทึกเรื่องนี้เพื่อเป็นกำลังใจคนที่เจอเหตุการณ์เหมือนๆกันให้ไม่ท้อ แล้วก็ไม่หลบหนี ไปนำเสนองานแต่เฉพาะในกลุ่มผู้ฟังที่เราสบายใจเมื่อได้คุยด้วย

  • ถ้าคุณเชื่อว่างานของคุณเหมาะกับปัญหาและวัตถุประสงค์ของงานวิจัยแนวนั้น
  • ถ้าคุณเชื่อว่างานประเมินด้วยการทดลองหรือแบบสอบถามไม่เหมาะกับการแก้ปัญหานั้นๆ
  • ถ้าคุณเชื่อว่าความรู้ควรมาจากการมีส่วนร่วมของชุมชน

ขอให้ขยันและเตรียมตัวตอบคำถามให้ดี ถ้าคุณตอบดี นักวิจัยเชิงปริมาณที่จริงๆเค้าก็สงสัยในความเหมาะสมของงานของเค้าอยู่แล้ว อาจจะหันมาสนใจงานเชิงคุณภาพและงานแบบชุมชนมีส่วนร่วมก็ได้

อันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวค่ะ เวลาไป present ที่งานของ public health assoc. หรือ ของ คณะ social work ใครๆก็เออออกับเรา คำถามก็น่าสนใจ แต่เวลาไป present ที่งานทันตะ ไปครั้งแรกห่อเหี่ยวมากค่ะ คำถามที่ได้รับก็เดิมๆ ไม่น่าสนใจ แต่ดูอ.ที่ปรึกษาเป็นตัวอย่าง ท่านก็ยังไปงานประชุมวิชาการของทันตะทุกปี  ไปพูดจนทำให้ตอนนี้มีนักวิจัยหันมาสนใจงานเชิงคุณภาพมากขึ้น : )

ก่อนไปขอออกตัวก่อนว่า ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเปลี่ยนมาทำงานวิจัยเชิงคุณภาพนะคะ แต่ให้คิดให้ดีๆก่อน ให้รู้ว่า research question ของเรามันเหมาะกับวิธีหาคำตอบแบบไหนกันแน่

งานวิจัยเชิงปริมาณก็ดีและมีค่าของมัน แต่ต้องใช้ให้ถูกเท่านั้นเองค่ะ 

แล้วคนที่ทำงานวิจัยเชิงคุณภาพก็ควรรู้ philosopical assumptions ของตัวเอง ควรเรียบเรียงคำพูดไว้ให้แม่นๆเลยด้วยเวลามีคนมาถาม ว่าทำไมถึงเลือกทำงานวิจัยวิธีนี้