แล้วก็มาถึงส่วนสรุปของการบรรยายที่ตรงกับหัวข้อ “การสร้างแรงบันดาลใจ” ไม่ได้คาดว่าจะเขียนมาจนถึงตอนที่ 6 ได้ แต่เพราะอยากเก็บรายละเอียดไว้ให้มากที่สุด ยิ่งเขียน ยิ่งเพลิน ในบันทึกนี้ตั้งใจว่าจะสรุปให้เห็นภาพของที่ ดร.อาจอง ให้ไว้ในการสร้างแรงบันดาลใจ…..การสร้างแรงบันดาลใจ สำหรับให้เด็กมีภูมิคุ้มกัน นั้นมี 2 ส่วนที่สำคัญ

                    ส่วนแรก : บทบาทของครู ซึ่งปัจจุบันเน้นการเป็นผู้เอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้ ครูจึงต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่าง ด้วยหลัก 3H และทำในสิ่งที่ออกมาจากความคิด ผ่านจิตใจที่กรองมาแล้ว เพื่อจะได้เข้าสู่ใจของเด็ก เรียกได้ว่าเป็นการผ่านจากใจสู่ใจนั่นเอง
ท่านยังพูดถึง เอ็ดดูแคร์ คือ พยายามให้ดึงเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ออกมากจากตัวเด็ก ให้เด็กได้ฝึกคิดโดยใช้วิธีการตั้งคำถาม เพื่อให้เด็กแสดงสิ่งที่ดีๆออกมา ครูควรเน้นให้เกิดการเรียนรู้แบบร่วมือ คือไม่ต้องให้เด็กแข่งกันเพื่อเอาชนะ แต่ต้องให้เกิดการช่วยเหลือ ส่งเสริมซึ่งกันและกัน  การประเมินเด็กของครู ไม่ใช่ให้ประเมินเด็กเทียบกับคนอื่น แต่ให้เทียบเด็กกับตัวของเด็กเอง เป้าหมายเพื่อให้เด็กชนะตัวเอง ไม่ใช่ชนะคนอื่น ดังนั้นการประเมินควรดูความก้าวหน้าของตัวเด็กจากเดิม วัดจากสิ่งดีที่เกิดขึ้น สิ่งที่พัฒนาขึ้นของตัวเด็กเอง  ผู้ปกครองต้องมีส่วนร่วมในการประเมินเด็กด้วย เพื่อนก็ต้องประเมินเพื่อนด้วยกัน โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย จะเป็นการส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ แบบเด็กเป็นศูนย์กลาง

                  ส่วนที่สอง : กระบวนการ วิธีการที่ทาง ดร.อาจอง นำไปใช้ที่โรงเรียนสัตยาสัยนั้น สิ่งที่อาจารย์เน้นคือ การฝึกสมาธิ เพื่อให้มีจิตใจที่สงบ และทำให้เกิดการสร้างแรงบันดาลใจที่ง่าย เสริมด้วยการสร้างบรรยากาศ ที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย เป็นการส่งเสริมให้แสดงออกและคิดโดยเสรี และนำคุณค่าความเป็นมนุษย์ออกมาจากภายใน ที่โรงเรียนจะมีการบูรณาการเข้าไปในทุกวิชา และทุกกิจกรรม เช่น การเล่นเกมส์ ทัศนศึกษา ชมรม นิทาน เพลงต่างๆ


                  สุดท้ายผลจากการทำตามดังกล่าวจะส่งผลให้ทั้งคุณครู และนักเรียน มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ชัดเจน คือ มีความสุขมากขึ้น ควบคุมอารมณ์มากขึ้น มีเมตตารักผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เห็นคุณค่าของชีวิต และประพฤติชอบ