ยกตัวอย่างของตัวเองนะคะ

งานประเมินผล (evaluation) ของโครงการ หรือ งานบริการทางทันตกรรมผู้สูงอายุนั้นวัดกันด้วยสถิติยากค่ะ

ตัววัดความสำเร็จของโครงการคืออะไร ไม่มีใครพูดได้เต็มปากว่า "ก็นับว่าฟันเหลือเยอะสิ" มันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะ ฟันที่เหลืออาจจะไม่ดี ผุหรือโยก

วัดรูฟันที่ผุ หรือ จำนวนฟันที่โยกก็ไม่ง่าย เพราะในผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวมากมาย การถอนฟันไม่สามารถทำได้ทุกราย หรือถ้าผุแบบไม่รุนแรงเป็นแบบนิ่งๆแล้วไม่ลามต่อ บางทีก็ไม่ต้องอุด

ถ้าไม่มีหนอง ไม่มีการติดเชื้อ ไม่เจ็บ บางทีก็แค่เฝ้า่ดูอาการอย่างสม่ำเสมอค่ะ

การวางแผนการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวมากๆจะซับซ้อนแบบนี้เอง นี่ไม่นับในกรณีที่ผู้สูงอายุเองอยากทำฟัน แต่ลูกเป็นคนคุมเรื่องการเงินแล้วไม่เห็นความสำคัญ ไม่ให้ทำ เพราะเห็นว่าแก่แล้ว แบบนี้ก็มีค่ะ

 ------------------------------------------------------

งานประเมินโครงการทางทันตะ ที่ผ่านมามักใช้แบบ pretest-posttest ค่ะ คือดู baseline ก่อน

  1. ว่าก่อนจัดโครงการ กลุ่มประชากรมีฟันกี่ซี่ ผุกี่ซี่ อักเสบเท่าไหร่ มีคราบจุลินทรีย์มากเท่าไหร่ โยกไม๊ มีแผลในช่องปากไม๊ อะไรก็ว่าไป หรือไม่ก็วัดความรู้ วัดทักษะ
  2. แล้วก็จักโครงการ ทำเหมือนการทดลอง
  3. แล้วพอครบเวลาก็วัดผล (เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับบริการ)

วัดออกมาผลก็งงๆอย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกค่ะ ดูแล้วเหมือนโครงการไม่สำเร็จ

แถมที่ร้ายกว่านั้นคือ การประเมินแบบ pretest posttest ไม่ทำให้เรารู้เลยว่า แล้วกระบวนการที่จัดทำโครงการไปหน่ะ ทำถูกรึเปล่า ทำครบรึเปล่า แล้วมีปัญหาอะไรตอนจัดบริการบ้าง เพราะมัวแต่ไปวัด outcome ไม่วัด process แถมไม่ดูไม่บันทึกบริบทของแต่ละโครงการด้วย

เลยไม่รู้เลยว่าทำสุดความสามารถแล้วแต่ตัววัดผลมันไม่เหมาะสมเอง ทำให้แปลผลไม่ได้ จริงๆมัน work แต่แสดงออกทางสถิติแบบมีนัยสำคัญไม่ได้

หรือ เป็นเพราะจริงๆก็ไม่ได้ทำตามที่วางแผนไว้ เช่นบอกว่าจะสอนพยาบาลแปรงฟันให้คนไข้ที่นอนป่วยระยะยาว
ที่รพ. แต่ไม่ทันดูหรือบันทึกไว้ว่าพยาบาลที่เข้าอบรมหน่ะมีกี่คน นั่งฟังกันเต็มชม.รึเปล่าหรือลุกเข้าๆออกๆห้องบรรยายเพราะต้องไปดูคนไข้ เนื่องจากมาจัดบรรยายเอาวันที่มีพยาบาลลาป่วยคนเลยขาดรึเปล่า

อีกอย่างคือการวัดผลแบบการทดลองนี้ ตามหลักการแล้วโครงการต้องทำไปตามแผนทุกอย่างเป๊ะๆ ซึ่งในความจริงอะไรๆก็เปลี่ยนตลอดเวลา ไม่ว่าจะเปลี่ยนให้ดีขึ้น หรือมีปัจจัยภายนอกมาเปลี่ยนให้ทำอย่างที่วางแผนไว้ไม่ได้เลยแย่ลง

 ------------------------------------------------------

กลับมาเรื่องตัววัดความสำเร็จของโครงการค่ะ
ี้สิ่งที่เป็นตัววัดสูงสุดที่ทุกคนยอมรับคือ คุณภาพชีวิตค่ะ คือสุขภาพช่องปากอาจไม่สมบูรณ์ตามมุมมองของหมอแต่ ต้องดีพอที่จะไม่ไปรบกวนคุณภาพชีวิตของแต่ละท่าน 

เช่นกัน คุณภาพชีวิตนี่ก็วัดยากค่ะ  แล้วที่ผ่านมาก็มีแต่หมอนั่นแหละค่ะ คิดกันเองว่าแล้วตัววัดคุณภาพชีวิตด้านต่างๆคืออะไร ทั้งๆที่ใครจะไปรู้ดีกว่าตัวคนไข้

งานวิจัยเชิงคุณภาพมีประโยชน์ตรงนี้ค่ะ

เราหาความรู้โดยตรงจากเจ้าตัว ไปคุย ไปสังเกตการณ์ในสถานที่จริง ไปถามคำถามแบบเปิด ไม่ไปจำกัดว่าเค้าต้องตอบอะไรบ้างตามแบบสอบถาม ไปบันทึกบริบทของงานเพื่อนำมาช่วยแปลผลการประเมินได้อย่างมีความหมาย ไปทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมองค์กร ไปทำความเข้าใจว่า ความหมายของคุณภาพบริการคืออะไร คุณภาพชีวิตคืออะไร จากมุมมองของทั้งคนทำงานและคนไข้ 

 ------------------------------------------------------

ตอบซะยาวเลย แฮะๆ